การสร้างจิตวิญญาณให้เข้มแข็ง ตอนที่ 5 จงเข้มแข็ง

หากเรามั่นคงในอุดมคติ ทัศนคติที่ดีกับตัวเองภายใน เราก็จะมั่นคงภายนอกไปด้วย และสิ่งที่เราทำก็จะเป็นการทำซึ่งออกมาจากภายใน เราจะไม่กลัว ไม่อาย ลองหันมาสร้างความเข้มแข็งภายในดูสิครับ โดยเริ่มจากจิตใจ ผมจะยกตัวอย่างเรื่องราวในไบเบิ้ลให้ท่านฟัง พระเยซูได้เล่าเรื่องชายคนหนึ่งเดินทางไปยังเมืองเยรีโค ขณะเดินทางได้ถูกโจรปล้นและทำร้าย ปรากฎว่ามีปุโรหิต (สมัยนั้นชุดปุโรหิตเรียบร้อย มีรายละเอียดมากมาย) และมีกฎของปุโรหิต คือ ห้ามแตะต้องศพ ทั้งที่คนยิวด้วยกันที่ถูกทำร้ายจะตายหรือไม่เรายังไม่รู้ แต่ด้วยการรักษากฎและรูปแบบภายนอก ปุโรหิต (นักบวช ผู้นำทางศาสนาของยิว) ก็เดินผ่านไปไม่ใยดี ต่อมามีคนเลวี (นักเขียน นักศาสนาผู้คัดลอกไบเบิ้ล หรือพระคัมภร์ หรืออาจารย์ผู้รอบรู้พระคัมภีร์) เห็นเข้า ก็คงเพราะมีความรู้มาก มีเหตุผลมากมาย ก็เดินผ่านไป เพราะเกรงว่าจะโดนหลอกทำร้าย ปล่อยให้คนยิวเหมือนกันนอนซมกับการบาดเจ็บต่อไป สุดท้าย มีชาวสะมาเรีย ซึ่งเป็นชนชาติที่ชาวยิวรังเกียจ ซึ่งได้ถูกเปรียบเป็นเหมือนสุนัขตัวหนึ่ง ผ่านมาเห็นชาวยิวคนนี้เขาจึงพาไปหาหมอ และบอกกับหมอว่า เดี๋ยวเขาจะเดินทางกลับมา หากเงินไปพอเขาจะจ่ายให้ทั้งหมดเลย แล้วตอนนี้ พระเยซูถามคนฟังว่า ใครคือเพื่อนที่แท้จริง? ผมยกเรื่องนี้มาเล่าเพราะอยากให้เห็นตัวตนภายในของชาวสะมาเรียว่า แม้ภายนอกชาวยิวจะให้คุณค่าเขาแค่สุนัขตัวหนึ่ง แต่ชาวสะมาเรียมองภายในตัวเองว่า เขาคือคนๆหนึ่งที่ต้องทำดี นี่คือผลของความเข้มแข็งในจิตใจ ส่งผลให้เสริมสร้างบุคลิคภายนอกที่แท้จริง และเข้มแข็งในตัวตนอย่างแท้จริง วันนี้จงเข้มแข็งภายใน แล้วมันจะส่งผลต่อภายนอกครับ Picture’s source: http://buildingselfesteem.co.uk/2009/07/7-things-you-can-do-today-to-build-your-self-esteem/หากเรามั่นคงในอุดมคติ ทัศนคติที่ดีกับตัวเองภายใน เราก็จะมั่นคงภายนอกไปด้วย และสิ่งที่เราทำก็จะเป็นการทำซึ่งออกมาจากภายใน เราจะไม่กลัว ไม่อาย ลองหันมาสร้างความเข้มแข็งภายในดูสิครับ โดยเริ่มจากจิตใจ ผมจะยกตัวอย่างเรื่องราวในไบเบิ้ลให้ท่านฟัง พระเยซูได้เล่าเรื่องชายคนหนึ่งเดินทางไปยังเมืองเยรีโค ขณะเดินทางได้ถูกโจรปล้นและทำร้าย ปรากฎว่ามีปุโรหิต (สมัยนั้นชุดปุโรหิตเรียบร้อย มีรายละเอียดมากมาย) และมีกฎของปุโรหิต คือ ห้ามแตะต้องศพ ทั้งที่คนยิวด้วยกันที่ถูกทำร้ายจะตายหรือไม่เรายังไม่รู้ แต่ด้วยการรักษากฎและรูปแบบภายนอก ปุโรหิต (นักบวช ผู้นำทางศาสนาของยิว) ก็เดินผ่านไปไม่ใยดี ต่อมามีคนเลวี (นักเขียน นักศาสนาผู้คัดลอกไบเบิ้ล หรือพระคัมภร์ หรืออาจารย์ผู้รอบรู้พระคัมภีร์) เห็นเข้า ก็คงเพราะมีความรู้มาก มีเหตุผลมากมาย ก็เดินผ่านไป เพราะเกรงว่าจะโดนหลอกทำร้าย ปล่อยให้คนยิวเหมือนกันนอนซมกับการบาดเจ็บต่อไป สุดท้าย มีชาวสะมาเรีย ซึ่งเป็นชนชาติที่ชาวยิวรังเกียจ ซึ่งได้ถูกเปรียบเป็นเหมือนสุนัขตัวหนึ่ง ผ่านมาเห็นชาวยิวคนนี้เขาจึงพาไปหาหมอ และบอกกับหมอว่า เดี๋ยวเขาจะเดินทางกลับมา หากเงินไปพอเขาจะจ่ายให้ทั้งหมดเลย แล้วตอนนี้ พระเยซูถามคนฟังว่า ใครคือเพื่อนที่แท้จริง? ผมยกเรื่องนี้มาเล่าเพราะอยากให้เห็นตัวตนภายในของชาวสะมาเรียว่า แม้ภายนอกชาวยิวจะให้คุณค่าเขาแค่สุนัขตัวหนึ่ง แต่ชาวสะมาเรียมองภายในตัวเองว่า เขาคือคนๆหนึ่งที่ต้องทำดี นี่คือผลของความเข้มแข็งในจิตใจ ส่งผลให้เสริมสร้างบุคลิคภายนอกที่แท้จริง และเข้มแข็งในตัวตนอย่างแท้จริง วันนี้จงเข้มแข็งภายใน แล้วมันจะส่งผลต่อภายนอกครับ เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล Picture’s source:...

Read More

การสร้างจิตวิญญาณให้เข้มแข็ง ตอนที่ 4 บุคลิค สไตล์การทำงาน และจริยธรรม

คนเรามีสามเรื่องที่มักจะทำให้เสียความสัมพันธ์ คือ สไตล์การทำงาน หรือบุคลิก การดำเนินชีวิต และสุดท้าย คือ เรื่องจริยธรรม เราจะเห็นว่าเวลาคนเราทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน ไม่อยากทำงานกับหัวหน้าคนนี้ หรือเพื่อนคนนี้ ลองคิดดีๆ ว่าเป็นเรื่องอะไร สไตล์การทำงานของเขา หรือเขาทำผิดจริยธรรม ? ทำไม? เพราะเรามักจะเลิก หยุดและท้อใจ หมดใจ กับบางคน ซึ่งอาจเป็นหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงาน เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง จิตใจของเราต้องปรับใหม่ คิดใหม่ ว่าขอให้งานสำเร็จ จากทีมของเรา แต่เราไม่เหมือนกันด้านบุคลิก ซึ่งจะพูดภายหลัง และแต่ละบุคลิกก็จะมีวิธี สไตล์การทำงานไม่เหมือนกัน แต่หากจิตใจเราไม่เข้มแข็ง เราจะท้อใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง คือบุคลิตและวิธีสไตล์การทำงาน เลยทำไห้เราพลาดจากเพื่อนร่วมงานที่หลากหลาย และเสริมสร้างอารมณ์ จิตใจของเราได้ เพราะว่าสิ่งเดียวที่เราควรรับไม่ได้คือ เขาทำผิดจริยธรรม หรือจรรยาบรรณ คนสมัยนี้แปลกครับ คนทำผิดจริยธรรมเราเฉยๆรับได้ แต่คนทำงานร่วมกับเรา แค่ทำงานคนละสไตล์กับเรา หรือบุคลิกเล็กๆน้อยๆ มันรบกวนจิตใจเรา จนตัดขาดจากความเป็นเพื่อน หรือไม่อยากทำงานร่วมกับเขาไปเลย แบบนี้ไม่ดีครับ เพราะคนบางคน บุคลิกเขาไม่ดี หรือสไตล์การทำงานแตกต่างจากเรา แต่เขาไม่ทำร้ายจิตใจเราแน่ เพราะนั่นตือตัวตนของเขา และเขาก็ไม่ได้ทำผิดจริยธรรม ไม่ทำให้ท่านเดือนร้อนแน่ครับ วันนี้หัดคิดใหม่ เพื่อจิตใจท่านจะไม่ถูกรบกวนจากเรื่องหยุมหยิม ที่ไม่ควรให้มันทำลายสุขภาพจิตของท่าน Picture’s source: http://www.job1hit.com/news/1935/คนเรามีสามเรื่องที่มักจะทำให้เสียความสัมพันธ์ คือ สไตล์การทำงาน หรือบุคลิก การดำเนินชีวิต และสุดท้าย คือ เรื่องจริยธรรม เราจะเห็นว่าเวลาคนเราทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน ไม่อยากทำงานกับหัวหน้าคนนี้ หรือเพื่อนคนนี้ ลองคิดดีๆ ว่าเป็นเรื่องอะไร สไตล์การทำงานของเขา หรือเขาทำผิดจริยธรรม ? ทำไม? เพราะเรามักจะเลิก หยุดและท้อใจ หมดใจ กับบางคน ซึ่งอาจเป็นหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงาน เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง จิตใจของเราต้องปรับใหม่ คิดใหม่ ว่าขอให้งานสำเร็จ จากทีมของเรา แต่เราไม่เหมือนกันด้านบุคลิก ซึ่งจะพูดภายหลัง และแต่ละบุคลิกก็จะมีวิธี สไตล์การทำงานไม่เหมือนกัน แต่หากจิตใจเราไม่เข้มแข็ง เราจะท้อใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง คือบุคลิตและวิธีสไตล์การทำงาน เลยทำไห้เราพลาดจากเพื่อนร่วมงานที่หลากหลาย และเสริมสร้างอารมณ์ จิตใจของเราได้ เพราะว่าสิ่งเดียวที่เราควรรับไม่ได้คือ เขาทำผิดจริยธรรม หรือจรรยาบรรณ คนสมัยนี้แปลกครับ คนทำผิดจริยธรรมเราเฉยๆรับได้ แต่คนทำงานร่วมกับเรา แค่ทำงานคนละสไตล์กับเรา หรือบุคลิกเล็กๆน้อยๆ มันรบกวนจิตใจเรา จนตัดขาดจากความเป็นเพื่อน หรือไม่อยากทำงานร่วมกับเขาไปเลย แบบนี้ไม่ดีครับ เพราะคนบางคน บุคลิกเขาไม่ดี หรือสไตล์การทำงานแตกต่างจากเรา แต่เขาไม่ทำร้ายจิตใจเราแน่ เพราะนั่นตือตัวตนของเขา และเขาก็ไม่ได้ทำผิดจริยธรรม ไม่ทำให้ท่านเดือนร้อนแน่ครับ วันนี้หัดคิดใหม่ เพื่อจิตใจท่านจะไม่ถูกรบกวนจากเรื่องหยุมหยิม ที่ไม่ควรให้มันทำลายสุขภาพจิตของท่าน เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล Picture’s source:...

Read More

Build up Spiritual strength Part 3 – Don’t break up a relationship so easilyการสร้างจิตวิญญาณให้เข้มแข็ง ตอนที่ 3 อย่าตัดสัมพันธ์คนง่าย ๆ

 “Do not burn down bridges” is a Chinese saying. Because when soldiers went to wars in the ancient time, they went out with determination courage to win and would not run back. Therefore, burning down bridges indicated that they would not return. However, if they lost and they want to come back but the bridges were burnt down already, what will they do? You can take this incident as an example regarding how you should carry on with a relationship. For instance, if you are going to change your job, you should not change your cell phone number, email address and stop keeping in touch with your ex-colleagues because you never know that one day that person could be the one who encourage you, give you hope and back you during your tough time. When you despair and your most trusted person was not there to help you, it is possible that you might need help from the one you don’t fond of. It is said in the bible in Proverbs 18:24 that ‘there is a friend who sticks closer than a brother’. Therefore, don’t ‘burn down bridges’ by changing your cell phone number or your address, but ‘take care of the bridges’ because you might need cross over that bridge again in one day. Although it does not look pleasant to cross over, the people on the other side of the bridges could give you a warm welcome and give wild open arms to you. They could be a great help to you. Picture’s source: http://www.tomegannightphotography.com/europe.htm   “อย่าเผาสะพานทิ้ง” คำพูดนี้เป็นสำนวนคนจีนครับ เพราะเมื่อทหารไปรบ ด้วยความกล้าหึกเหิม เขาจะต้องชนะและไม่หนีกลับมา จะไปยึดเอาข้างหน้าเป็นที่ตั้ง จึงตัดเผาสพานทิ้ง บ่งบอกว่าจะไม่กลับมาอีก แต่ว่าหากแพ้ละ เขาจะกลับมา สะพานถูกเผาเสียแล้ว หรือในอีกทำนองหนึ่ง เราประยุกต์ในเรื่องการคบค้าสมาคม เมื่อเราจะเปลี่ยนที่ทำงาน หรือเกิดการบาดหมางใจกับกับใครบางคน เราเผาสะพานทิ้ง โดยเปลี่ยน ลบเบอร์มือถือ อีเมลล์ เลิกติดต่อ ทำไมครับ เพราะวันหนึ่งคนๆนั้น อาจเป็นเพื่อนที่หนุนใจ ชูใจ และใกล้ชิดที่สุดในยามคุณยากลำบาก คนที่คุณคิดว่าเขาดีที่สุดอาจไม่อยู่ตอนนั้น เหมือนคำว่า ‘มิตรที่ใกล้ชิด บางทีสนิทกว่าพี่น้อง’ แต่ท่านอาจจะไม่ชอบ หรือไม่เห็นด้วยบางเรื่องของเขา ท่านกลับตัดความสัมพันธิ์แบบไม่มีเยื่อใย แต่วันหนึ่งท่านท้อแท้ในจิตใจขึ้นมาจะทำอย่างไร? ดังนั้น จะออกจากงาน หรือย้ายที่อยู่ หรือจากกันอย่าเผาสะพานทิ้ง รักษาสะพานนั้นไว้ เพราะวันหนึ่ง ท่านอาจจะต้องกลับมาหา หรือเดินข้ามสะพานนนั้นอีกครั้งครับ ดูเหมือนมันไม่ง่ายที่จะทำ แต่มันมีผลมหาศาล เพราะเขาเหล่านั้นอาจจะเป็นกำลังใจ และโอบรับท่านกลับมาอีกครั้งหนึ่งได้เช่นกัน เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล Picture’s source:...

Read More

Build up Spiritual Strength Part II – Find a person who knows you wellการสร้างจิตวิญญาณให้เข้มแข็ง ตอนที่ 2 หาคนที่รู้ใจเราดี

ชีวิตของมนุษย์ประกอบไปด้วย 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือ ร่างกาย ส่วนที่สองคือ จิตใจ และส่วนที่สามคือจิตวิญญาณ ลองคิดดูสิครับว่าหากเรามีร่างกาย แต่ไม่มีวิญญาณเราก็คือคนตาย แต่หากเรามีวิญญาณแต่ไม่มีร่างกาย เราก็คือวิญญาณ แต่หากเรามีวิญญาณ ร่างกาย แต่ไม่มีจิตใจ ชีวิตของเราจะกลายเป็นคนที่ไร้ความรู้สึก อารมณ์เห็นอกเห็นใจ หรือรับรู้การสัมผัสของร่างกาย เราจะเป็นคนที่แห้งแล้งมากเลยทีเดียว หลายคนไม่เข้าใจว่าจิตใจมีผลต่อชีวิตมาก เหมือนคำที่กล่าวว่าจิตใจที่ดีเหมือนยาวิเศษ คนป่วย คนท้อใจอยู่ในอาการเจ็บป่วยยาวนาน หากรับกำลังใจที่ดี ได้รับคำพูดหรือข่าวเรื่องราวที่เสริมสร้าง จิตใจก็จะหึกเหิม จะช่วย ให้เขากล้าที่จะลุกขึ้นมา และกล้าที่จะบุกน้ำลุยไฟอย่างไหนก็ได้ เพราะเขารู้ว่าหากทำผิดพลาด หรือสำเร็จก็จะมีคนๆ หนึ่ง คอยให้กำลังใจและปลอบใจให้แก่เขา และตอนนี้เราจะมาคุยกันว่า จะให้อาหารด้านจิตใจได้อย่างไร เรื่องแรกคือ คน คนที่ผมได้กล่าวไปบ้างแล้ว คือคนๆนี้ เขาที่จะรู้สึกดีต่อท่าน คนที่คอยให้กำลังใจแก่ท่าน แม้ท่านล้มลง พ่ายแพ้ ท่านจะมีคนๆนี้ คอยให้กำลังใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าอยู่กับท่านตลอดเวลา หรืออยู่ด้วยกัน เขาอาจอยู่ที่ไหนก็ได้ที่ท่านสามารถเขียนอีเมล์ โทรศัพท์ หรือไปหา เขาจะต้อนรับท่านเสมอ วันนี้ท่านสร้างสัมพันธ์ และมีคนๆนี้แล้วหรือยัง เพราะหากท่านยังไม่มีก็จงเริ่มสร้างสัมพันธ์กับใครบางคนเสียตั้งแต่วันนี้ครับ แล้ววันหนึ่งท่านจะไม่ผิดหวังเลย ในยามที่ท่านต้องการใครสักคนหนึ่ง เขียนโดย อ.เจริญ...

Read More

Build up Spiritual Strength Part I – Set your goalการสร้างจิตวิญญาณให้เข้มแข็ง ตอนที่1 การตั้งเป้าหมาย

ทุกวันนี้พวกเราทุกคนคงหนีไม่พ้นปัญหาอุปสรรค ที่มีผลต่อจิตใจของเรา มันส่งผลให้อารมณ์ของเราดีและไม่ดี และส่งผลต่อคนรอบข้าง ที่จะรับผลกระทบต่อสิ่งที่เราแสดงออก คนที่มีจิตใจเข้มแข็งเท่านั้น จะเป็นผู้ที่ทนต่อปัญหา สถานการณ์ที่กระทบเข้ามาเหมือนกับต้นไม้ที่เติบโตเต็มที่ รากแข็งแรง ต้นใหญ่มั่นคง เมื่อโดนฝน พายุ อากาศร้อน หนาว เย็น ย่อมคงทนได้ทุกฤดูกาล แต่ต้นไม้ที่ไม่แข็งแรง ไม่ได้รับการดูแล รากแก้วไม่แข็งแรง ลำต้นไม่แข็งแรง ย่อมจะล้มลงง่ายๆ ตายไปด้วยความร้อน หรือ อากาศ หรือช่วงขาดน้ำเพียงไม่กี่วัน จึงอยากคุยวันนี้ว่า เราจะสร้างกำลังจิตใจให้แข็งแรงได้อย่างไร? เพราะไม่เช่นนั้นท่านจะอยู่ในโลกนี้เหมือนต้นไม้ไม่แข็งแรง โดนลมพัดไปมา เหมือนคำสอนของเปาโล ผู้นำชาวยิว กล่าวว่าหันไปเหมาด้วยลมปากของมนุษย์ ก็คือเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตามคำชักจูงของคน ซึ่งเราไม่รู้ว่าคนนั้นจะพูดในสิ่งที่ถูกหรือผิด แต่เมื่อคำพูดนั้นได้วิ่งเข้ามาในหู ถูกกลั่นกรองในสมอง ย่อมมีผลต่อจิตใจของเรา และส่งผลต่ออารมณ์ของเราได้ จึงอยากหนุนใจว่าวันนี้ หรือคืนนี้ที่ท่านกำลังอ่านบทความนี้ จงตั้งใจตั้งเป้าที่จะสร้างจิตใจ หรือจิตวิญญาณของท่านให้สมบูรณ์แข็งแรงและเติบโต หรือผมอยากจะใช้คำหนึ่งว่า “เป็นผู้ใหญ่” ในจิตวิญญาณนะครับ จงจำไว้ เรากำหนดเองได้ว่าจะให้จิตใจของเราเป็นอย่างไร ? เพราะเราเป็นเจ้าของ ไม่ใช่สถานการณ์หรือผู้หนึ่งผู้ใด แล้ววันนี้ท่านกำหนด ตั้งเป้าหมายที่จะคิด เลือกฟัง สิ่งที่ดีให้เป็นอาหารแก่จิตใจของท่านหรือยัง เพราะเราเลือกได้ครับ เลือกรับแต่สิ่งที่ดีแก่จิตใจหรือจิตวิญญาณเราเท่านั้น เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล Picture’s source:...

Read More

ความกังวลและความกลัวความ ตอนที่ 3 สาเหตุและการมีชัยชนะ

เป็นได้ว่าในวัยเด็ก ครอบครัวเน้นพิสูจน์โดยการกระทำ เช่น แข่งขันและเปรียบเทียบกันและกันในหมู่พี่น้อง หรือเขากับเพื่อน หรือถูกเลี้ยงดูด้วยการข่มขู่ เพื่อแลกความรักจากครอบครัว ประการที่ 1 ผู้ทำพันธกิจต้องมีความรักมากๆ อดทนให้กำลังใจมากๆ แก่ผู้รับการเยียวยา โดยหาสาเหตุ รากที่มาจากความกลัว และอธิษฐานปฏิเสธตัดความสัมพันธ์กับรากนั้น อีกทั้งยกโทษแก่ผู้ที่ทำให้เขามีอาการเช่นนี้ การยกโทษเป็นการปลดล็อคพระพรฝ่ายวิญญาณด้วยเช่นกัน และนำความโกรธและความเกลียด ซึ่งเป็นสิ่งที่นำไปสู่รากความกลัว ไปที่กางเขน ประการที่ 2 แสดงความรัก ไม่ใช่การข่มขู่ไม่ให้กลัวอีก และการสัมผัสอย่างเหมาะสม (ควรเพศเดียวกัน) และบอกถึงโทษมหันต์จากความกลัวจากพระคัมภีร์ และบอกกล่าวถึงความรักของพระเจ้า ท่องพระสัญญาจากพระเจ้าว่าไม่ต้องกลัวกังวลอีก ประการที่ 3 อธิษฐานปลดปล่อยความกลัวและกังวล หรือบางคนมีรากกรรมพันธุ์จากบรรพบุรุษ ให้อธิษฐานจัดการกับความสัมพันธ์นั้นๆเสีย ประการที่ 4 ให้เขามั่นใจว่าเขาสามารถเป็นตัวเขาเองได้ โดยเขาจะได้รับความรักเพราะเขาเป็นเขา ไม่ใช่เพราะเขาพยายามจะทำ เพราะเขาเป็นลูกพระเจ้า เขามีสิทธิทุกอย่าง ประการที่ 5 บทเพลง วรรณกรรมใหม่ที่เขาควรอ่าน เพื่อสร้างรากฐานกำลังใจ ประการที่ 6 บอกเขาว่าไม่ต้องกลัวที่จะปกป้องตัวเองจนเกินไป ในคำวิจารย์หรือความผิดพลาด เพราะทุกคนย่อมมีการพลาด และยังมีส่วนดีๆอื่นๆที่เรายังมี ที่หลากหลายคนยอมรับท่านได้ หรือห้ามจินตนาการเกินเรื่องความเป็นจริง ประการที่ 7 อธิษฐานเรียกปลุกจิตใจและจิตวิญญาณแห่งชีวิตและกำลังใจใหม่ หลีกเลี่ยงคุยสนทนากับคนที่พูดเรื่องเศร้าๆลบๆ หรือเรื่องหดหู่ใจ ประการที่ 8 ท่องภาวนาอยู่เสมอในพระสัญญา เพราะว่ามันจะเป็นจริง ฝึกดำเนินในความจริง ท่องภาวนา 2ทิ โมธี 1:7 เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงประทานจิตที่ขลาดกลัวให้เรา แต่ได้ทรงประทานจิตที่กอปรด้วยฤทธิ์ความรัก และการบังคับตนเองให้แก่เรา (นั่นย่อมหมายถึงเราต้องฝึกคิด กล้าที่จะไม่กลัว และเมื่อมีการให้อธิษฐานตัดความสัมพันธ์ เอาความรู้สึกกลัวไปตรึงเสียที่กางเขน และท่อง ๆ ๆ ๆ พระสัญญาความจริงของพระเจ้า) ยอมรับความจริงของพระเจ้ามากกว่าความรู้สึกหรือสถานการณ์ ท่องอ่าน 1เปโตร 5:7 จงละความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย ข้อคิด • ไดว คี ไอเซนฮาว กล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าไม่ยอมใช้คำว่า วิตกกังวลอย่างเด็ดขาด’ ผมจึงอยากจะหนุนใจให้กลัวอย่างหนึ่งคือ ขอให้สิ่งที่ท่านกลัว คือ การทำบาป อย่างอื่นไม่ต้องกลัว ผิดเริ่มใหม่ ล้มแล้วลุก คนเราคบกันอยู่ที่ใจ ไม่ได้ที่ผลงานหรือต้องพิสูจน์ในความรัก ขอให้ดำเนินด้วยความจริงใจไปอย่างธรรมชาติ เพราะทุกสิ่งต้องใช้เวลา “ชีวิตของเราควรเชิดหน้า ต่อสู้กับพายุที่โหมกระหน่ำ ยิ้มเข้าไว้” Picture’s source: http://www.glamour.com/weddings/blogs/save-the-date/2010/09/5-common-family-wedding-dramas.htmlเป็นได้ว่าในวัยเด็ก ครอบครัวเน้นพิสูจน์โดยการกระทำ เช่น แข่งขันและเปรียบเทียบกันและกันในหมู่พี่น้อง หรือเขากับเพื่อน หรือถูกเลี้ยงดูด้วยการข่มขู่ เพื่อแลกความรักจากครอบครัว ประการที่ 1 ผู้ทำพันธกิจต้องมีความรักมากๆ อดทนให้กำลังใจมากๆ แก่ผู้รับการเยียวยา โดยหาสาเหตุ รากที่มาจากความกลัว และอธิษฐานปฏิเสธตัดความสัมพันธ์กับรากนั้น อีกทั้งยกโทษแก่ผู้ที่ทำให้เขามีอาการเช่นนี้ การยกโทษเป็นการปลดล็อคพระพรฝ่ายวิญญาณด้วยเช่นกัน และนำความโกรธและความเกลียด ซึ่งเป็นสิ่งที่นำไปสู่รากความกลัว ไปที่กางเขน ประการที่ 2 แสดงความรัก ไม่ใช่การข่มขู่ไม่ให้กลัวอีก และการสัมผัสอย่างเหมาะสม (ควรเพศเดียวกัน) และบอกถึงโทษมหันต์จากความกลัวจากพระคัมภีร์ และบอกกล่าวถึงความรักของพระเจ้า ท่องพระสัญญาจากพระเจ้าว่าไม่ต้องกลัวกังวลอีก ประการที่ 3 อธิษฐานปลดปล่อยความกลัวและกังวล หรือบางคนมีรากกรรมพันธุ์จากบรรพบุรุษ ให้อธิษฐานจัดการกับความสัมพันธ์นั้นๆเสีย ประการที่ 4 ให้เขามั่นใจว่าเขาสามารถเป็นตัวเขาเองได้ โดยเขาจะได้รับความรักเพราะเขาเป็นเขา ไม่ใช่เพราะเขาพยายามจะทำ เพราะเขาเป็นลูกพระเจ้า เขามีสิทธิทุกอย่าง ประการที่ 5 บทเพลง วรรณกรรมใหม่ที่เขาควรอ่าน เพื่อสร้างรากฐานกำลังใจ ประการที่ 6 บอกเขาว่าไม่ต้องกลัวที่จะปกป้องตัวเองจนเกินไป ในคำวิจารย์หรือความผิดพลาด เพราะทุกคนย่อมมีการพลาด และยังมีส่วนดีๆอื่นๆที่เรายังมี ที่หลากหลายคนยอมรับท่านได้ หรือห้ามจินตนาการเกินเรื่องความเป็นจริง ประการที่ 7 อธิษฐานเรียกปลุกจิตใจและจิตวิญญาณแห่งชีวิตและกำลังใจใหม่ หลีกเลี่ยงคุยสนทนากับคนที่พูดเรื่องเศร้าๆลบๆ หรือเรื่องหดหู่ใจ ประการที่ 8 ท่องภาวนาอยู่เสมอในพระสัญญา เพราะว่ามันจะเป็นจริง ฝึกดำเนินในความจริง ท่องภาวนา 2ทิ โมธี 1:7 เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงประทานจิตที่ขลาดกลัวให้เรา แต่ได้ทรงประทานจิตที่กอปรด้วยฤทธิ์ความรัก และการบังคับตนเองให้แก่เรา (นั่นย่อมหมายถึงเราต้องฝึกคิด กล้าที่จะไม่กลัว และเมื่อมีการให้อธิษฐานตัดความสัมพันธ์ เอาความรู้สึกกลัวไปตรึงเสียที่กางเขน และท่อง ๆ ๆ ๆ พระสัญญาความจริงของพระเจ้า) ยอมรับความจริงของพระเจ้ามากกว่าความรู้สึกหรือสถานการณ์ ท่องอ่าน 1เปโตร 5:7 จงละความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย ข้อคิด • ไดว คี ไอเซนฮาว กล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าไม่ยอมใช้คำว่า วิตกกังวลอย่างเด็ดขาด’ ผมจึงอยากจะหนุนใจให้กลัวอย่างหนึ่งคือ ขอให้สิ่งที่ท่านกลัว คือ การทำบาป อย่างอื่นไม่ต้องกลัว ผิดเริ่มใหม่ ล้มแล้วลุก คนเราคบกันอยู่ที่ใจ ไม่ได้ที่ผลงานหรือต้องพิสูจน์ในความรัก ขอให้ดำเนินด้วยความจริงใจไปอย่างธรรมชาติ เพราะทุกสิ่งต้องใช้เวลา   “ชีวิตของเราควรเชิดหน้า ต่อสู้กับพายุที่โหมกระหน่ำ ยิ้มเข้าไว้” เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล Picture’s source:...

Read More