Charles H. Kraft
ตอนที่ 02อันดับแรกให้ทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมสามปัจัยที่กล่าวมาข้างต้นมีความสำคัญใน
บทความนี้
ถึงแม้ว่าเราจะกำหนด contextualization เป็นกระบวนการที่ผู้คนสามารถแสดง
ความศรัทธาของตนในวัฒนธรรมที่คุ้นเคยโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม
ไปสู่วัฒนธรรมอื่นเราต้องถามตัวเองว่า “อะไรที่สอดคล้องที่บ่งบอกถึงความศรัทธา
ของความเป็นคริสเตียนและสามารถแสดงออกมาได้ไม่ว่าจะอยู่ในวัฒนธรรมใดก็ตาม
โดยไม่เรียกร้องให้ประชาชนต้องยอมรับวัฒนธรรมต่างชาติจำนวนมากเข้ามาเพื่อเป็น
หนทางในการแสดงออกถึงซึ่งศรัทธาของความเชื่อใหม่นี้”
ถ้าคนเปลี่ยนศาสนามาเชื่อพุทธ, ฮินดูหรือมุสลิมพวกเขาจำเป็นต้องเรียนรู้บาง
พิธีกรรมความเชื่อและข้อปฏิบัติที่เกิดในวัฒนธรรมของต้นกำเนิดนั้นที่ได้รับการส่ง
มารุ่นต่อรุ่นแม้ว่ามิชชันนารีและคนอื่นๆที่ประกาศศาสนาคริสต์จะสอนพิธีกรรม
ความเชื่อและการปฏิบัติของศาสนาคริสต์ในรูปแบบสำเร็จมันได้กลายเป็นจุดผิด
พลาดและโดยบทความนี้ที่สนับสนุนแนวคิด contextualization เราต้องค้นหาทาง
แก้ในจุดผิดพลาดนี้
ความศรัทธาที่ไม่ใช่เพียงแค่ศาสนา
ความเชื่อเป็นสิ่งหรือบางคนที่อุทิศตัวเองเพื่อสิ่งนั้น
มันอาจเป็นแนวความคิดเช่นลัทธิคอมมิวนิสต์หรือวิวัฒนาการหรืออาจเป็นบุคคล
เช่นผู้นำในการเคลื่อนไหวหรือพระเยซูคริสต์ศรัทธายังรวมถึงการจงรักภักดีต่อ
องค์กรหรือศาสนาการที่ความศรัทธาถูกแสดงออกมานั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับโครงสร้าง
ทางวัฒนธรรมแต่มันคือความมุ่งมั่นหรือความจงรักภักดี
ถ้ามองจากอีกโลกทัศน์หนึ่งศาสนาอิสลามถูกแสดงออกมาเป็นความเชื่อมากกว่าการ
เป็นศาสนาทุกอย่างจะมุ่งเน้นไปที่ Shahada (ความเชื่อ) โดยไม่ได้มองว่าข้อ
ปฏิบัติวัฒนธรรมของอิสลามคืออะไรความมุ่งมั่นของชาวมุสลิมนั้นเป็นสิ่งที่อยู่บน
ความเชื่อ Shahada มากกว่าศาสนารูปแบบการแสดงออกทางความเชื่อของ
อิสลามถูกพัฒนาผันเปลี่ยนตามความหลากหลายจากวัฒนธรรมหนึ่งสู่วัฒนธรรมหนึ่ง
แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าศาสนาอิสลามจะอยู่ในวัฒนธรรมใดพิธีกรรมความเชื่อและข้อ
ปฏิบัติของศาสนาอิสลามก็ยังอยู่ในรูปแบบเดิมโดยอาจมีการปรับให้เข้ากับสภาพ
แวดล้อมบ้างแต่การมุ่งเน้นไปที่แก่นแท้นั้นมีน้อยหรือไม่มีเลย
(contextualization น้อยหรือไม่มีเลย)
ศาสนาเป็นโครงสร้างทางวัฒนธรรมอันหนึ่งแต่มันเป็นขั้นตอนที่เกินกว่าความเชื่อ
การแสดงออกของความเชื่อนั้นมีความหมายต่อคนรุ่นแรกเป็นอย่างน้อยที่สุดความ
เชื่อเป็นความตั้งใจก้าวแรกแต่เนื่องจากเราเป็นสิ่งมีชีวิตทางวัฒนธรรมส่วนหนึ่งของ
ธรรมชาติของเราจึงสร้างวิธีการทางวัฒนธรรมในการแสดงความเชื่อซึ่งสิ่งนั้นก็คือ
ศาสนา
เมื่อศาสนานั้นได้เดินทางไปอยู่ในวัฒนธรรมใหม่พิธีกรรมความเชื่อและข้อปฏิบัติของ
ศาสนานั้นก็ถูกนำไปด้วยและพิธีกรรมความเชื่อและข้อปฏิบัติของศาสนาเหล่านี้ก็จะ
ถูกปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมใหม่นั้นแต่ไม่ได้เข้าถึงแก่นแท้Contextualized ความ
จริงได้เกิดบ่อยครั้งกับมิชชันนารีคริสต์ที่ไม่พอใจผู้ที่สอนว่าพระเจ้าตั้งใจให้การอุทิศตน
ทางความเชื่อคริสเตียนแสดงออกในวัฒนธรรมทุกรูปแบบโดยไม่จำเป็นต้องพ่วงด้วย
รูปแบบของวัฒนธรรมและพิธีกรรมรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งความเชื่อและข้อปฏิบัติของ
วัฒนธรรมหนึ่งและความเชื่อนี้ก็สามารถส่งต่อไปที่อื่นๆได้ผู้เขียนเชื่อว่าพระเจ้า
ต้องการให้ความเชื่อนั้นถูกแสดงออกมาได้อย่างเหมาะสมไม่ว่าจะอยู่ในวัฒนธรรมใด
ก็ตามโดยยังคงความมุ่งมั่นแต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้รับเอาวัฒนธรรมอื่นๆเข้ามา
ผสมกับความเชื่อ
โชคร้ายที่การแสดงออกทางวัฒนธรรมของความเชื่อและข้อปฏิบัติของคริสเตียนมี
แนวโน้มที่จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับความเชื่อและข้อปฏิบัติของศาสนาอื่นการ
เปลี่ยนศาสนาคือการที่จะเปลี่ยนผู้ที่ไม่ใช่คริสเตียนให้มาเป็นคริสเตียนเพราะว่า
คริสเตียนเป็นศาสนาที่ดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับศาสนาอื่น
นี่คือจุดมุ่งหมายของการเป็นพยานของคริสเตียนตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา
คริสเตียนได้รับการระบุโดยรูปแบบทางวัฒนธรรมที่ได้รับการตีกรอบไว้มันเป็นรูป
แบบที่ถูกส่งต่อจากสังคมหนึ่งไปยังอีกสังคมหนึ่งเมื่อศาสนาได้ถูกเผยแพร่ออกไป
การนำศาสนาคริสต์ไปให้คนในสังคมอื่นๆนั้นเกี่ยวข้องกับการนับถือศาสนาคริสต์ใน
รูปแบบของเราและปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมของคนที่ได้รับศาสนาคริสต์นั้น












Twitter
Facebook
Youtube