ดนตรีที่แช่ในการทรงสถิตจะนำการเยียวยาอย่างไร?

Posted by on August 9, 2012 in Soaking คืออะไร | 0 comments

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ทาง RMC Soaking Centre หรือเรียกในภาษาไทยคือ “ศูนย์แม่น้ำแห่งชีวิต” ได้ทำพันธกิจเกี่ยวกับดนตรีบำบัด โดยใช้เพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักและถ้อยคำที่พระเจ้าพูดกับเรา ซึ่งจะต่างกับเรานมัสการพระเจ้า คือเราเป็นฝ่ายรับความรักจากพระเจ้าแทนที่จะพยายามรักพระเจ้า ซึ่งเป็นธรรมดาที่ชีวิตของเราจะมีทั้งการให้และการรับ บทเพลงที่ใช้ที่กล่าวมาทั้งหมด ล้วนมาจากแนวทางของพระวจนะ คือบทเพลงที่มีเนื้อหาการพูดหรือสอนจากพระวจนะพระเจ้ามาหนุนใจ โดยใช้คำพูดง่ายๆ หรือการเปิดเพลงที่มีเนื้อหาที่พระเจ้าพูดกับเรา

การใช้เสียงเพลงนั้นมีผลต่อชีวิตคริสเตียนหรือไม่?

แท้จริงแล้วเสียงเพลงนั้นมีบทบาทต่อชีวิตคริสเตียนมาก เพราะในพันธสัญญาเดิม กษัตริย์ดาวิดได้ใช้เสียงเพลงในการระบายความในใจและนมัสการร้องทูลต่อพระเจ้า และในพันธสัญญาใหม่ พระเยซูคริสตร์ได้กล่าวว่า การนมัสการนั้นต้องนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง (ยน 4:24) ด้วยเหตุนี้เสียงเพลงจึงเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเรา

เสียงเพลงนั้นมีผลต่อร่างกาย เพราะตัวโน็ตของดนตรีนั้นมีระบบระเบียบและแบบแผนที่ชัดเจน ดังนั้นเสียงเพลงจึงมีผลต่ออัตราของการเต้นของหัวใจ ชีพจรและการไหลเวียนของโลหิต การตอบสนองของเซลล์ประสาท ม่านตาและอารมณ์ ซึ่งนำไปสู่การมีสมาธิ สติสัมปชัญญะ ดนตรีที่นำการทรงสถิตนั้นจะนำไปสู่จินตนาการและการเคลื่อนไหวของพระวิญญารบริสุทธิ์ หรือเรียกว่า การเทพระสิริของพระเจ้าลงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่วงทำนองของเสียงเพลงนั้น จะเป็นการระบายอารมณ์ ความรู้สึกส่วนลึกของจิตใจ ขจัดความวิตกกังวลและการผ่อนคลาย หรือทำให้การจดจ่อที่ปัญหาน้อยลงไปจดจ่อที่ท่วงทำนองอันไพเราะของเสียงเพลงแทน

การบำบัดด้วยเสียงเพลงที่นำการทรงสถิตคืออะไร?

คือการนำเสียงเพลงที่กล่าวถึง พระลักษณะเกี่ยวกับความรัก ความบริสุทธิ์ ความอ่อนโยนและการรักษาเยียวยาของพระเจ้าให้ซึมซับเข้าไปในจิตใจและจิตวิญญาณ เพราะระหว่างสัปดาห์เราทั้งหลายได้รับผลกระทบจากคน สภาวะแวดล้อมและเหตุการณ์ต่างๆ

ประโยชน์ของดนตรีบำบัด

ช่วยกระตุ้นทักษะในการรับรู้และการจำ อีกทั้งลดอาการเจ็บปวด ห่อเหี่ยวและท้อแท้ได้ อีกทั้งยังได้เพิ่มการสร้างสมาธิแบบง่ายที่สุด เนื่องจากคริสตชนทุกคนล้วนต้องการมีสมาธิในการนมัสการและอธิษฐาน หรือการอ่านพระคัมภีร์

 เขียนโดย อาจารย์ เจริญ ยธิกุล