หลักการอธิษฐานเยียวยาส่วนตัวแนวทางคริสเตียน

1) สารภาพบาป (ยน 1:9) สารภาพบาปจากผลที่มาจากบาดแผล ที่ส่งผลกระทบต่อผู้อื่นหรือต่อนิสัยในการดำเนินชีวิตของเรา การสารภาพสำคัญมาก  ท่านระบาย ความโกรธ ความเจ็บ ต้องระบายออกมาให้หมด ต่อหน้าพระเจ้า เพราะหากสิ่งนั้นอยู่ในใจ เราต้องการประกาศยกโทษจะออกมา   2) หารากของปัญหา หารากว่าสาเหตที่เรามีอาการเช่นนี้เพราะเหตุใด สาเหตุมาจากอะไร และอธิษฐานตัดความสัมพันธ์ หรือการยกโทษให้อภัย หรือปฎิเสธจากคำพูดการดูหมิ่นนั้น   3) การอธิษฐานตัดความสัมพันธ์ (1 ปต 2:23-24) ควรออกเสียงให้ได้ยินเบาๆ ทุกอย่างนำไปที่กางเขนไปที่กางเขน การอธิษฐานควรออกเสียงขอให้พระเจ้ายกโทษให้ และนำสิ่งที่เห็นนั้นไปตรึงบนกางเขน แต่มันก็มักไม่หายไปง่าย ๆ  ต้องอาศัยความตั้งใจแน่วแน่ของผู้ที่รับการบำบัดภายใน ร่วมกับผู้ให้การบำบัดที่มีชีวิตในพระคริสต์ เราต้องใช้ความอดทนและไม่ยอมแพ้ที่จะจับตัวเก่าตรึงไว้บนกางเขนให้นานพอที่จะตายสนิท หากเป็นคำพูด คำสัญญา ก็ประกาศยกเลิก คืนคำพูด และมอบไปที่กางเขน หากเป็นการกระทำ  ความขมขื่น ความเจ็บปวด  การถูกปฎิเสธ ให้ประกาศยกเลิกและนำไปตรึงที่กางเขน 4) วางรากฐานชีวิตใหม่ (รม 12:1-2) พระคำหนุนใจ ประกาศกับตัวเองในการเป็นไทและเสรีภาพตามพระสัญญา คำหนุนใจจากผู้ทำบำบัดและประกาศถ้อยคำการยกโทษให้อภัย ขอเชิญพระวิญญาบริสุทธิ์เสด็จมาและครอบครองส่วนที่เรารับการปลดปล่อย การอ่านพระคัมภีร์สำคัญมาก ความสำคัญของวินัยสำคัญและความอดทน อย่าท้อใจเมื่อต้องทำบ่อยๆ อย่าท้อเมื่อพลาดอีก อย่าท้อเมื่อต้องรายงานต่อผู้ทำบำบัด อย่าท้อเมื่อยิ่งเห็นผลและความผิดพลาดมากขึ้น แต่จงพร้อมที่จะจักการมัน การที่มีผู้ดูแลและต้องรายงานการกระทำ เมื่อล้มลงจะได้รับการประกาศให้อภัย สร้างวินัยใหม่ ในการคิดเป็น ตั้งใจปล้ำสู้ ระวังสิ่งที่มอง ฟัง คิด หนังสือ  เพลง คนที่คุยคบด้วย การเข้าร่วมกิจกรรมที่พัฒนาคริสเตียนให้รักพระเจ้าและสร้างสรรค์ชีวิต บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1” Picture’s source: http://www.allmercifulsavior.com/Liturgics/Prayers4.html       1) สารภาพบาป (ยน 1:9) สารภาพบาปจากผลที่มาจากบาดแผล ที่ส่งผลกระทบต่อผู้อื่นหรือต่อนิสัยในการดำเนินชีวิตของเรา การสารภาพสำคัญมาก  ท่านระบาย ความโกรธ ความเจ็บ ต้องระบายออกมาให้หมด ต่อหน้าพระเจ้า เพราะหากสิ่งนั้นอยู่ในใจ เราต้องการประกาศยกโทษจะออกมา   2) หารากของปัญหา หารากว่าสาเหตที่เรามีอาการเช่นนี้เพราะเหตุใด สาเหตุมาจากอะไร และอธิษฐานตัดความสัมพันธ์ หรือการยกโทษให้อภัย หรือปฎิเสธจากคำพูดการดูหมิ่นนั้น   3) การอธิษฐานตัดความสัมพันธ์ (1 ปต 2:23-24) ควรออกเสียงให้ได้ยินเบาๆ ทุกอย่างนำไปที่กางเขนไปที่กางเขน การอธิษฐานควรออกเสียงขอให้พระเจ้ายกโทษให้ และนำสิ่งที่เห็นนั้นไปตรึงบนกางเขน แต่มันก็มักไม่หายไปง่าย ๆ  ต้องอาศัยความตั้งใจแน่วแน่ของผู้ที่รับการบำบัดภายใน ร่วมกับผู้ให้การบำบัดที่มีชีวิตในพระคริสต์ เราต้องใช้ความอดทนและไม่ยอมแพ้ที่จะจับตัวเก่าตรึงไว้บนกางเขนให้นานพอที่จะตายสนิท หากเป็นคำพูด คำสัญญา ก็ประกาศยกเลิก คืนคำพูด และมอบไปที่กางเขน หากเป็นการกระทำ  ความขมขื่น ความเจ็บปวด  การถูกปฎิเสธ ให้ประกาศยกเลิกและนำไปตรึงที่กางเขน   4) วางรากฐานชีวิตใหม่ (รม 12:1-2) พระคำหนุนใจ ประกาศกับตัวเองในการเป็นไทและเสรีภาพตามพระสัญญา คำหนุนใจจากผู้ทำบำบัดและประกาศถ้อยคำการยกโทษให้อภัย ขอเชิญพระวิญญาบริสุทธิ์เสด็จมาและครอบครองส่วนที่เรารับการปลดปล่อย การอ่านพระคัมภีร์สำคัญมาก ความสำคัญของวินัยสำคัญและความอดทน อย่าท้อใจเมื่อต้องทำบ่อยๆ อย่าท้อเมื่อพลาดอีก อย่าท้อเมื่อต้องรายงานต่อผู้ทำบำบัด อย่าท้อเมื่อยิ่งเห็นผลและความผิดพลาดมากขึ้น แต่จงพร้อมที่จะจักการมัน การที่มีผู้ดูแลและต้องรายงานการกระทำ เมื่อล้มลงจะได้รับการประกาศให้อภัย สร้างวินัยใหม่ ในการคิดเป็น ตั้งใจปล้ำสู้ ระวังสิ่งที่มอง ฟัง คิด หนังสือ  เพลง คนที่คุยคบด้วย การเข้าร่วมกิจกรรมที่พัฒนาคริสเตียนให้รักพระเจ้าและสร้างสรรค์ชีวิต เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล     บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1” Picture’s source: http://www.allmercifulsavior.com/Liturgics/Prayers4.html  ...

Read More

ความเข้าใจก่อนรับการเยียวยา

ผู้ให้การเยียวยา ความรักและความเป็นผู้ใหญ่สำคัญมาก ผู้ให้การเยียวยาต้องเป็นคนใจเย็นและรับฟัง มีสติปัญญา และถ้ามีถ้อยคำแห่งความรู้จะเป็นการช่วยได้มาก อย่ายึดรูปแบบได้แบบเดียว บางเรื่องต้องอาศัยความรัก การระบาย บางเรื่องอาจต้องใช้ยาเข้ามาช่วยในการรักษา อย่าปฏิเสธที่ถูกส่งต่อไปยังแพทย์ผู้ชำนาญการ บางเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณ บางเรื่องเกี่ยวกับการชาติ ความรัก หรือการถูกปฏิเสธในครอบครัว หากทำในกลุ่มหรือคนคุ้นเคยที่สนิทสนมกัน หรือในคริสตจักร อย่านำเรื่องบาดแผลและปัญหา ของผู้รับการบำบัดมาล้อเล่นกัน หลังจากให้การบำบัดเยียวยาไปแล้ว ผู้ให้การเยียวยาต้องระวังการควบคุมคนที่เราให้การบำบัดช่วยเหลือ เพราะผู้รับการเบียวยาต้องการกำลังใจและรับการห่วงใย มากกว่ารู้สึกว่ากำลังถูกจับผิด ความรู้สึกนี้จะทำไห้ผู้รับการเยียวยา ไม่กล้ามาสารภาพเล่าความผิดพลาดกับเราได้ และเราก็จะพลาดโอกาสรับรู้ความคืบหน้าไป ทั้งผู้ให้การบำบัดและผู้รับบำบัดควรดำเนินชีวิตแบบธรรมชาติ หากตัดสินใจจะรับการเยียวยาควรมีเวลาที่จะรับบำบัดต่ออย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เหมือนหมอที่ทำการผ่าตัดแล้ว ควรมีการเย็บแผล ทำศัลยกรรม ใหเรียบร้อย ผู้รับการเยียวยา อย่ามุ่งแต่คิดว่าเรามีแผล มีปัญหา เป็นเหมือนคนไข้ตลอดไป  ผู้รับการเยียวยาควรตั้งใจวางรากฐานให้ชีวิตใหม่ ดำเนินวิถีชีวิตใหม่ตามคำแนะนำของผู้บำบัด ยอมรับการดูแลจากจากใครสักคนอย่างต่อเนื่อง เพราะการเยียวยาเหมือนการปลอกแกะหัวหอมต้องเอาออกทีละชั้น ๆ ผู้รับการเยียวยาอาจรับการดูแลจากคนภายในกลุ่มที่เรารู้สึกปลอดภัยที่จะบอกเล่าความจริงและรับการเตือนได้ บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1” Picture’s source: http://welldyne.com/US-Specialty-Care.htmlผู้ให้การเยียวยา ความรักและความเป็นผู้ใหญ่สำคัญมาก ผู้ให้การเยียวยาต้องเป็นคนใจเย็นและรับฟัง มีสติปัญญา และถ้ามีถ้อยคำแห่งความรู้จะเป็นการช่วยได้มาก อย่ายึดรูปแบบได้แบบเดียว บางเรื่องต้องอาศัยความรัก การระบาย บางเรื่องอาจต้องใช้ยาเข้ามาช่วยในการรักษา อย่าปฏิเสธที่ถูกส่งต่อไปยังแพทย์ผู้ชำนาญการ บางเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณ บางเรื่องเกี่ยวกับการชาติ ความรัก หรือการถูกปฏิเสธในครอบครัว หากทำในกลุ่มหรือคนคุ้นเคยที่สนิทสนมกัน หรือในคริสตจักร อย่านำเรื่องบาดแผลและปัญหา ของผู้รับการบำบัดมาล้อเล่นกัน หลังจากให้การบำบัดเยียวยาไปแล้ว ผู้ให้การเยียวยาต้องระวังการควบคุมคนที่เราให้การบำบัดช่วยเหลือ เพราะผู้รับการเบียวยาต้องการกำลังใจและรับการห่วงใย มากกว่ารู้สึกว่ากำลังถูกจับผิด ความรู้สึกนี้จะทำไห้ผู้รับการเยียวยา ไม่กล้ามาสารภาพเล่าความผิดพลาดกับเราได้ และเราก็จะพลาดโอกาสรับรู้ความคืบหน้าไป ทั้งผู้ให้การบำบัดและผู้รับบำบัดควรดำเนินชีวิตแบบธรรมชาติ หากตัดสินใจจะรับการเยียวยาควรมีเวลาที่จะรับบำบัดต่ออย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เหมือนหมอที่ทำการผ่าตัดแล้ว ควรมีการเย็บแผล ทำศัลยกรรม ใหเรียบร้อย ผู้รับการเยียวยา อย่ามุ่งแต่คิดว่าเรามีแผล มีปัญหา เป็นเหมือนคนไข้ตลอดไป  ผู้รับการเยียวยาควรตั้งใจวางรากฐานให้ชีวิตใหม่ ดำเนินวิถีชีวิตใหม่ตามคำแนะนำของผู้บำบัด ยอมรับการดูแลจากจากใครสักคนอย่างต่อเนื่อง เพราะการเยียวยาเหมือนการปลอกแกะหัวหอมต้องเอาออกทีละชั้น ๆ ผู้รับการเยียวยาอาจรับการดูแลจากคนภายในกลุ่มที่เรารู้สึกปลอดภัยที่จะบอกเล่าความจริงและรับการเตือนได้ เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1” Picture’s source:...

Read More

เสรีภาพจากบาดแผล

ความสะอาดของชีวิตทั้งสามด้านสำคัญมาก “ให้เราชำระตัวเราให้ปราศจากมลทินทุกอย่างของเนื้อหนังและจิตวิญญาณ” 2โครินธ์ 7:1 พระคัมภีร์สอนชัดเจนว่าคนเราทุกคนเมื่อรู้สึกไม่ดีหรือมีอะไรฟ้องผิดในใจ(วิญญาณจิต) ความคิด (หัวใจ)  และร่างกายที่ไม่สะอาด ย่อมทำให้ไม่มีความมั่นใจในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพการงานได้อย่างแน่นอน ปัจจุบันเราจึงมีการสอน อบรม ด้านบุคลิกภายนอก แต่สิ่งทำคัญคือความมั่นใจภายในชีวิต ความสุขที่แท้จริงภายในต่างหากที่จะมั่นคงถาวรที่สุด เพราะว่าภายนอกและภายในของเรานั้นสัมพันธ์กันครับ ร่างกาย: พระเจ้าต้องการให้เราชำระร่างกายสะอาด การดูแลสุขภาพและร่างกายสะอาดส่งผลต่อจิตใจที่มั่นคง ร่างการสะอาด ทำสิ่งที่ถูก ทำให้เราเกิดความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า จิตใจ: จิตใจสะอาดเมื่อปราศจากความโลภ โกรธ หลง ใจเข้มแข็ง ไม่โลเล ไม่หมกมุ่น กับ สิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อวิญญาณจิตและใจของเรา ปราถนาแต่พระเจ้า แรงจูงใจเพื่อพระเจ้า เพื่อความดี เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ย่อมทำให้เรามีความสุขอย่างเต็มที่ จิตวิญญาณ: จิตวิญญาณที่สะอาด ในพระคัมภีร์ 1 เธสะโลนิกา 5:23 “ขอให้องค์พระเจ้าแห่งสันติสุขทรงให้ท่านเป็นคนบริสุทธิ์หมดจด และทรงรักษาทั้งวิญญาณ จิตใจและร่างกายของท่านไว้ให้ปราศจากการติเตียน จนถึงวันที่พระเยซูคริสตเจ้าของเราเสด็จมา” พระคำนี้หมายถึง จิตวิญญาณ หรือจิตใจของเรา ปราศจากการครอบงำจากราคะหรืออลุ่มอล่วยเรื่องผิดต่อศีลธรรม ความดื้อดึง หลงไหลรักโลก บางนิสัยที่ครอบงำในจิตใจและทำจนเป็นนิสัย รับอิทธพล จากเหตุการณ์ในวัยเด็กที่เราลืมไปแล้วก็มี สามส่วนนี้สัมพันธ์กันและส่งผลต่อเสรีภาพในการดำเนินชีวิต เพราะหลายคนบุคลิคภายนอกดีมาก แต่ถ้าจิตใจและจิตวิญญาณไม่สะอาดก็ไม่มีสันติสุขและเสรีภาพเลย บางคนภายนอกดีแต่ไม่สามารถเปิดเผยและแสดงชีวิตจริงของตนได้เลย เลยต้องดำเนินชีวิตสองหน้า ปราศจากอิสระภาพจริงๆในการดำเนินชีวิตในโลกนี้ บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1” Picture’s source: www.google.com ความสะอาดของชีวิตทั้งสามด้านสำคัญมาก “ให้เราชำระตัวเราให้ปราศจากมลทินทุกอย่างของเนื้อหนังและจิตวิญญาณ” 2โครินธ์ 7:1 พระคัมภีร์สอนชัดเจนว่าคนเราทุกคนเมื่อรู้สึกไม่ดีหรือมีอะไรฟ้องผิดในใจ(วิญญาณจิต) ความคิด (หัวใจ)  และร่างกายที่ไม่สะอาด ย่อมทำให้ไม่มีความมั่นใจในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพการงานได้อย่างแน่นอน ปัจจุบันเราจึงมีการสอน อบรม ด้านบุคลิกภายนอก แต่สิ่งทำคัญคือความมั่นใจภายในชีวิต ความสุขที่แท้จริงภายในต่างหากที่จะมั่นคงถาวรที่สุด เพราะว่าภายนอกและภายในของเรานั้นสัมพันธ์กันครับ ร่างกาย: พระเจ้าต้องการให้เราชำระร่างกายสะอาด การดูแลสุขภาพและร่างกายสะอาดส่งผลต่อจิตใจที่มั่นคง ร่างการสะอาด ทำสิ่งที่ถูก ทำให้เราเกิดความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า จิตใจ: จิตใจสะอาดเมื่อปราศจากความโลภ โกรธ หลง ใจเข้มแข็ง ไม่โลเล ไม่หมกมุ่น กับ สิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อวิญญาณจิตและใจของเรา ปราถนาแต่พระเจ้า แรงจูงใจเพื่อพระเจ้า เพื่อความดี เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ย่อมทำให้เรามีความสุขอย่างเต็มที่ จิตวิญญาณ: จิตวิญญาณที่สะอาด ในพระคัมภีร์ 1 เธสะโลนิกา 5:23 “ขอให้องค์พระเจ้าแห่งสันติสุขทรงให้ท่านเป็นคนบริสุทธิ์หมดจด และทรงรักษาทั้งวิญญาณ จิตใจและร่างกายของท่านไว้ให้ปราศจากการติเตียน จนถึงวันที่พระเยซูคริสตเจ้าของเราเสด็จมา” พระคำนี้หมายถึง จิตวิญญาณ หรือจิตใจของเรา ปราศจากการครอบงำจากราคะหรืออลุ่มอล่วยเรื่องผิดต่อศีลธรรม ความดื้อดึง หลงไหลรักโลก บางนิสัยที่ครอบงำในจิตใจและทำจนเป็นนิสัย รับอิทธพล จากเหตุการณ์ในวัยเด็กที่เราลืมไปแล้วก็มี สามส่วนนี้สัมพันธ์กันและส่งผลต่อเสรีภาพในการดำเนินชีวิต เพราะหลายคนบุคลิคภายนอกดีมาก แต่ถ้าจิตใจและจิตวิญญาณไม่สะอาดก็ไม่มีสันติสุขและเสรีภาพเลย บางคนภายนอกดีแต่ไม่สามารถเปิดเผยและแสดงชีวิตจริงของตนได้เลย เลยต้องดำเนินชีวิตสองหน้า ปราศจากอิสระภาพจริงๆในการดำเนินชีวิตในโลกนี้ เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1” Picture’s source:...

Read More

ทำไมต้องรับการบำบัดเยียวยา

เราจะทำการปลดปล่อยและการเยียวยาด้วยวีธีใด? ไม่มีวิธีไหนดีที่สุด ผู้บำบัดคริสเตียนที่เชื่อในเรื่องพระวิญญาณ จะเชื่อว่าพะวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงนำวิธีไหนก็ได้ ซึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์จะนำแต่ละคนไม่เหมือนกัน อาการระดับไหนที่ต้องการการบำบัดเยียวยา? ก่อนจะเข้ารับการบำบัดเยียวยา ควรศึกษาและทำความเข้าใจก่อนว่าเรื่องที่เราคิดว่าตัวเองต้องการรับการบำบัดนั้นมีผลกระทบระดับไหนต่อเรา เช่น พฤติกรรมนั้นเป็นเรื่องที่เราต่อสู้และไม่เคยชนะได้เลย หรือ เป็นนิสัยที่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตภายในครอบครัว คู่สมรส หรือที่ทำงานในทางลบมาก หลังการเยียวยาแล้วปัญหาจะจบสิ้นหรือไม่? ไม่ครับ หลังรับการบำบัดเยียวยา ผู้รับบำบัดต้องมีการรายงานผลและพบกับผู้ทำการเยียวยา ในรูปแบบพบส่วนตัว หรือเป็นกลุ่มที่มีAccountability (ความรับผิดชอบ) ต่อกัน เพราะต้องมีคนคอยดูแลเอาใจใส่ผู้รับบำบัด เพื่อสร้างวินัยใหม่ แนะนำสิ่งที่ควรทำและควรหลีกเลี่ยง ทำไมต้องรับการเยียวยาปลดปล่อย? โดยเฉพาะคริสตชนที่เชื่อในเรื่องความรอด (Salvation) มักเชื่อว่าทุกสิ่งสำเร็จที่แล้วที่กางเขน แต่อย่าลืมว่าถึงแม้เราจะรับการรักษาให้หายแล้วในฝ่ายวิญญาณ คนเรายังติดกับนิสัยเดิมๆอยู่ เราคงรำคาญกับนิสัยและอาการที่เรายังอ่อนแออยู่ คือบางเรื่องเราไม่สามารถทำสิ่งที่เราควรทำได้ เราก็ต้องพึ่งการสารภาพ การบำบัด การปลดปล่อยอย่างเป็นขบวนการ อีกเรื่องที่น่าสนใจ คือบาดแผล หรือการถูกกระทำในวัยเด็ก การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมและสังคนที่เราอยู่ บวกับความอ่อนแอในเรื่องนั้น บางคนสามารถชนะได้อย่างง่ายดายแต่บางคนไม่สามารถผ่านไปได้  จำเป็นมากที่ต้องได้รับคำปรึกษาและการบำบัดเยียวยา แต่ละคนจะอยู่ในระดับไหนนั้นก็แล้วแต่กรณีไป บางเรื่องไม่จำเป็นต้องรับการบำบัดจากผู้บำบัดเพราะหลังจากรับความรอดได้เข้าสู่สังคมใหม่ ของกลุ่มคริสตชนและมีความสัมพันธิ์กับพระเจ้า การอธิษฐาน การอ่านพระคัมภีร์ การสามัคคีธรรมในกลุ่มย่อย ความรักเหล่านี้สามารถเยียวยา ชดเชยเขาได้และการเจริญ การเติมโตผ่านการอ่านวรรณกรรม  การไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์เป็นเหมื่อนการรับอาหารฝ่ายวิจวิญญาณ เมื่อเรารับน้ำใหม่เข้ามา ก็เป็นการไล่น้ำเก่า แต่นิสัย บาดแผล บางคนต้องการรับการดูแลจากผู้ทำการบำบัดเป็นระยะๆ บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1” Picture’s source: http://thenewbeginningchurch.org/deliverance-inner-healing/ เราจะทำการปลดปล่อยและการเยียวยาด้วยวีธีใด? ไม่มีวิธีไหนดีที่สุด ผู้บำบัดคริสเตียนที่เชื่อในเรื่องพระวิญญาณ จะเชื่อว่าพะวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงนำวิธีไหนก็ได้ ซึ่งพระวิญญาณบริสุทธิ์จะนำแต่ละคนไม่เหมือนกัน อาการระดับไหนที่ต้องการการบำบัดเยียวยา? ก่อนจะเข้ารับการบำบัดเยียวยา ควรศึกษาและทำความเข้าใจก่อนว่าเรื่องที่เราคิดว่าตัวเองต้องการรับการบำบัดนั้นมีผลกระทบระดับไหนต่อเรา เช่น พฤติกรรมนั้นเป็นเรื่องที่เราต่อสู้และไม่เคยชนะได้เลย หรือ เป็นนิสัยที่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตภายในครอบครัว คู่สมรส หรือที่ทำงานในทางลบมาก หลังการเยียวยาแล้วปัญหาจะจบสิ้นหรือไม่? ไม่ครับ หลังรับการบำบัดเยียวยา ผู้รับบำบัดต้องมีการรายงานผลและพบกับผู้ทำการเยียวยา ในรูปแบบพบส่วนตัว หรือเป็นกลุ่มที่มีAccountability (ความรับผิดชอบ) ต่อกัน เพราะต้องมีคนคอยดูแลเอาใจใส่ผู้รับบำบัด เพื่อสร้างวินัยใหม่ แนะนำสิ่งที่ควรทำและควรหลีกเลี่ยง ทำไมต้องรับการเยียวยาปลดปล่อย? โดยเฉพาะคริสตชนที่เชื่อในเรื่องความรอด (Salvation) มักเชื่อว่าทุกสิ่งสำเร็จที่แล้วที่กางเขน แต่อย่าลืมว่าถึงแม้เราจะรับการรักษาให้หายแล้วในฝ่ายวิญญาณ คนเรายังติดกับนิสัยเดิมๆอยู่ เราคงรำคาญกับนิสัยและอาการที่เรายังอ่อนแออยู่ คือบางเรื่องเราไม่สามารถทำสิ่งที่เราควรทำได้ เราก็ต้องพึ่งการสารภาพ การบำบัด การปลดปล่อยอย่างเป็นขบวนการ อีกเรื่องที่น่าสนใจ คือบาดแผล หรือการถูกกระทำในวัยเด็ก การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมและสังคนที่เราอยู่ บวกับความอ่อนแอในเรื่องนั้น บางคนสามารถชนะได้อย่างง่ายดายแต่บางคนไม่สามารถผ่านไปได้  จำเป็นมากที่ต้องได้รับคำปรึกษาและการบำบัดเยียวยา แต่ละคนจะอยู่ในระดับไหนนั้นก็แล้วแต่กรณีไป บางเรื่องไม่จำเป็นต้องรับการบำบัดจากผู้บำบัดเพราะหลังจากรับความรอดได้เข้าสู่สังคมใหม่ ของกลุ่มคริสตชนและมีความสัมพันธิ์กับพระเจ้า การอธิษฐาน การอ่านพระคัมภีร์ การสามัคคีธรรมในกลุ่มย่อย ความรักเหล่านี้สามารถเยียวยา ชดเชยเขาได้และการเจริญ การเติมโตผ่านการอ่านวรรณกรรม  การไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์เป็นเหมื่อนการรับอาหารฝ่ายวิจวิญญาณ เมื่อเรารับน้ำใหม่เข้ามา ก็เป็นการไล่น้ำเก่า แต่นิสัย บาดแผล บางคนต้องการรับการดูแลจากผู้ทำการบำบัดเป็นระยะๆ เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1” Picture’s source:...

Read More