การเยียวยาด้วยดนตรี ตอนที่ 2 เบื้องหลังเพลงและผลต่ออารมณ์

Posted by on June 15, 2011 in การบำบัดเยียวยา, การเยียวยาด้วยดนตรี, บทความ-ทุกหมวด | 0 comments

ลองมาคิดดูสิว่าหากมีคนนินทาท่าน และท่านได้ยิน ท่านจะทำอย่างไร มีอารมณ์อย่างไร หรือ ท่านได้ยินคนตัดพ้อต่อว่าชีวิตตัวเองว่าหมดโชค อาภัพ ท่านจะมีอารมณ์ร่วมไหม? เอาละลองมาคิดใหม่ หากว่าเอาสิ่งเหล่านั้นมาใส่ทำนอง ดนตรี กรอกใส่หูเรามันจะมีอิทธิพลมากสักเพียงใด นี่เองมันเกี่ยวกับเพลงที่เราฟังครับ

หากจะพูดถึงเรื่องเพลงในปัจจุบันมีเพลงอยู่หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเพลงชาวโลกหรือเพลงคริสเตียน ทั้งสองอย่างนี้จะแตกต่างกันทั้งเนื้อหาสาระ เราลองมาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเพลงสากลทั่วไปกับเพลงคริสเตียน

หนึ่งเพลงสากล
การแต่งเพลงเกิดจากประสบการณ์ที่มีทั้งความผิดหวัง มีเสียใจ หรือเกิดจากจินตนาการที่สะท้อนด้านจิตใจของผู้ประพันธ์เอง หรือเพื่อการค้า การตลาด ทำเพื่อการค้าและธุรกิจเป็นหลัก เนื้อหาของเพลงจะมีทั้งในแง่บวกและแง่ลบความนิยมก็จะเป็นยุคเป็นสมัยไป การแต่งเพลงจะเน้นจินตนาการมากกว่าความจริง เช่น เศร้า เสียใจ ผิดหวัง ขมขื่น ส่วนใหญ่จะเป็นการสร้างอารมณ์ในการเขียนบทเพลงเพื่อให้เกิดความนิยมชมชอบ จนไม่คำนึงถึงความเป็นจริง เช่น บางเพลงถึงกับไร้ทางออก เนื้อเพลงก็จะแสดงถึงว่าเราไม่มีความหวังจริงๆ ซึ่งเราจะพบว่าเหตุการณ์จริงๆ แล้วจะไม่ถึงขนาดนั้นเสมอไป เพลงสากลทั่วไป มีทั้งดี มีคุณค่า และไม่ดี และบางเพลงทำนองไม่ค่อยดี แต่เนื้อหาดีมาก บางเพลงเนื้อหาดี ทำนองไม่ดี ไม่โด่งดัง บางเพลงดังระเบิด ไปที่ไหนก็ได้ยิน แต่ฟังไปจะให้คุณค่าสร้างสรรค์น้อยมากเลย มีไม่กี่ประโยค

ส่วนใหญ่เพลงที่สร้างสรรค์ เพลงที่ให้คุณค่าเป็นเพลงปลุกใจ เช่น เพลงประจำสถาบัน เพลงประจำหน่วยงาน เพลงประจำองค์กร หรือไม่ว่าจะเป็นเพลงของชาติ

เพลงสากล สมัยนิยม เพลงยอดฮิต ซึ่งจะเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตของคน คนที่ฟังเพลงประเภทนี้ก็จะมีอารมณ์ร่วมเฉพาะที่ตรงกับชีวิตประจำวัน โดยธรรมชาติของมนุษย์จะคิดว่าตนเป็นตัวเอกก็เลยคิดว่าตนเองเป็นเหมือนเนื้อเพลงที่ว่านั้นหากเพลงเศร้าก็พลอยเศร้าไปด้วยทำให้ยิ่งทุกข์มากยิ่งขึ้น บางเพลงตรงกับชีวิตในอดีตที่เคยขื่นขม เมื่อฟังเพลงประเภทนี้ก็กลับเป็นว่าเอาอดีตนั้นมาทำให้ปัจจุบันเป็นทุกข์ ไม่ยอมไม่อยากลืม บทเพลงจะเน้นไปในทางลบมากกว่าทางบวก เป็นการต่อว่าตนเอง ท้อถอย หมดหวัง ส่วนมากเพลงที่จะให้กำลังใจนั้นจะมีน้อยมาก เพลงบางเพลงมีความหมายสองแง่สองง่าม ลามก ใช้คำที่ไม่สุภาพ บางเพลงเนื้อหาของเพลงนั้นจะสอดใส่สิ่งที่ไร้ศีลธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ, ชู้สาว, ฯลฯ เช่นเพลงชู้ทางใจ, แอบรัก, แม่หม้าย, หนุ่มจีบสาวสาวจีบหนุ่ม, การแย่งแฟนกัน นอกจากนี้ยังมีเพลงอื่นๆอีก

ส่วนบทเพลงเพื่อชีวิต ส่วนใหญ่เพลงประเภทนี้จะใช้คำพูดเสียดสีสังคมเจ็บๆ แสบๆ ใช้เพลงเป็นเครื่องมือในการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในสังคม

ในชีวิตประจำวัน เพลงมีผลต่ออารมณ์ ท้าทายการต่อสู้ของจิตใจของท่าน หากท่านยังอยู่ในขบวนการเยียวยาบำบัด เพลงสำคัญมาก เพราะท่านเลือกเพลงฟังโดยไม่คำนึงว่าจะมีผลกระทบต่อจิตใจท่าน อาการ ซึมเศร้า เกลียด เหงา โกรธ ยิ่งปะทุแรงขึ้น จึงขอให้ระวังเพลงที่ฟังด้วย เพราะถ้าท่านเป็นคนที่ท้อใจง่ายและเป็นคนไม่สู้ชีวิต ท่านจำเป็นต้องเลี่ยงเพลงที่ตัดพ้อต่อว่าชีวิตไปเลยครับ

Picture’s source: http://realmomsguide.sheknows.com/2011/04/13/teens-music-and-depression/

 ลองมาคิดดูสิว่าหากมีคนนินทาท่าน และท่านได้ยิน ท่านจะทำอย่างไร มีอารมณ์อย่างไร หรือ ท่านได้ยินคนตัดพ้อต่อว่าชีวิตตัวเองว่าหมดโชค อาภัพ ท่านจะมีอารมณ์ร่วมไหม? เอาละลองมาคิดใหม่ หากว่าเอาสิ่งเหล่านั้นมาใส่ทำนอง ดนตรี กรอกใส่หูเรามันจะมีอิทธิพลมากสักเพียงใด นี่เองมันเกี่ยวกับเพลงที่เราฟังครับ

หากจะพูดถึงเรื่องเพลงในปัจจุบันมีเพลงอยู่หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเพลงชาวโลกหรือเพลงคริสเตียน ทั้งสองอย่างนี้จะแตกต่างกันทั้งเนื้อหาสาระ เราลองมาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเพลงสากลทั่วไปกับเพลงคริสเตียน

หนึ่งเพลงสากล
การแต่งเพลงเกิดจากประสบการณ์ที่มีทั้งความผิดหวัง มีเสียใจ หรือเกิดจากจินตนาการที่สะท้อนด้านจิตใจของผู้ประพันธ์เอง หรือเพื่อการค้า การตลาด ทำเพื่อการค้าและธุรกิจเป็นหลัก เนื้อหาของเพลงจะมีทั้งในแง่บวกและแง่ลบความนิยมก็จะเป็นยุคเป็นสมัยไป การแต่งเพลงจะเน้นจินตนาการมากกว่าความจริง เช่น เศร้า เสียใจ ผิดหวัง ขมขื่น ส่วนใหญ่จะเป็นการสร้างอารมณ์ในการเขียนบทเพลงเพื่อให้เกิดความนิยมชมชอบ จนไม่คำนึงถึงความเป็นจริง เช่น บางเพลงถึงกับไร้ทางออก เนื้อเพลงก็จะแสดงถึงว่าเราไม่มีความหวังจริงๆ ซึ่งเราจะพบว่าเหตุการณ์จริงๆ แล้วจะไม่ถึงขนาดนั้นเสมอไป เพลงสากลทั่วไป มีทั้งดี มีคุณค่า และไม่ดี และบางเพลงทำนองไม่ค่อยดี แต่เนื้อหาดีมาก บางเพลงเนื้อหาดี ทำนองไม่ดี ไม่โด่งดัง บางเพลงดังระเบิด ไปที่ไหนก็ได้ยิน แต่ฟังไปจะให้คุณค่าสร้างสรรค์น้อยมากเลย มีไม่กี่ประโยค

ส่วนใหญ่เพลงที่สร้างสรรค์ เพลงที่ให้คุณค่าเป็นเพลงปลุกใจ เช่น เพลงประจำสถาบัน เพลงประจำหน่วยงาน เพลงประจำองค์กร หรือไม่ว่าจะเป็นเพลงของชาติ

เพลงสากล สมัยนิยม เพลงยอดฮิต ซึ่งจะเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตของคน คนที่ฟังเพลงประเภทนี้ก็จะมีอารมณ์ร่วมเฉพาะที่ตรงกับชีวิตประจำวัน โดยธรรมชาติของมนุษย์จะคิดว่าตนเป็นตัวเอกก็เลยคิดว่าตนเองเป็นเหมือนเนื้อเพลงที่ว่านั้นหากเพลงเศร้าก็พลอยเศร้าไปด้วยทำให้ยิ่งทุกข์มากยิ่งขึ้น บางเพลงตรงกับชีวิตในอดีตที่เคยขื่นขม เมื่อฟังเพลงประเภทนี้ก็กลับเป็นว่าเอาอดีตนั้นมาทำให้ปัจจุบันเป็นทุกข์ ไม่ยอมไม่อยากลืม บทเพลงจะเน้นไปในทางลบมากกว่าทางบวก เป็นการต่อว่าตนเอง ท้อถอย หมดหวัง ส่วนมากเพลงที่จะให้กำลังใจนั้นจะมีน้อยมาก เพลงบางเพลงมีความหมายสองแง่สองง่าม ลามก ใช้คำที่ไม่สุภาพ บางเพลงเนื้อหาของเพลงนั้นจะสอดใส่สิ่งที่ไร้ศีลธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ, ชู้สาว, ฯลฯ เช่นเพลงชู้ทางใจ, แอบรัก, แม่หม้าย, หนุ่มจีบสาวสาวจีบหนุ่ม, การแย่งแฟนกัน นอกจากนี้ยังมีเพลงอื่นๆอีก

ส่วนบทเพลงเพื่อชีวิต ส่วนใหญ่เพลงประเภทนี้จะใช้คำพูดเสียดสีสังคมเจ็บๆ แสบๆ ใช้เพลงเป็นเครื่องมือในการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในสังคม

ในชีวิตประจำวัน เพลงมีผลต่ออารมณ์ ท้าทายการต่อสู้ของจิตใจของท่าน หากท่านยังอยู่ในขบวนการเยียวยาบำบัด เพลงสำคัญมาก เพราะท่านเลือกเพลงฟังโดยไม่คำนึงว่าจะมีผลกระทบต่อจิตใจท่าน อาการ ซึมเศร้า เกลียด เหงา โกรธ ยิ่งปะทุแรงขึ้น จึงขอให้ระวังเพลงที่ฟังด้วย เพราะถ้าท่านเป็นคนที่ท้อใจง่ายและเป็นคนไม่สู้ชีวิต ท่านจำเป็นต้องเลี่ยงเพลงที่ตัดพ้อต่อว่าชีวิตไปเลยครับ

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

Picture’s source: http://realmomsguide.sheknows.com/2011/04/13/teens-music-and-depression/