การเยียวยาด้วยดนตรี ตอนที่ 6 Green Music ของคริสเตียนและเสียงคลื่นกระตุ้นเซลล์สมอง

เพลงคริสเตียนมีฤทธิ์อำนาจสามารถเปลี่ยนจิตใจมนุษย์จากความท้อถอยในชีวิตให้มีความหวัง มีกำลัง และมีอำนาจ ในพระคัมภีร์ได้กล่าวเรื่องของเด็กหนุ่มดาวิดเมื่อเล่นพิณ ฤทธิ์เดชของพระเจ้าก็ทำให้ผู้ฟัง (ซาอูล) ได้หลุดพ้นจากอำนาจของวิญญาณชั่วที่เข้าสิงทันที (1ซมอ.16:23) เพลงคริสเตียนเป็นคำพยานจากชีวิตที่แท้จริงของบุคคลหลายประเภท หลายชนชั้นและจากสถานที่ต่างๆกัน แสดงถึงว่าพระเจ้าได้สัมผัสเขา เปลี่ยนแปลงชีวิตเขา จากชีวิตที่สิ้นหวังเป็นชีวิตที่มีความหวัง มีกำลังใจ มีชัยชนะที่พระองค์ประทานให้ เพลงคริสเตียนเป็นเพลงที่เต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี มีชัยชนะ เน้นให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เสริมสร้างซึ่งกันและกัน เต็ม ไปด้วยพลังและชัยชนะ เพลงคริสเตียนเป็นเนื้อเพลงที่เกี่ยวกับการให้โอกาสและยกโทษ เมื่อผิดหวังไร้ที่พึ่ง เมื่อกระทำความผิด บทเพลงจะแสดงออกถึงความเมตตาและพระกรุณาของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ พระเจ้าทรงยกโทษความผิดบาปนั้นและรับการเล้าโลมใจ พวกเราคนไทยจะคุ้นกับคำที่เรียกว่าเพลง Green Music ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นเพลงไทยหรือเพลงสากลที่ฮิตซึ้งๆ และนำมาบรรเลง พร้อมกับใส่เสียงคลื่น ธรรมชาติ เสียงน้ำตกลงไป ให้นอนฟังสบาย หากท่านสนใจ ติดต่อได้นะครับ ปัจจุบันมีเพลงคริสเตียน (จากเพลงชีวิตคริสเตียน) ที่นำมาบรรเลงและใส่เสียงคลื่น ทะเล น้ำตก เสียงธรรมชาติลงไป ใช้ฟังเวลานอนหลับหรือนั่งจิบกาแฟ ขับรถเวลาเดินทางไปไกลๆ เช่นเพลงพระคุณพระเจ้า หรือเพลงจากหนังสือเพลงชีวิตคริสเตียน แต่ก็มีเพลงอีกประเภท เป็นคลื่นเสียงที่ให้นอนหลับลึก สำหรับกระตุ้นเซลในสมอง เพื่อรักษา เช่น คนนอนหลับไม่ลึก ให้ลึกและให้มีสมาธิ หรือคนที่อยากเลิกบุหรี่ แต่ชุดนี้เรามีแค่ตัวอย่างสั้นๆ จำหน่าย (มีลิขสิทธิ์) ท่านต้องสั่งซื้อเองในอินเตอร์เน็ตกับเจ้าของที่ผลิตครับ ผมเข้าใจว่าทางกลุ่ม RMC มีแค่สามเพลง ที่แก้เรื่องหลับไม่ลึก อยากเลิกบุหรี่ และให้มีสมาธิ แต่หากท่านต้องการทั้งชุดสมบูรณ์ต้องสั่งซื้อ หรือหาทางเว็บบไซด์เองครับ เราพอมีแต่ส่วนหนึ่งที่จะช่วยท่านได้ระดับหนึ่ง (แต่ทั้งชุดท่านต้องซื้อตามลิขสิทธิ์ดีที่สุดครับ) พอดีผมได้มาจากเพื่อน และไม่รู้แหล่งจริงๆ ใครที่ทราบก็ช่วยโพสต์ บอกๆกันด้วยนะครับ แต่ผมทราบว่ามีบางร้าน จำหน่าย ชุด Divine Healing ชุดนี้ หาได้ตามห้างใหญ่ๆ แต่ผมเข้าใจว่าผู้ผลิตเป็นคาธอลิกก็เคยฟังครับ แต่หากคนมีปัญหาจริงๆ และได้ลองทำ Soaking pray กับทั้ง Green Music ของคริสเตียน และเสียงคลื่นกระตุ้นเซลสมองที่ทางกลุ่ม RMC มีการทำพันธกิจร่วมกับการใช้พระคำ การอธิษฐาน และการเยียวยาปลดปล่อย และที่สำคัญไม่ว่าจะรับการเยียวยาโดยวิธีไหนก็แล้ว สำหรับคริสเตียนหลังจากรับการเยียวยา วิถีการเลือกดำเนินชีวิตใหม่ อ่านพระวจนะและเข้ากลุ่มสามัคคีธรรมสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในการนมัสการอธิษฐาน บางคนทำไม่ได้เลยหรือสมาธิสั้นหรือพูดไม่เป็น สำหรับคนประเภทนี้คนที่อธิษฐานนมัสการไม่เป็น เราก็มีซีดีนำอธิษฐานนมัสการสดๆ จริงๆ ให้ท่านฝึกตาม (เป็นภาษาไทย) หากทำตาม ท่านจะสามารถอธิษฐานได้ยาวถึง 1 ชั่วโมง 50 นาทีเลยครับ (พอดีมีการสอน และมีคริสตจักรหนึ่งได้บันทึกการฝึกสอนสดๆ ไว้ ผมเห็นว่าจะช่วยคนที่นมัสการส่วนตัวด้วยตัวเองไม่เป็นจริงๆ เมื่อท่านฝึกตามจนชำนาญ ต่อจากนั้นก็ไปพลิกแพลงปรับเปลี่ยนตามการทรงนำหรือประสบการณ์ของท่านเอง ถ้าท่านสนใจสั่งซื้อโดยที่แถบ ‘วิธีการสั่งซื้อ’ สินค้าไม่มีโชว์ในเวป ท่านติดต่อมาทางอีเมล์เองนะครับ สรุปเพลงหายากที่ใช้ในการเยียวยาในทางคริสเตียนที่ผมพอแนะนำได้ ก็มี ชุด 1 Green Music ของคริสเตียน (ที่มีเสียงคลื่นและธรรมชาติผสมผสาน) ชุด 2 เสียงคลื่นกระตุ้นเซลล์สมอง (เพื่อให้หลับลึกและเพื่อการเลิกบุหรี่) ชุดนี้ใช่ของคริสเตียนนะครับ ชุด 3 สอนฝึกการนมัสการสดส่วนตัวจริงๆ (ความยาว 1.50 นาที) ชุด 4 เพลงแช่ในการทรงสถิต ชุดของ Steve Schneiders นมัสการสด ร้องเพลงจากพระธรรมสดุดีที่กลุ่ม (RMC) ชุด 5 เพลง แช่ในการทรงสถิต ชุดของหัวใจพระบิดา (ภาษาไทยของ กลุ่ม RMC) ชุดุ 6 For Time 4 Soaking (ภาษาอังกฤษ) พูดถึงจดหมายรักจากพระบิดา ชุด 7 Fresh Oil (เติมด้วยน้ำมันแห่งการเจิมด้วยความรัก) เหมือนชุดที่ 6 เป็นภาษาอังกฤษ ท้ายสุดหวังว่าท่านจะรับการเยียวยาส่วนตัว จากวิธีที่เราเสนอในบล็อกนี้ ด้วยหลายวิธี เช่น การอธิษฐาน การสร้างวินัยใหม่ และการใช้เพลงเยียวยา ผ่านพระคำและพลังของกลุ่มที่เสริมสร้างท่านด้วยครับ และสื่อต่างๆที่เราแนะนำให้นะครับ Picture’s source: http://www.sanmarcoshealingrooms.com/resources/soaking-musicเพลงคริสเตียนมีฤทธิ์อำนาจสามารถเปลี่ยนจิตใจมนุษย์จากความท้อถอยในชีวิตให้มีความหวัง มีกำลัง และมีอำนาจ ในพระคัมภีร์ได้กล่าวเรื่องของเด็กหนุ่มดาวิดเมื่อเล่นพิณ ฤทธิ์เดชของพระเจ้าก็ทำให้ผู้ฟัง (ซาอูล) ได้หลุดพ้นจากอำนาจของวิญญาณชั่วที่เข้าสิงทันที (1ซมอ.16:23) เพลงคริสเตียนเป็นคำพยานจากชีวิตที่แท้จริงของบุคคลหลายประเภท หลายชนชั้นและจากสถานที่ต่างๆกัน แสดงถึงว่าพระเจ้าได้สัมผัสเขา เปลี่ยนแปลงชีวิตเขา จากชีวิตที่สิ้นหวังเป็นชีวิตที่มีความหวัง มีกำลังใจ มีชัยชนะที่พระองค์ประทานให้ เพลงคริสเตียนเป็นเพลงที่เต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี มีชัยชนะ เน้นให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เสริมสร้างซึ่งกันและกัน เต็ม ไปด้วยพลังและชัยชนะ เพลงคริสเตียนเป็นเนื้อเพลงที่เกี่ยวกับการให้โอกาสและยกโทษ เมื่อผิดหวังไร้ที่พึ่ง เมื่อกระทำความผิด บทเพลงจะแสดงออกถึงความเมตตาและพระกรุณาของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ พระเจ้าทรงยกโทษความผิดบาปนั้นและรับการเล้าโลมใจ พวกเราคนไทยจะคุ้นกับคำที่เรียกว่าเพลง Green Music ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นเพลงไทยหรือเพลงสากลที่ฮิตซึ้งๆ และนำมาบรรเลง พร้อมกับใส่เสียงคลื่น ธรรมชาติ เสียงน้ำตกลงไป ให้นอนฟังสบาย หากท่านสนใจ ติดต่อได้นะครับ ปัจจุบันมีเพลงคริสเตียน (จากเพลงชีวิตคริสเตียน) ที่นำมาบรรเลงและใส่เสียงคลื่น ทะเล น้ำตก เสียงธรรมชาติลงไป ใช้ฟังเวลานอนหลับหรือนั่งจิบกาแฟ ขับรถเวลาเดินทางไปไกลๆ เช่นเพลงพระคุณพระเจ้า หรือเพลงจากหนังสือเพลงชีวิตคริสเตียน แต่ก็มีเพลงอีกประเภท เป็นคลื่นเสียงที่ให้นอนหลับลึก สำหรับกระตุ้นเซลในสมอง เพื่อรักษา เช่น คนนอนหลับไม่ลึก ให้ลึกและให้มีสมาธิ หรือคนที่อยากเลิกบุหรี่ แต่ชุดนี้เรามีแค่ตัวอย่างสั้นๆ จำหน่าย (มีลิขสิทธิ์) ท่านต้องสั่งซื้อเองในอินเตอร์เน็ตกับเจ้าของที่ผลิตครับ ผมเข้าใจว่าทางกลุ่ม RMC มีแค่สามเพลง ที่แก้เรื่องหลับไม่ลึก อยากเลิกบุหรี่ และให้มีสมาธิ แต่หากท่านต้องการทั้งชุดสมบูรณ์ต้องสั่งซื้อ หรือหาทางเว็บบไซด์เองครับ เราพอมีแต่ส่วนหนึ่งที่จะช่วยท่านได้ระดับหนึ่ง (แต่ทั้งชุดท่านต้องซื้อตามลิขสิทธิ์ดีที่สุดครับ) พอดีผมได้มาจากเพื่อน และไม่รู้แหล่งจริงๆ ใครที่ทราบก็ช่วยโพสต์ บอกๆกันด้วยนะครับ แต่ผมทราบว่ามีบางร้าน จำหน่าย ชุด Divine Healing ชุดนี้ หาได้ตามห้างใหญ่ๆ แต่ผมเข้าใจว่าผู้ผลิตเป็นคาธอลิกก็เคยฟังครับ แต่หากคนมีปัญหาจริงๆ และได้ลองทำ Soaking pray กับทั้ง Green Music ของคริสเตียน และเสียงคลื่นกระตุ้นเซลสมองที่ทางกลุ่ม RMC มีการทำพันธกิจร่วมกับการใช้พระคำ การอธิษฐาน และการเยียวยาปลดปล่อย และที่สำคัญไม่ว่าจะรับการเยียวยาโดยวิธีไหนก็แล้ว สำหรับคริสเตียนหลังจากรับการเยียวยา วิถีการเลือกดำเนินชีวิตใหม่ อ่านพระวจนะและเข้ากลุ่มสามัคคีธรรมสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในการนมัสการอธิษฐาน บางคนทำไม่ได้เลยหรือสมาธิสั้นหรือพูดไม่เป็น สำหรับคนประเภทนี้คนที่อธิษฐานนมัสการไม่เป็น เราก็มีซีดีนำอธิษฐานนมัสการสดๆ จริงๆ ให้ท่านฝึกตาม (เป็นภาษาไทย) หากทำตาม ท่านจะสามารถอธิษฐานได้ยาวถึง 1 ชั่วโมง 50 นาทีเลยครับ (พอดีมีการสอน และมีคริสตจักรหนึ่งได้บันทึกการฝึกสอนสดๆ ไว้ ผมเห็นว่าจะช่วยคนที่นมัสการส่วนตัวด้วยตัวเองไม่เป็นจริงๆ เมื่อท่านฝึกตามจนชำนาญ ต่อจากนั้นก็ไปพลิกแพลงปรับเปลี่ยนตามการทรงนำหรือประสบการณ์ของท่านเอง ถ้าท่านสนใจสั่งซื้อโดยที่แถบ ‘วิธีการสั่งซื้อ’ สินค้าไม่มีโชว์ในเวป ท่านติดต่อมาทางอีเมล์เองนะครับ สรุปเพลงหายากที่ใช้ในการเยียวยาในทางคริสเตียนที่ผมพอแนะนำได้ ก็มี ชุด 1 Green Music ของคริสเตียน (ที่มีเสียงคลื่นและธรรมชาติผสมผสาน) ชุด 2 เสียงคลื่นกระตุ้นเซลล์สมอง (เพื่อให้หลับลึกและเพื่อการเลิกบุหรี่) ชุดนี้ใช่ของคริสเตียนนะครับ ชุด 3 สอนฝึกการนมัสการสดส่วนตัวจริงๆ (ความยาว 1.50 นาที) ชุด 4 เพลงแช่ในการทรงสถิต ชุดของ Steve Schneiders นมัสการสด ร้องเพลงจากพระธรรมสดุดีที่กลุ่ม (RMC) ชุด 5 เพลง แช่ในการทรงสถิต ชุดของหัวใจพระบิดา (ภาษาไทยของ กลุ่ม RMC) ชุดุ 6 For Time 4 Soaking (ภาษาอังกฤษ) พูดถึงจดหมายรักจากพระบิดา ชุด 7 Fresh Oil (เติมด้วยน้ำมันแห่งการเจิมด้วยความรัก) เหมือนชุดที่ 6 เป็นภาษาอังกฤษ ท้ายสุดหวังว่าท่านจะรับการเยียวยาส่วนตัว จากวิธีที่เราเสนอในบล็อกนี้ ด้วยหลายวิธี เช่น การอธิษฐาน การสร้างวินัยใหม่ และการใช้เพลงเยียวยา ผ่านพระคำและพลังของกลุ่มที่เสริมสร้างท่านด้วยครับ และสื่อต่างๆที่เราแนะนำให้นะครับ เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล Picture’s source:...

Read More

การเยียวยาด้วยดนตรี ตอนที่ 5 วิธีการแช่ในการทรงสถิต SOAKING PRAYER

วิธีการก็คือท่านอนลงหรือนั่งท่าเอนกายสบายๆ ที่ใดก็ได้ เช่น ที่ทำงาน ตรงโต๊ะทำงาน หรือที่บ้าน ที่นอน โซฟาร์ เงียบๆ ไม่มีสิ่งใครบกวน ควรปิดมือถือ ทีวี ไม่ท่านขนมขบเคี้ยว หรือทำอะไรที่ขัดต่อสมาธิของท่าน และนอนเอนกาย แช่ฟังเสียงเพลง อยู่ในเสียงเพลง สงบ และฟัง ส่วนเวลาที่ใช้อย่างน้อยสัก 15 นาที และขณะนั้นท่านไม่ต้องอธิษฐานภาวนาใดๆทั้งสิ้น ให้ฟังอย่างเดียวครับ หรือนั่งฟังหลังอาหารเที่ยงที่โต๊ะทานท่าสบายๆ นี่เป็นการพักผ่อนฝ่ายวิญญาณอย่างหนึ่ง แท้จริงการเขียนบทความไม่ได้อยากจะทำอาชีพหรือขายของนะครับ แต่เพราะผมไม่อยากเป็นผู้ให้ข้อมูลแล้วไม่มีอุปกรณ์ให้ เหมือนสอนให้ทายาแต่ไม่บอกว่าต้องใช้ยาอะไร ไม่มียาให้ซื้อ หรือไม่บอกว่าจะไปซื้อที่ไหน พอดีมีกลุ่มพันธกิจคริสเตียนที่จำหน่าย สินค้าแปลกของคริสเตียนที่หายาก ท่านลองติดต่อกลุ่มนี้นะครับ มีแน่นอน เพราะพี่น้องที่ทำร้านเล็กๆ นี้มีเป้าหมาย คือ จำหน่ายสินค้าคริสเตียนที่เกี่ยวกับการเจิม การเยียวยา ท่านสั่งซื้อได้ ติดต่อได้ เท่าที่รู้คือมีชุด The Father Love เป็นภาษาอังกฤษ หัวใจพระบิดา ภาษาไทย (ผลิตโดยทางกลุ่มRMC) เพลงสดุดี ร้องโดย Steve Schneiders (แสดงสด) ดูที่แถบ ‘วิธีสั่งซื้อ’ ท่านสามารถอ่านบทความเกี่ยวกับ Soaking เพิ่มเติมได้ที่ บทความ ‘การท่วมท้นในพระวิญญาณ (Soaking)’ Picture’s source: http://thumbpeople.org/soaking-music-brings-peace-and-balance-to-your-life.htmlวิธีการก็คือท่านอนลงหรือนั่งท่าเอนกายสบายๆ ที่ใดก็ได้ เช่น ที่ทำงาน ตรงโต๊ะทำงาน หรือที่บ้าน ที่นอน โซฟาร์ เงียบๆ ไม่มีสิ่งใครบกวน ควรปิดมือถือ ทีวี ไม่ท่านขนมขบเคี้ยว หรือทำอะไรที่ขัดต่อสมาธิของท่าน และนอนเอนกาย แช่ฟังเสียงเพลง อยู่ในเสียงเพลง สงบ และฟัง ส่วนเวลาที่ใช้อย่างน้อยสัก 15 นาที และขณะนั้นท่านไม่ต้องอธิษฐานภาวนาใดๆทั้งสิ้น ให้ฟังอย่างเดียวครับ หรือนั่งฟังหลังอาหารเที่ยงที่โต๊ะทานท่าสบายๆ นี่เป็นการพักผ่อนฝ่ายวิญญาณอย่างหนึ่ง แท้จริงการเขียนบทความไม่ได้อยากจะทำอาชีพหรือขายของนะครับ แต่เพราะผมไม่อยากเป็นผู้ให้ข้อมูลแล้วไม่มีอุปกรณ์ให้ เหมือนสอนให้ทายาแต่ไม่บอกว่าต้องใช้ยาอะไร ไม่มียาให้ซื้อ หรือไม่บอกว่าจะไปซื้อที่ไหน พอดีมีกลุ่มพันธกิจคริสเตียนที่จำหน่าย สินค้าแปลกของคริสเตียนที่หายาก ท่านลองติดต่อกลุ่มนี้นะครับ มีแน่นอน เพราะพี่น้องที่ทำร้านเล็กๆ นี้มีเป้าหมาย คือ จำหน่ายสินค้าคริสเตียนที่เกี่ยวกับการเจิม การเยียวยา ท่านสั่งซื้อได้ ติดต่อได้ เท่าที่รู้คือมีชุด The Father Love เป็นภาษาอังกฤษ หัวใจพระบิดา ภาษาไทย (ผลิตโดยทางกลุ่มRMC) เพลงสดุดี ร้องโดย Steve Schneiders (แสดงสด) ดูที่แถบ ‘วิธีสั่งซื้อ’ ท่านสามารถอ่านบทความเกี่ยวกับ Soaking เพิ่มเติมได้ที่ บทความ ‘การท่วมท้นในพระวิญญาณ (Soaking)’ เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล Picture’s source:...

Read More

การเยียวยาด้วยดนตรี ตอนที่ 4 เพลงที่แช่ในการทรงสถิตและนำการเยียวยา

Soaking คืออะไร การ Soaking ก็เหมือนกับการแช่ จุ่มในน้ำให้มิด หรืออีกภาพหนึ่งคือเหมือนกับคนจีนสมัยก่อน เมื่อจะซักผ้า ท่านเอาผ้าต้มกับสบู่จนร้อนแล้วทิ้งค้างคืนไว้จนรุ่งเช้า จนน้ำสบู่เย็นและผ้าขี้ริ้วนั้นก็สะอาดอย่างประหลาด เพราะผลจากการที่ความร้อนกับสบู่ที่ทำปฏิกริยากันหลายชั่วโมง และรอจนกว่าจะเย็นนั่นแหละครับ คือความหมายของคำว่า Soaking เปรียบเราถูกแช่ในบรรยากาศในการทรงสถิตในเสียงเพลงแห่งความรัก ฤทธิ์อำนาจแห่งความรัก การเยียวยาเข้ามา ทำงานในจิตใจ วิญญาณ และอารมณ์ของเรา แช่มากเท่าที่จะมากได้และจนเกิดการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในหัวใจของเรา โดยมีพระคัมภีร์ไบเบิ้ลอ้างอิง การอยู่ แช่ในการทรงสถิต ที่ต่างกับการพยายามปล้ำสู้เอาชนะ ทั้งๆที่เราอ่อนแรงไม่มีกำลัง เป็นการรับความรัก การรักษา ผ่านเสียงเพลงอย่างเดียว ทำได้ทุกที่และทำเองได้ มีพระคัมภีร์อ้างอิง เช่น สดุดี 23: 1-3 “ทรงกระทำให้ข้าพเจ้านอนลงที่ทุ่งหญ้าเขียวสด พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปริมน้ำแดนสงบ “ สดุดี 131: 2 “จิตใจของข้าพระองค์ สงบอยู่ภายในข้าพระองค์“ สดุดี 4: 4 “จงคำนึงในใจเวลาอยู่บนที่นอนและสงบอยู่” สำหรับผมเพลง Soaking เป็นเพลงที่ดีที่สุด ผมคิดและเข้าใจและมีประสบการณ์ว่า ควรเป็นเพลงที่พระเจ้าคุยกับเรา รักเรา เยียวยา มีแผนการที่ดีสำหรับเรา มันต่างกับเพลงนมัสการ และเพลงสรรเสริญ คือ เราพยายาม ร้อง คุยกับพระเจ้า พูดถึงพระองค์ แต่หากท่านหาไม่ได้ก็สามารถ หาเพลงบรรเลง ซึ้งๆไ พเราะ หรือ เพลงที่ท่านชอบมาฟังแทนก็ได้ครับ ความพิเศษและความแตกต่างของ เพลงแช่ในการทรงสถิต (Soaking) มีหลายกลุ่มที่เชื่อแนวนี้ เขามักจะ เรียกว่า เพลง ‘หัวใจพระบิดา’ เนื้อเพลงจะเป็นลักษณะเนื้อหาที่พระเจ้าพูด บรรยายความรักของพระองค์ที่มีต่อเรา ซึ่งมีน้อยแต่ผมพอจะแนะนำได้ เช่น เพลงของ Terry Macalmon ชุด My Belove Be Still And Know หรือชุดที่นิยมโดยการนำเข้ามาของกลุ่มนักศึกษาที่ไปเรียนเกี่ยวกับการเยียวยาจากต่างประเทศ และได้รับเป็นของกำนัลของขวัญ หรือใช้เป็นสื่ออุปกรณ์ในการทำงานด้านเยียวยา เช่นชุด The Father Love ผมมีชุดหนึ่ง และอีกทั้งท่านสามารถโหลดทางอินเตอร์เน็ตเองได้ แต่เป็นภาษาอังกฤษอาจฟังยากสำหรับผู้ที่ไม่รู้ไม่เข้าใจความหมาย แต่อย่างไรกลุ่มพันธกิจแม่น้ำ RMC ก็ได้ผลิตขึ้นมา ในการทำพันธกิจเยียวยา ในกลุ่มเป็นภาษาไทยขึ้นมา หากท่านสนใจลองติดต่อดูนะครับ และอีกแนวหนึ่งคือการฟังเพลงจากพระธรรมสดุดี เป็นบทๆ ไม่มีตัดต่อหรือ เพิ่มเติมเนื้อหา ร้องเป็นเพลงที่บรรยายความดี ความรักของพระเจ้า จากพระธรรมสดุดีสดๆเลยครับ ของ Steve Schneiders ชุดนี้เป็นการแสดงสดของเขา นักดนตรีชาวยิวเชื้อสายเลวีคนนี้ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นโรคเกี่ยวกับทางจิต สิบกว่าปีหลังจากนั้นเขาหายและได้นำเพลงสดุดีเหล่านี้มาใส่ทำนอง เวลาเราฟังก็นั่ง หรือนอนฟังตามสบายตามแต่สะดวก แต่เป็นภาษาอังกฤษนะครับ หากท่านต้องการ อยากจะมีเป็นสมบัติส่วนตัว ติดต่อได้ตามที่ แถบ ‘วิธีการสั่งซื้อ’ Picture’s source: http://www.soaking-music.com/soaking-music-calms-fears/ อันนี้แถมให้ครับ ประวัติของ ไซด์ของ Steve Schneiders (www.stevekerstin.com)Soaking คืออะไร การ Soaking ก็เหมือนกับการแช่ จุ่มในน้ำให้มิด หรืออีกภาพหนึ่งคือเหมือนกับคนจีนสมัยก่อน เมื่อจะซักผ้า ท่านเอาผ้าต้มกับสบู่จนร้อนแล้วทิ้งค้างคืนไว้จนรุ่งเช้า จนน้ำสบู่เย็นและผ้าขี้ริ้วนั้นก็สะอาดอย่างประหลาด เพราะผลจากการที่ความร้อนกับสบู่ที่ทำปฏิกริยากันหลายชั่วโมง และรอจนกว่าจะเย็นนั่นแหละครับ คือความหมายของคำว่า Soaking เปรียบเราถูกแช่ในบรรยากาศในการทรงสถิตในเสียงเพลงแห่งความรัก ฤทธิ์อำนาจแห่งความรัก การเยียวยาเข้ามา ทำงานในจิตใจ วิญญาณ และอารมณ์ของเรา แช่มากเท่าที่จะมากได้และจนเกิดการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในหัวใจของเรา โดยมีพระคัมภีร์ไบเบิ้ลอ้างอิง การอยู่ แช่ในการทรงสถิต ที่ต่างกับการพยายามปล้ำสู้เอาชนะ ทั้งๆที่เราอ่อนแรงไม่มีกำลัง เป็นการรับความรัก การรักษา ผ่านเสียงเพลงอย่างเดียว ทำได้ทุกที่และทำเองได้ มีพระคัมภีร์อ้างอิง เช่น สดุดี 23: 1-3 “ทรงกระทำให้ข้าพเจ้านอนลงที่ทุ่งหญ้าเขียวสด พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปริมน้ำแดนสงบ “ สดุดี 131: 2 “จิตใจของข้าพระองค์ สงบอยู่ภายในข้าพระองค์“ สดุดี 4: 4 “จงคำนึงในใจเวลาอยู่บนที่นอนและสงบอยู่” สำหรับผมเพลง Soaking เป็นเพลงที่ดีที่สุด ผมคิดและเข้าใจและมีประสบการณ์ว่า ควรเป็นเพลงที่พระเจ้าคุยกับเรา รักเรา เยียวยา มีแผนการที่ดีสำหรับเรา มันต่างกับเพลงนมัสการ และเพลงสรรเสริญ คือ เราพยายาม ร้อง คุยกับพระเจ้า พูดถึงพระองค์ แต่หากท่านหาไม่ได้ก็สามารถ หาเพลงบรรเลง ซึ้งๆไ พเราะ หรือ เพลงที่ท่านชอบมาฟังแทนก็ได้ครับ ความพิเศษและความแตกต่างของ เพลงแช่ในการทรงสถิต (Soaking) มีหลายกลุ่มที่เชื่อแนวนี้ เขามักจะ เรียกว่า เพลง ‘หัวใจพระบิดา’ เนื้อเพลงจะเป็นลักษณะเนื้อหาที่พระเจ้าพูด บรรยายความรักของพระองค์ที่มีต่อเรา ซึ่งมีน้อยแต่ผมพอจะแนะนำได้ เช่น เพลงของ Terry Macalmon ชุด My Belove Be Still And Know หรือชุดที่นิยมโดยการนำเข้ามาของกลุ่มนักศึกษาที่ไปเรียนเกี่ยวกับการเยียวยาจากต่างประเทศ และได้รับเป็นของกำนัลของขวัญ หรือใช้เป็นสื่ออุปกรณ์ในการทำงานด้านเยียวยา เช่นชุด The Father Love ผมมีชุดหนึ่ง และอีกทั้งท่านสามารถโหลดทางอินเตอร์เน็ตเองได้ แต่เป็นภาษาอังกฤษอาจฟังยากสำหรับผู้ที่ไม่รู้ไม่เข้าใจความหมาย แต่อย่างไรกลุ่มพันธกิจแม่น้ำ RMC ก็ได้ผลิตขึ้นมา ในการทำพันธกิจเยียวยา ในกลุ่มเป็นภาษาไทยขึ้นมา หากท่านสนใจลองติดต่อดูนะครับ และอีกแนวหนึ่งคือการฟังเพลงจากพระธรรมสดุดี เป็นบทๆ ไม่มีตัดต่อหรือ เพิ่มเติมเนื้อหา ร้องเป็นเพลงที่บรรยายความดี ความรักของพระเจ้า จากพระธรรมสดุดีสดๆเลยครับ ของ Steve Schneiders ชุดนี้เป็นการแสดงสดของเขา นักดนตรีชาวยิวเชื้อสายเลวีคนนี้ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นโรคเกี่ยวกับทางจิต สิบกว่าปีหลังจากนั้นเขาหายและได้นำเพลงสดุดีเหล่านี้มาใส่ทำนอง เวลาเราฟังก็นั่ง หรือนอนฟังตามสบายตามแต่สะดวก แต่เป็นภาษาอังกฤษนะครับ หากท่านต้องการ อยากจะมีเป็นสมบัติส่วนตัว ติดต่อได้ตามที่ แถบ ‘วิธีการสั่งซื้อ’ เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล Picture’s source: http://www.soaking-music.com/soaking-music-calms-fears/ อันนี้แถมให้ครับ ประวัติของ ไซด์ของ Steve Schneiders...

Read More

การเยียวยาด้วยดนตรี ตอนที่ 3 เพลงคลาสสิกทำให้ฉลาดและรักษาโรค

อิทธิพลของเพลงมีมากในชีวิตประจำวันของคนเรา หากที่ทำงานหรือบริษัทเปิดเพลงบรรเลงก็จะทำให้พนักงานทำงานอย่างกระชุ่มกระชวย หรือขณะที่มีการแข่งขันกีฬา ถ้าเปิดเพลงปลุกใจก็จะทำให้เหมือนมีพลังพิเศษเกิดขึ้น ตรงกันข้ามถ้ากำลังอยู่ในอารมณ์เศร้า อกหัก หากฟังเพลงเกี่ยวกับความผิดหวังก็จะยิ่งทำให้เกิดความตึงเครียด คิดถึงอดีตที่ผ่านมา ดังนั้นเพลงจึงมีอิทธิพลต่อชีวิตและจิตใจทั้งในแง่บวกและแง่ลบ เพลงทำให้สมองดีขึ้น ในโอกาสนี้อยากจะชี้ให้เห็นถึงผลของการฟังเพลงที่มีอิทธิพลต่อสุขภาพจิตและสมอง ซึ่งเพลงประเภทนี้คงไม่ใช่เพลงประเภทแร็พ ร็อค หรือดิสโก้ นักสังคมวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยอูเบิรน์ และมหาวิทยาลัยสเตดแห่งสหรัฐอเมริกาได้ทำการศึกษาร่วมกันพบว่าดนตรีคันทรี มิวสิคของอเมริกา มีอิทธิพลโน้มน้าวใจอย่างมากเมื่อฟังแล้วอยากฆ่าตัวตายมากกว่าเพลงประเภทอื่นๆ สาระของเพลงจะบอกถึงความวุ่นวายใจในความรัก การทำงานที่ยากลำบาก รวมถึงการกินหล้าจนเป็นพิษสุราเรื้อรัง เมื่อฟังแล้วทำให้เกิดความเบื่อหน่ายชีวิต ไม่อยากสู้ชีวิตอีกต่อไป ที่ประเทศญี่ปุ่นได้มีการทดสอบเรื่องเสียงเพลงที่ผลต่อความเจริญเติบโตของต้นไม้ โดยการปลูกต้นไม้ไว้ 2 แปลง แปลงหนึ่งปลูกแล้วรดน้ำพรวนดินสม่ำเสมอ ส่วนอีกแปลงเพิ่มการเปิดเพลงบรรเลงเข้าไปด้วย ต่อมาพบว่าต้นไม้ที่เปิดดนตรีให้ฟังเจริญงอกงามออกดอกออกผลได้ดีกว่าต้นไม้ที่ไม่ได้เปิดเพลง เพลงที่เขาเปิดนั้นเป็นเพลงประเภทคลาสสิคและไลท์มิวสิค ซึ่งนักวิชาการหลายสาขาเชื่อว่า การฟังเพลงประเภทนี้จะช่วยรักษาโรคและทำให้สติปัญญาฉลาดขึ้น จากหนังสือสยามรัฐรายสัปดาห์ ในคอลัมน์ศิลปะบันเทิง ฉบับที่ 24 ปีที่ 20 ได้สรุปการวิจัยของนักวิจัยค้นคว้าทางสมองของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย (ยูซี) เมืองเออร์วายน์ไว้ดังนี้ 1 .เพลงคลาสิคช่วยให้สมองดีขึ้น โดยให้นักศึกษาฟังเพลงคลาสสิค SONATA IN (K.448) เปียโนคู่ของโมสาร์ท (เล่นสองคน) ใช้สมาธิฟัง 10 นาที ผลปรากฏว่านักศึกษาทุกคนสามารถผ่านการทดสอบโดยมีไอคิวสูงขึ้น 9 แต้ม คำกล่าวของ ฟราสซิส รอเชอร์ นักค้นคว้าทางปราสาทชีววิทยา ค้นพบว่าเพลงร็อคและป็อปที่เป็นที่นิยมอยู่ในอเมริกาทั้งกลางวันและกลางคืน (วิทยุ,โทรทัศน์, แผ่นเสียง,วิทยุในรถยนต์) ดนตรีเหล่านี้มีผลต่อสติปัญญาของมนุษย์ในด้านลบ คือจังหวะดนตรีกระแทกกระทั้น ซ้ำซาก ให้ผลลัพธ์ตรงกันข้าม คือ จะไปทำลายเซลของมันสมองมากกว่าส่งเสริม (สยามรัฐสัปดาห์พิเศษฉบับที่ 24 ปีที่ 40) 2 .เพลงคลาสสิกที่ดีช่วยผู้ป่วยพิการได้ นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดของญี่ปุ่น MR.TAKEOMI AKABOSHI ได้ใช้ดนตรีบำบัดผู้ป่วยพิการให้สามารถเคลื่อนไหวแขนขาได้อีก ทั้งช่วยคลายความเศร้า หงอยเหงา เราจึงเห็นว่าดนตรีสามารถบำบัดรักษาโรคได้ 3.ดนตรีใช้ในห้องผ่าตัด หมอแน็ช หนึ่งในจำนวนแพทย์หลายคนใช้ดนตรีเปิดในห้องผ่าตัด ซึ่งสามารถรักษาคนไข้ได้ดีทีเดียว 4.ดนตรีทำให้โรคหายเร็ว หมอแมทธิวเอช ลี รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ผู้ติดยาเสพติด มหาวิทยาลัยแพทย์แห่งนิวยอรค์ กล่าวว่า เราพบว่าดนตรีให้ประโยชน์อย่างมากในการช่วยป้องกันปัญหายุ่งยากต่าง ๆ ของคนไข้ ช่วยให้อาการของคนไข้ดีขึ้นเป็นอย่างมาก และทำให้นอนพักอยู่ในโรงพยาบาลน้อยลง ดนตรีที่ดีจะช่วยลดอาการตื่นเต้น และหดหู่ใจ 5.ดนตรีช่วยให้คลอดบุตรง่ายขึ้น หญิงที่คลอดบุตรชื่อ นางซูซา โคลเลสกี้ ขณะที่เธอคลอดบุตรคนที่ 2 โรงพยาบาลได้เปิดเพลงของ บาร์ค บีโธเฟนและบราหมส์ ช่วยให้เธอคลอดง่ายขึ้น 6.ดนตรีกับเด็กพิการทางสมอง รูธ ลี แอดเลอร์ นักดนตรีบำบัดเด็กในโรงเรียนแห่งหนึ่งในสหรัฐซึ่งมีปัญหากระทบด้านอารมณ์ ทำให้สมองสั่งการเชื่องช้า แต่จากการบำบัดด้วยเสียงดนตรี ปรากฏว่าเด็กเหล่านี้มีการตอบสนองได้อย่างดียิ่ง 7.ดนตรีช่วยรักษาคนไข้โรคประสาท หมอโอลิเวอร์ แช็ค กล่าวว่า คนไข้ที่ได้รับความทรมานจนเป็นโรคประสาทร่างกายผิดปกติ ไม่สามารถพูดได้ เมื่อใช้ดนตรีบำบัดรักษาจะเคลื่อนไหวได้ (จากหนังสือสรุปภาพรอบครัว คอลัมน์เพื่อชีวิต โรงพยาบาลมิชชั่น เรียบเรียงโดย โรบิน สเกล) 8.ดนตรีช่วยให้คลายเครียด นักจิตวิทยาชี้ว่า ผู้ป่วยร้อยละ 60-80 ที่มาพบแพทย์มีสาเหตุมาจากความเครียด และคนเราจะตอบสนองต่อความเครียดในแต่ละเรื่องไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในวัยเด็ก และพื้นฐานทางอารมณ์ของแต่ละคน อาจารย์พิชัย ปรัชญานุสรณ์ ได้กล่าวถึงการนำดนตรีมาคลายความเครียดว่า เป็นหลักการทางธรรมชาติที่ทำให้คนเราเกิดความสุขใจได้อย่างรวดเร็ว และไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นผลลบต่อสุขภาพ เหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลที่อ้างอิงถึงผลประโยชน์ของดนตรี โดยเฉพาะเพลงประเภทคลาสสิค,ไลท์มิวสิค ซึ่งถ้าท่านสนใจคิดว่าดนตรีจะช่วยได้ก็ให้ลองเปิดฟังดูนะครับ Picture’s source: http://www.laurieriley.com/therapeutic.htmlอิทธิพลของเพลงมีมากในชีวิตประจำวันของคนเรา หากที่ทำงานหรือบริษัทเปิดเพลงบรรเลงก็จะทำให้พนักงานทำงานอย่างกระชุ่มกระชวย หรือขณะที่มีการแข่งขันกีฬา ถ้าเปิดเพลงปลุกใจก็จะทำให้เหมือนมีพลังพิเศษเกิดขึ้น ตรงกันข้ามถ้ากำลังอยู่ในอารมณ์เศร้า อกหัก หากฟังเพลงเกี่ยวกับความผิดหวังก็จะยิ่งทำให้เกิดความตึงเครียด คิดถึงอดีตที่ผ่านมา ดังนั้นเพลงจึงมีอิทธิพลต่อชีวิตและจิตใจทั้งในแง่บวกและแง่ลบ เพลงทำให้สมองดีขึ้น ในโอกาสนี้อยากจะชี้ให้เห็นถึงผลของการฟังเพลงที่มีอิทธิพลต่อสุขภาพจิตและสมอง ซึ่งเพลงประเภทนี้คงไม่ใช่เพลงประเภทแร็พ ร็อค หรือดิสโก้ นักสังคมวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยอูเบิรน์ และมหาวิทยาลัยสเตดแห่งสหรัฐอเมริกาได้ทำการศึกษาร่วมกันพบว่าดนตรีคันทรี มิวสิคของอเมริกา มีอิทธิพลโน้มน้าวใจอย่างมากเมื่อฟังแล้วอยากฆ่าตัวตายมากกว่าเพลงประเภทอื่นๆ สาระของเพลงจะบอกถึงความวุ่นวายใจในความรัก การทำงานที่ยากลำบาก รวมถึงการกินหล้าจนเป็นพิษสุราเรื้อรัง เมื่อฟังแล้วทำให้เกิดความเบื่อหน่ายชีวิต ไม่อยากสู้ชีวิตอีกต่อไป ที่ประเทศญี่ปุ่นได้มีการทดสอบเรื่องเสียงเพลงที่ผลต่อความเจริญเติบโตของต้นไม้ โดยการปลูกต้นไม้ไว้ 2 แปลง แปลงหนึ่งปลูกแล้วรดน้ำพรวนดินสม่ำเสมอ ส่วนอีกแปลงเพิ่มการเปิดเพลงบรรเลงเข้าไปด้วย ต่อมาพบว่าต้นไม้ที่เปิดดนตรีให้ฟังเจริญงอกงามออกดอกออกผลได้ดีกว่าต้นไม้ที่ไม่ได้เปิดเพลง เพลงที่เขาเปิดนั้นเป็นเพลงประเภทคลาสสิคและไลท์มิวสิค ซึ่งนักวิชาการหลายสาขาเชื่อว่า การฟังเพลงประเภทนี้จะช่วยรักษาโรคและทำให้สติปัญญาฉลาดขึ้น จากหนังสือสยามรัฐรายสัปดาห์ ในคอลัมน์ศิลปะบันเทิง ฉบับที่ 24 ปีที่ 20 ได้สรุปการวิจัยของนักวิจัยค้นคว้าทางสมองของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย (ยูซี) เมืองเออร์วายน์ไว้ดังนี้ 1 .เพลงคลาสิคช่วยให้สมองดีขึ้น โดยให้นักศึกษาฟังเพลงคลาสสิค SONATA IN (K.448) เปียโนคู่ของโมสาร์ท (เล่นสองคน) ใช้สมาธิฟัง 10 นาที ผลปรากฏว่านักศึกษาทุกคนสามารถผ่านการทดสอบโดยมีไอคิวสูงขึ้น 9 แต้ม คำกล่าวของ ฟราสซิส รอเชอร์ นักค้นคว้าทางปราสาทชีววิทยา ค้นพบว่าเพลงร็อคและป็อปที่เป็นที่นิยมอยู่ในอเมริกาทั้งกลางวันและกลางคืน (วิทยุ,โทรทัศน์, แผ่นเสียง,วิทยุในรถยนต์) ดนตรีเหล่านี้มีผลต่อสติปัญญาของมนุษย์ในด้านลบ คือจังหวะดนตรีกระแทกกระทั้น ซ้ำซาก ให้ผลลัพธ์ตรงกันข้าม คือ จะไปทำลายเซลของมันสมองมากกว่าส่งเสริม (สยามรัฐสัปดาห์พิเศษฉบับที่ 24 ปีที่ 40) 2 .เพลงคลาสสิกที่ดีช่วยผู้ป่วยพิการได้ นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดของญี่ปุ่น MR.TAKEOMI AKABOSHI ได้ใช้ดนตรีบำบัดผู้ป่วยพิการให้สามารถเคลื่อนไหวแขนขาได้อีก ทั้งช่วยคลายความเศร้า หงอยเหงา เราจึงเห็นว่าดนตรีสามารถบำบัดรักษาโรคได้ 3.ดนตรีใช้ในห้องผ่าตัด หมอแน็ช หนึ่งในจำนวนแพทย์หลายคนใช้ดนตรีเปิดในห้องผ่าตัด ซึ่งสามารถรักษาคนไข้ได้ดีทีเดียว 4.ดนตรีทำให้โรคหายเร็ว หมอแมทธิวเอช ลี รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ผู้ติดยาเสพติด มหาวิทยาลัยแพทย์แห่งนิวยอรค์ กล่าวว่า เราพบว่าดนตรีให้ประโยชน์อย่างมากในการช่วยป้องกันปัญหายุ่งยากต่าง ๆ ของคนไข้ ช่วยให้อาการของคนไข้ดีขึ้นเป็นอย่างมาก และทำให้นอนพักอยู่ในโรงพยาบาลน้อยลง ดนตรีที่ดีจะช่วยลดอาการตื่นเต้น และหดหู่ใจ 5.ดนตรีช่วยให้คลอดบุตรง่ายขึ้น หญิงที่คลอดบุตรชื่อ นางซูซา โคลเลสกี้ ขณะที่เธอคลอดบุตรคนที่ 2 โรงพยาบาลได้เปิดเพลงของ บาร์ค บีโธเฟนและบราหมส์ ช่วยให้เธอคลอดง่ายขึ้น 6.ดนตรีกับเด็กพิการทางสมอง รูธ ลี แอดเลอร์ นักดนตรีบำบัดเด็กในโรงเรียนแห่งหนึ่งในสหรัฐซึ่งมีปัญหากระทบด้านอารมณ์ ทำให้สมองสั่งการเชื่องช้า แต่จากการบำบัดด้วยเสียงดนตรี ปรากฏว่าเด็กเหล่านี้มีการตอบสนองได้อย่างดียิ่ง 7.ดนตรีช่วยรักษาคนไข้โรคประสาท หมอโอลิเวอร์ แช็ค กล่าวว่า คนไข้ที่ได้รับความทรมานจนเป็นโรคประสาทร่างกายผิดปกติ ไม่สามารถพูดได้ เมื่อใช้ดนตรีบำบัดรักษาจะเคลื่อนไหวได้ (จากหนังสือสรุปภาพรอบครัว คอลัมน์เพื่อชีวิต โรงพยาบาลมิชชั่น เรียบเรียงโดย โรบิน สเกล) 8.ดนตรีช่วยให้คลายเครียด นักจิตวิทยาชี้ว่า ผู้ป่วยร้อยละ 60-80 ที่มาพบแพทย์มีสาเหตุมาจากความเครียด และคนเราจะตอบสนองต่อความเครียดในแต่ละเรื่องไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในวัยเด็ก และพื้นฐานทางอารมณ์ของแต่ละคน อาจารย์พิชัย ปรัชญานุสรณ์ ได้กล่าวถึงการนำดนตรีมาคลายความเครียดว่า เป็นหลักการทางธรรมชาติที่ทำให้คนเราเกิดความสุขใจได้อย่างรวดเร็ว และไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นผลลบต่อสุขภาพ เหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลที่อ้างอิงถึงผลประโยชน์ของดนตรี โดยเฉพาะเพลงประเภทคลาสสิค,ไลท์มิวสิค ซึ่งถ้าท่านสนใจคิดว่าดนตรีจะช่วยได้ก็ให้ลองเปิดฟังดูนะครับ เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล Picture’s source:...

Read More

การเยียวยาด้วยดนตรี ตอนที่ 2 เบื้องหลังเพลงและผลต่ออารมณ์

ลองมาคิดดูสิว่าหากมีคนนินทาท่าน และท่านได้ยิน ท่านจะทำอย่างไร มีอารมณ์อย่างไร หรือ ท่านได้ยินคนตัดพ้อต่อว่าชีวิตตัวเองว่าหมดโชค อาภัพ ท่านจะมีอารมณ์ร่วมไหม? เอาละลองมาคิดใหม่ หากว่าเอาสิ่งเหล่านั้นมาใส่ทำนอง ดนตรี กรอกใส่หูเรามันจะมีอิทธิพลมากสักเพียงใด นี่เองมันเกี่ยวกับเพลงที่เราฟังครับ หากจะพูดถึงเรื่องเพลงในปัจจุบันมีเพลงอยู่หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเพลงชาวโลกหรือเพลงคริสเตียน ทั้งสองอย่างนี้จะแตกต่างกันทั้งเนื้อหาสาระ เราลองมาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเพลงสากลทั่วไปกับเพลงคริสเตียน หนึ่งเพลงสากล การแต่งเพลงเกิดจากประสบการณ์ที่มีทั้งความผิดหวัง มีเสียใจ หรือเกิดจากจินตนาการที่สะท้อนด้านจิตใจของผู้ประพันธ์เอง หรือเพื่อการค้า การตลาด ทำเพื่อการค้าและธุรกิจเป็นหลัก เนื้อหาของเพลงจะมีทั้งในแง่บวกและแง่ลบความนิยมก็จะเป็นยุคเป็นสมัยไป การแต่งเพลงจะเน้นจินตนาการมากกว่าความจริง เช่น เศร้า เสียใจ ผิดหวัง ขมขื่น ส่วนใหญ่จะเป็นการสร้างอารมณ์ในการเขียนบทเพลงเพื่อให้เกิดความนิยมชมชอบ จนไม่คำนึงถึงความเป็นจริง เช่น บางเพลงถึงกับไร้ทางออก เนื้อเพลงก็จะแสดงถึงว่าเราไม่มีความหวังจริงๆ ซึ่งเราจะพบว่าเหตุการณ์จริงๆ แล้วจะไม่ถึงขนาดนั้นเสมอไป เพลงสากลทั่วไป มีทั้งดี มีคุณค่า และไม่ดี และบางเพลงทำนองไม่ค่อยดี แต่เนื้อหาดีมาก บางเพลงเนื้อหาดี ทำนองไม่ดี ไม่โด่งดัง บางเพลงดังระเบิด ไปที่ไหนก็ได้ยิน แต่ฟังไปจะให้คุณค่าสร้างสรรค์น้อยมากเลย มีไม่กี่ประโยค ส่วนใหญ่เพลงที่สร้างสรรค์ เพลงที่ให้คุณค่าเป็นเพลงปลุกใจ เช่น เพลงประจำสถาบัน เพลงประจำหน่วยงาน เพลงประจำองค์กร หรือไม่ว่าจะเป็นเพลงของชาติ เพลงสากล สมัยนิยม เพลงยอดฮิต ซึ่งจะเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตของคน คนที่ฟังเพลงประเภทนี้ก็จะมีอารมณ์ร่วมเฉพาะที่ตรงกับชีวิตประจำวัน โดยธรรมชาติของมนุษย์จะคิดว่าตนเป็นตัวเอกก็เลยคิดว่าตนเองเป็นเหมือนเนื้อเพลงที่ว่านั้นหากเพลงเศร้าก็พลอยเศร้าไปด้วยทำให้ยิ่งทุกข์มากยิ่งขึ้น บางเพลงตรงกับชีวิตในอดีตที่เคยขื่นขม เมื่อฟังเพลงประเภทนี้ก็กลับเป็นว่าเอาอดีตนั้นมาทำให้ปัจจุบันเป็นทุกข์ ไม่ยอมไม่อยากลืม บทเพลงจะเน้นไปในทางลบมากกว่าทางบวก เป็นการต่อว่าตนเอง ท้อถอย หมดหวัง ส่วนมากเพลงที่จะให้กำลังใจนั้นจะมีน้อยมาก เพลงบางเพลงมีความหมายสองแง่สองง่าม ลามก ใช้คำที่ไม่สุภาพ บางเพลงเนื้อหาของเพลงนั้นจะสอดใส่สิ่งที่ไร้ศีลธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ, ชู้สาว, ฯลฯ เช่นเพลงชู้ทางใจ, แอบรัก, แม่หม้าย, หนุ่มจีบสาวสาวจีบหนุ่ม, การแย่งแฟนกัน นอกจากนี้ยังมีเพลงอื่นๆอีก ส่วนบทเพลงเพื่อชีวิต ส่วนใหญ่เพลงประเภทนี้จะใช้คำพูดเสียดสีสังคมเจ็บๆ แสบๆ ใช้เพลงเป็นเครื่องมือในการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในสังคม ในชีวิตประจำวัน เพลงมีผลต่ออารมณ์ ท้าทายการต่อสู้ของจิตใจของท่าน หากท่านยังอยู่ในขบวนการเยียวยาบำบัด เพลงสำคัญมาก เพราะท่านเลือกเพลงฟังโดยไม่คำนึงว่าจะมีผลกระทบต่อจิตใจท่าน อาการ ซึมเศร้า เกลียด เหงา โกรธ ยิ่งปะทุแรงขึ้น จึงขอให้ระวังเพลงที่ฟังด้วย เพราะถ้าท่านเป็นคนที่ท้อใจง่ายและเป็นคนไม่สู้ชีวิต ท่านจำเป็นต้องเลี่ยงเพลงที่ตัดพ้อต่อว่าชีวิตไปเลยครับ Picture’s source: http://realmomsguide.sheknows.com/2011/04/13/teens-music-and-depression/  ลองมาคิดดูสิว่าหากมีคนนินทาท่าน และท่านได้ยิน ท่านจะทำอย่างไร มีอารมณ์อย่างไร หรือ ท่านได้ยินคนตัดพ้อต่อว่าชีวิตตัวเองว่าหมดโชค อาภัพ ท่านจะมีอารมณ์ร่วมไหม? เอาละลองมาคิดใหม่ หากว่าเอาสิ่งเหล่านั้นมาใส่ทำนอง ดนตรี กรอกใส่หูเรามันจะมีอิทธิพลมากสักเพียงใด นี่เองมันเกี่ยวกับเพลงที่เราฟังครับ หากจะพูดถึงเรื่องเพลงในปัจจุบันมีเพลงอยู่หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเพลงชาวโลกหรือเพลงคริสเตียน ทั้งสองอย่างนี้จะแตกต่างกันทั้งเนื้อหาสาระ เราลองมาเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเพลงสากลทั่วไปกับเพลงคริสเตียน หนึ่งเพลงสากล การแต่งเพลงเกิดจากประสบการณ์ที่มีทั้งความผิดหวัง มีเสียใจ หรือเกิดจากจินตนาการที่สะท้อนด้านจิตใจของผู้ประพันธ์เอง หรือเพื่อการค้า การตลาด ทำเพื่อการค้าและธุรกิจเป็นหลัก เนื้อหาของเพลงจะมีทั้งในแง่บวกและแง่ลบความนิยมก็จะเป็นยุคเป็นสมัยไป การแต่งเพลงจะเน้นจินตนาการมากกว่าความจริง เช่น เศร้า เสียใจ ผิดหวัง ขมขื่น ส่วนใหญ่จะเป็นการสร้างอารมณ์ในการเขียนบทเพลงเพื่อให้เกิดความนิยมชมชอบ จนไม่คำนึงถึงความเป็นจริง เช่น บางเพลงถึงกับไร้ทางออก เนื้อเพลงก็จะแสดงถึงว่าเราไม่มีความหวังจริงๆ ซึ่งเราจะพบว่าเหตุการณ์จริงๆ แล้วจะไม่ถึงขนาดนั้นเสมอไป เพลงสากลทั่วไป มีทั้งดี มีคุณค่า และไม่ดี และบางเพลงทำนองไม่ค่อยดี แต่เนื้อหาดีมาก บางเพลงเนื้อหาดี ทำนองไม่ดี ไม่โด่งดัง บางเพลงดังระเบิด ไปที่ไหนก็ได้ยิน แต่ฟังไปจะให้คุณค่าสร้างสรรค์น้อยมากเลย มีไม่กี่ประโยค ส่วนใหญ่เพลงที่สร้างสรรค์ เพลงที่ให้คุณค่าเป็นเพลงปลุกใจ เช่น เพลงประจำสถาบัน เพลงประจำหน่วยงาน เพลงประจำองค์กร หรือไม่ว่าจะเป็นเพลงของชาติ เพลงสากล สมัยนิยม เพลงยอดฮิต ซึ่งจะเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตของคน คนที่ฟังเพลงประเภทนี้ก็จะมีอารมณ์ร่วมเฉพาะที่ตรงกับชีวิตประจำวัน โดยธรรมชาติของมนุษย์จะคิดว่าตนเป็นตัวเอกก็เลยคิดว่าตนเองเป็นเหมือนเนื้อเพลงที่ว่านั้นหากเพลงเศร้าก็พลอยเศร้าไปด้วยทำให้ยิ่งทุกข์มากยิ่งขึ้น บางเพลงตรงกับชีวิตในอดีตที่เคยขื่นขม เมื่อฟังเพลงประเภทนี้ก็กลับเป็นว่าเอาอดีตนั้นมาทำให้ปัจจุบันเป็นทุกข์ ไม่ยอมไม่อยากลืม บทเพลงจะเน้นไปในทางลบมากกว่าทางบวก เป็นการต่อว่าตนเอง ท้อถอย หมดหวัง ส่วนมากเพลงที่จะให้กำลังใจนั้นจะมีน้อยมาก เพลงบางเพลงมีความหมายสองแง่สองง่าม ลามก ใช้คำที่ไม่สุภาพ บางเพลงเนื้อหาของเพลงนั้นจะสอดใส่สิ่งที่ไร้ศีลธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ, ชู้สาว, ฯลฯ เช่นเพลงชู้ทางใจ, แอบรัก, แม่หม้าย, หนุ่มจีบสาวสาวจีบหนุ่ม, การแย่งแฟนกัน นอกจากนี้ยังมีเพลงอื่นๆอีก ส่วนบทเพลงเพื่อชีวิต ส่วนใหญ่เพลงประเภทนี้จะใช้คำพูดเสียดสีสังคมเจ็บๆ แสบๆ ใช้เพลงเป็นเครื่องมือในการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในสังคม ในชีวิตประจำวัน เพลงมีผลต่ออารมณ์ ท้าทายการต่อสู้ของจิตใจของท่าน หากท่านยังอยู่ในขบวนการเยียวยาบำบัด เพลงสำคัญมาก เพราะท่านเลือกเพลงฟังโดยไม่คำนึงว่าจะมีผลกระทบต่อจิตใจท่าน อาการ ซึมเศร้า เกลียด เหงา โกรธ ยิ่งปะทุแรงขึ้น จึงขอให้ระวังเพลงที่ฟังด้วย เพราะถ้าท่านเป็นคนที่ท้อใจง่ายและเป็นคนไม่สู้ชีวิต ท่านจำเป็นต้องเลี่ยงเพลงที่ตัดพ้อต่อว่าชีวิตไปเลยครับ เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล Picture’s source: http://realmomsguide.sheknows.com/2011/04/13/teens-music-and-depression/...

Read More

การเยียวยาด้วยดนตรี ตอนที่ 1 เสียงเพลง เสียงดนตรี มีผลต่อร่างกาย

ดนตรี คือลักษณะของเสียงที่ได้รับการจัดเรียบเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยมีแบบแผนและโครงสร้างชัดเจน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ 3 ด้านใหญ่ๆ คือ เพื่อความสุนทรีย์ เพื่อการบำบัดรักษา และเพื่อการศึกษา ความหมายของดนตรีบำบัด คือ การวางแผนในการใช้กิจกรรมทางดนตรีควบคุมในกลุ่มของคนทุกวัยไม่ว่าจะเป็นวัยเด็กจนถึงวัยสูงอายุ เพื่อให้เกิดผลบรรลุในการรักษาโรคต่างๆ ที่เกิดมาจากความบกพร่องต่างๆ เช่น ความผิดปกติทางด้านอารมณ์ ทางร่างกาย และสติปัญญา ดนตรีมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จิตใจ และการทำงานของสมองในหลายๆด้าน จากการศึกษาวิจัยพบว่าผลของดนตรีต่อร่างกาย สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ อัตราการหายใจ, อัตราการเต้นของชีพจร, ความดันโลหิต, การตอบสนองของม่านตา, ความตึงตัวของกล้ามเนื้อ และการไหลเวียนของเลือด จึงมีการนำดนตรีมาประยุกต์ใช้ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ทั้งร่างกายและจิตใจ เรียกกันว่าดนตรีบำบัด (music therapy) ประโยชน์ของดนตรีบำบัดมีหลายประการ เช่น ช่วยปรับสภาพจิตใจให้อยู่ในสภาวะสมดุล มีมุมมองในเชิงบวก ผ่อนคลายความตึงเครียด ลดความวิตกกังวล กระตุ้น เสริมสร้างและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ และความจำ กระตุ้นประสาทสัมผัส การรับรู้ เสริมสร้างสมาธิ พัฒนาทักษะทางสังคม พัฒนาทักษะการสื่อสารและการใช้ภาษา พัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว ลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ลดอาการเจ็บปวดจากสาเหตุต่างๆ ปรับลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สร้างสัมพันธภาพที่ดีในการบำบัดรักษาต่างๆ และช่วยเสริมในกระบวนการบำบัดทางจิตเวช ทั้งในด้านการประเมินความรู้สึก สร้างเสริมอารมณ์เชิงบวก การควบคุมตนเอง การแก้ปมขัดแย้งต่างๆ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว Reference: www.wikipedia.org Picture’s source: http://todaysseniorsnetwork.comดนตรี คือลักษณะของเสียงที่ได้รับการจัดเรียบเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยมีแบบแผนและโครงสร้างชัดเจน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ 3 ด้านใหญ่ๆ คือ เพื่อความสุนทรีย์ เพื่อการบำบัดรักษา และเพื่อการศึกษา ความหมายของดนตรีบำบัด คือ การวางแผนในการใช้กิจกรรมทางดนตรีควบคุมในกลุ่มของคนทุกวัยไม่ว่าจะเป็นวัยเด็กจนถึงวัยสูงอายุ เพื่อให้เกิดผลบรรลุในการรักษาโรคต่างๆ ที่เกิดมาจากความบกพร่องต่างๆ เช่น ความผิดปกติทางด้านอารมณ์ ทางร่างกาย และสติปัญญา ดนตรีมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จิตใจ และการทำงานของสมองในหลายๆด้าน จากการศึกษาวิจัยพบว่าผลของดนตรีต่อร่างกาย สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ อัตราการหายใจ, อัตราการเต้นของชีพจร, ความดันโลหิต, การตอบสนองของม่านตา, ความตึงตัวของกล้ามเนื้อ และการไหลเวียนของเลือด จึงมีการนำดนตรีมาประยุกต์ใช้ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ทั้งร่างกายและจิตใจ เรียกกันว่าดนตรีบำบัด (music therapy) ประโยชน์ของดนตรีบำบัดมีหลายประการ เช่น ช่วยปรับสภาพจิตใจให้อยู่ในสภาวะสมดุล มีมุมมองในเชิงบวก ผ่อนคลายความตึงเครียด ลดความวิตกกังวล กระตุ้น เสริมสร้างและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ และความจำ กระตุ้นประสาทสัมผัส การรับรู้ เสริมสร้างสมาธิ พัฒนาทักษะทางสังคม พัฒนาทักษะการสื่อสารและการใช้ภาษา พัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว ลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ลดอาการเจ็บปวดจากสาเหตุต่างๆ ปรับลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สร้างสัมพันธภาพที่ดีในการบำบัดรักษาต่างๆ และช่วยเสริมในกระบวนการบำบัดทางจิตเวช ทั้งในด้านการประเมินความรู้สึก สร้างเสริมอารมณ์เชิงบวก การควบคุมตนเอง การแก้ปมขัดแย้งต่างๆ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล Reference: www.wikipedia.org Picture’s source:...

Read More