September 21, 2014

กุญแจแห่งการอธิษฐานสู่ชัยชนะ กุญแจดอกที่ 4 ให้การอธิษฐานเป็นการสำแดงของพระเจ้า กุญแจแห่งการอธิษฐานสู่ชัยชนะ กุญแจดอกที่ 4 ให้การอธิษฐานเป็นการสำแดงของพระเจ้า

ปัจจุบันผมรับผิดชอบงานด้านนมัสการ พระเจ้าทรงจัดเตรียมและตรัสกับผมเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ในเช้าวันหนึ่งผมสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ เตียงผมสั่นไปหมด มีเมฆหมอกปกคลุมตัวผมไว้และมีเสียงสัตว์ปีกบินเหนือที่นอนของผม ขณะนั้นผมรู้สึกตัวแน่นอน ไม่ใช่ความฝัน ในช่วงนั้นผมเป็นคริสเตียนใหม่ เข้าใจว่าเป็นผี ผมอธิษฐานขับไล่ ขับไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป จึงตัดสินใจนอนนิ่งๆสักพักทุกอย่างก็สงบ ผมสงสัยจึงลุกขึ้นเปิดพระคัมภีร์ อิสยาห์ บทที่ ผมสัมผัสได้ว่าพระเจัาตรัสกับผม เพราะเหตุการณ์ในตอนนั้นตรงกับพระคัมภีร์ทุกประการ

อิสยาห์ 6:1-4 “ข้าพเจ้าเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าประทับ ณ พระที่นั่งสูง และเทิดทูนขึ้น และชายฉลองพระองค์ของพระองค์เต็มวิหาร เหนือพระองค์มีเสราฟิมยืนอยู่ แต่ละด้านมีปีกหกปีก ใช้สองปีกบังหน้า  และสองปีกคลุมเท้า  และด้วยสองปีกบินไป  …………” 

ต่อมาประมาณเดือนเศษ มีผู้รับใช้ท่านหนึ่งได้มาพบกับข้าพเจ้า ได้วางมือพยากรณ์ว่า ข้าพเจ้าจะได้รับใช้พระเจ้าด้านดนตรี  ณ วันนี้เหตุการณ์ผ่านมาเกือบ 10 ปี ข้าพเจ้าได้รับใช้งานด้านทีมนมัสการของคริสตจักรตามที่อาจารย์ผู้นั้นได้พยากรณ์ไว้

สำหรับวันนี้ถ้าท่านยังไม่ได้รับการสำแดงจากพระเจ้า  ขอให้ท่านอธิษฐาน ขอการสำแดงจากพระองค์ เพื่อเตรียมชีวิตสู่การรับใช้ในพระราชกิจของพระองค์ในอนาคต

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

กุญแจแห่งการอธิษฐานสู่ชัยชนะ กุญแจดอกที่ 3 พระนามพระองค์คือทุกสิ่ง

พระนามของพระเจ้าอีกนามหนึ่ง คือ พระยะโฮวาห์ราฟาห์  พระองค์เป็นแพทย์ผู้ประเสริฐ

ที่ค่ายแห่งหนึ่งซึ่งติดกับชายแดนพม่า ค่ายนี้อยู่ในป่าลึก ต้องนั่งรถประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อถึงที่พักข้าพเจ้าได้นอนกับลูกชาย เราได้อธิษฐานขับไล่วิญญาณชั่วและสัตว์ต่างๆที่เป็นอันตราย ในช่วงเวลา 3 วันนั้น ลูกชายของข้าพเจ้านอนเล่นที่เสื้อของเขา และนอนหนุนหมอนใบเล็กๆ พอวันสุดท้ายเราเก็บที่นอน ข้าพเจ้าตกใจเพราะพบแมลงป่องนอนอยู่ใต้หมอนของลูกชาย ข้าพเจ้าอธิษฐานขอการปกป้องรักษาจากพระเจ้า เราทั้งหมดได้รับความปลอดภัย

สดด. 91:2-3 กล่าวว่า “ที่ลี้ภัยของข้าพระองค์และป้อมปราการของพระองค์ เพราะพระองค์…………และจากโรคภัยอย่างร้ายแรงนั้น”

สดด. 91:14 “เพราะเขาผูกพันกับเราด้วยความรัก เราจะช่วยกู้เขา เราจะป้องกันเขาไว้ เพราะเขารู้จักนามของเรา”

ผมเป็นคนหนึ่งที่แพ้อาหารดอง  ในชีวิตเคยเข้าโรงพยาบาล 2-3 ครั้ง ต้องนอนให้น้ำเกลือเพราะอาหารเป็นพิษ ครั้งแรกขณะที่ทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยพายัพ ก่อนแสดงคอนเสริ์ทข้าพเจ้าอาเจียนอย่างหนักและเสียดท้องอย่างรุนแรงจนต้องงดการแสดง ครั้งที่  2  ขณะเรียนอยู่ในโรงเรียนพระคริสต์ธรรมและอีกครั้งขณะไปต่างจังหวัด คุณอาจยังไม่เคยมีประสบการณ์อย่างนี้ คืออาเจียนไม่หยุด มันทรมานมาก ผมทุรนทุราย  ผมอยู่ในป่าไกลจากโรงพยาบาล ผมระลึกถึงพระคัมภีร์ มาระโก 16:17-18 “มีคนเชื่อที่ไหน หมายสำคัญจะเกิดขึ้นที่นั่น คือเขาจะขับผีออกในนามของเรา  …………..เขากินยาพิษที่ใด จะไม่เป็นอันตรายแก่เขา เขาจะวางมือบนคนไข้ คนป่วย แล้วคนเหล่านั้นก็หายโรค”     ขอบคุณพระเจ้าผมเอามือวางบนท้องตัวเองแล้วอธิษฐานจนหลับไป ตื่นขึ้นมาผมกลับสู่สภาพปกติ

ในปี 1997  เป็นปีที่ผมได้เห็นการรักษาโรคจากพระจ้าอย่างชัดเจน สมาชิกท่านหนึ่งเป็นคริสเตียนมาประมาณ 15 ปี เธอไม่ค่อยมาโบสถ์ ไม่สนใจกิจกรรมใดๆทั้งสิ้น จนโอกาสที่เราจัดโครงการอธิษฐานบนภูเขา เธอได้ไปกับพวกเราด้วยซึ่งเป็นครั้งแรกของเธอ  เธอมีโรคประจำตัวคือไซนัส  และแพ้อากาศ ต้องทานยาทุกวัน ในคืนนั้นเธอได้แสวงหาพระเจ้าด้วยสุดใจ โดยผู้นำของเราอธิษฐานเผื่อเธอ  ในคืนนั้นเธอได้รับบัพติสมาในพระวิญญาณบริสุทธิ์  พูดภาษาแปลกๆ และพระเจ้าได้รักษาโรคไซนัสและภูมิแพ้ของเธอ

ปลายปี 1997  ผมฟังคำพยานจากเธอว่าพระเจ้าทรงรักษาหูของเธอ ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอได้ปิดบังกับทุกคน คือหูของเธอมีอาการช้ำ แฉะ  ตลอดทั้งใบหู ซึ่งเป็นเหตุให้เธอต้องไว้ผมยาวปิดบังตลอดเวลา เมื่อมีงานฤทธิ์เดช 97 มีการอธิษฐาน 40 วันของคริสตจักรประเทศไทย  เธอได้เอามือวางที่หูและอธิษฐานทุกวัน เธอได้รับการรักษาจากพระเจ้า

เขียนโดย อ. เจริญ ยธิกุล

กุญแจแห่งการอธิษฐานสู่ชัยชนะ กุญแจดอกที่ 2 มั่นใจในพระเจ้าไม่เปลี่ยนแปลง

40 ปีในถิ่นทุรกันดาร ที่พระเจ้าทรงเลี้ยงอิสราเอลด้วยมานาอาหารจากสวรรค์ พระเจ้าทรงเลี้ยงเอลียาห์ด้วยขนมปังที่อีกาคาบมาให้ และพระเยซูคริสต์เลี้ยงดูคน 5,000 คนด้วยขนมปัง 5 ก้อน กับปลา 2 ตัว

ในปัจจุบันพระเจ้าก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ฮบ 13:8 “พระเยซูคริสต์ยังทรงเหมือนเดิมในเวลาวานนี้ และเวลาวันนี้ และต่อๆไปเป็นนิจกาล”

ในปี 1895  จอร์จ มูลเลอร์  เปิดสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าโดยการอธิษฐาน ท่านต้องใช้เงินปีละ 5 ล้านบาท เพื่อดูแลเด็ก 9,500 คน  ไม่มีการเรี่ยไร  ไม่มีสัญญาถวายประจำ  แต่เขาอยู่ด้วยการอธิษฐาน ด้วยความเชื่อ มีครั้งหนึ่งอาหารในสถานเลี้ยงเด็กหมด มูลเลอร์บอกให้เด็กๆนั่งหน้าจานข้าวแล้วอธิษฐานขอบคุณพระเจ้าสำหรับอาหารที่ประทานให้  ทันใดนั้นเองมีเสียงรถชนกันหน้าสถานเลี้ยงเด็ก ปรากฏว่ามีรถบันทุกข้าวสารชนกัน เจ้าของข้าวได้ยกข้าวที่ตกกลางถนนให้กับเด็กๆเหล่านี้

คุณคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่? เปล่าเลย พระเจ้ามีวิธีการที่จะตอบคำอธิษฐานแก่คุณหลายวิธี เพียงแต่คุณเชื่อเท่านั้น

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

Picture’s source : http://jesuschrist.lds.org/SonOfGod/eng/faith-in-jesus-christ/articles/faith-in-jesus-christ

กุญแจแห่งการอธิษฐานสู่ชัยชนะ กุญแจดอกที่ 1 การอธิษฐานด้วยความเชื่อ

ฮบ. 11:1 “ความเชื่อ คือ ความแน่ใจในสิ่งที่หวังไว้ เป็นความรู้สึก มั่นใจว่าสิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง”
มก. 11:23 “เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ผู้ใดก็ตามจะสั่งภูเขานี้ว่า ‘จงลอยไปลงทะเล’ และมิได้สงสัยในใจ แต่เชื่อว่าจะเป็นไปตามที่สั่งนั้น ก็จะเป็นไปตามคำสั่งนั้นจริง”

       ความเชื่อเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการอธิษฐาน เพราะเมื่อเราจะเข้าเฝ้าพระเจ้าเราต้องเชื่อว่า “พระเจ้าทรงพระชนม์อยู่ “ (ฮบ. 11:6) และเราต้องเชื่อในการอัศจรรย์ของพระเจ้าเพราะเรากำลังอธิษฐานทูลขอใช้สิทธิอำนาจและฤทธานุภาพของพระองค์ ไม่ใช่ตัวเราเอง

ในการจัดค่ายครั้งหนึ่ง ในตอนเช้าผู้นำค่ายได้จัดเตรียมบทเรียนเฝ้าเดี่ยว และให้ทุกคนแยกย้ายกันไปเฝ้าเดี่ยวตามแต่สถานที่ใครจะหาได้ เด็กอนุชนคนหนึ่งได้รับบทเรียนเฝ้าเดี่ยว เรื่อง ‘ความเชื่อ’ โดยอ่านจาก มก. 11:20-25 เรื่องความเชื่อสามารถเลื่อนภูเขาได้ พอเขาเฝ้าเดี่ยวถึงตอนนี้ เขามองไปที่ภูเขาที่ตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แล้วยื่นมือออกไป หลับตาแล้วเอ่ยถ้อยคำแห่งความเชื่อสั่งภูเขาให้มันลอยไปในทะเล ตามมาระโก 11:23
หลังจากที่เขาลืมตาขึ้น คำหนึ่งที่เขาโพล่งออกจากปากก็คือ “ฉันคิดไว้แล้วว่ามันไม่เลื่อน มันก็ไม่เลื่อนจริง ๆ”

การอธิษฐานไม่ใช่เราคิดว่าพระเจ้าจะตอบอย่างไร แต่อยู่ที่ฤทธิอำนาจของพระเจ้า หน้าที่ของเราคือ ‘เชื่อ’ ไม่ใช่คิดว่าจะต้องเป็นอย่างไร จอร์จ มูลเลอร์ นักเทศน์ และนักสังคมสงเคราะห์ ครั้งหนึ่งท่านต้องเดินทางไปแคนนาดาเพื่อเทศนา ขณะที่เรือกำลังแล่นอยู่นั้น มีหมอกลงจัดในมหาสมุทร เรือโดยสารจึงต้องจอดเฉยๆกลางทะเล มูลเลอร์เดินไปเคาะประตูห้องกัปตัน “ผมต้องการไปเมืองโตรอนโตให้ทันวันอาทิตย์นี้” กัปตันพูดสวนทันที เป็นไปไม่ได้ สภาพทัศนวิสัยเช่นนี้มีหวังเรือชนกันแน่ มูลเลอร์จึงตอบว่า 40 ปีในการทำงานรับใช้พระเจ้า ผมไม่เคยผิดนัดเลย ผมต้องไปถึงในวันอาทิตย์นี้และผมก็เชื่อเช่นนั้น มูลเลอร์จึงขอร้องให้กัปตันอธิษฐานด้วยกัน ขณะที่กัปตันเริ่มจะอธิษฐาน มูลเลอร์พูดว่า “ท่านไม่ต้องอธิษฐานหรอกครับ เพราะท่านไม่มีความเชื่อ” กัปตันไม่ค่อยพอใจเดินออกไปนอกห้องบนดาดฟ้า หน้าของเขาถอดสีเพราะหมอกหนาทึบได้หายไปแล้ว ความเชื่อ คือ การที่เราเอาชีวิตของเราวางไว้บนความยิ่งใหญ่และพระคุณของพระเจ้า ยน. 11:40 “ถ้าเจ้าเชื่อ เจ้าจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า”

 เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

Powered by www.477internet.com