เมื่อรับการเยียวยาชีวิตก็ต้องเผชิญสิ่งเหล่านี้ ตอน ห้าเรื่องที่เราไม่สามารถหนีได้ 5 “เกิด แก่ เจ็บ ตาย”

เรื่องสุดท้ายแต่เราเรียนเรื่องนี้เพื่อเราจะได้มีความเข้าใจที่จะรับรู้และเผชิญได้อย่างมีสติปัญหา และรู้ตัวว่าจะแก้ไข หรือรับรู้กับปัญหาอย่างไรอย่างมีสติ และสามารถเผชิญต่อไปได้ต่างหาก แต่เรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย ยังคงวนเวียนเข้ามาในชีวิตเราเสมอ เพียงแต่ เราจะรักษามิตรภาพที่ดีกับคนที่เรารักไว้ในยามทุกข์ยากนั้นแหละสำคัญมาก  ยามมีชีวิตอยู่ทำดีต่อกันและดูแลกันให้ดี ยามจากกันไปจะได้ไม่รู้สึกผิดที่เราไม่ได้ทำสิ่งที่ควรทำ แม้เราเปลี่ยนใหม่ เรายังทำดีที่สุด สิ่งที่เราทุกคนต้องเชผิญคือความตาย ทัศนคติเรื่องความตายของเราต่างกัน สำหรับผมๆอิจฉาคนที่ตายครับ โดยเฉพาะคนที่นอนหลับตายไปไม่ว่าจะอยุแค่ไหนก็ช่างเถอะ เพราะว่าคนเราตายไปก็ไปอยู่กับพระเจ้า ไม่มีโรคภัย ไม่มีเศร้า ไม่ผิดหวัง ไม่ต้องปล้ำสู้เพื่อรักษาความเชื่อ พระเจ้าจะเช็ดน้ำตาเขาและเขาจะรับบำเหน็จรางวัล ไม่ต้องกลัวว่าจะหลงหายหลุดจากความเชื่อเหมือนพวกเรา ที่ต้องปล้ำสู้ความบาป บางเรื่องต้องระวังจะหลงหายไม่ใกล้ชิดพระเจ้า ถูกมารล่อลวง ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น  แต่ทำไมเมื่อคนหนึ่งถึงเวลาที่พระเจ้ารับเขาไป เรากลับไม่ยอมไห้เขาตาย เพราะหากเขามีชีวิตอยู่ บางคนอาจเป็นอัมพาต กินไม่ได้ พิการ หรือทำอะไรก็ไม่ได้ บางครั้ง เจ้าตัวอยากตายเพราะจะได้ไปพบพระเจ้า แต่คนเป็นกลับเห็นแก่ตัวอยากให้เขามีชีวิตอยู่ และอยู่ในสภาพทำอะไรช่วยตัวเองไม่ได้ ทรมานกับยาที่ทาน เราต้องคิดว่ามีอะไรที่ดีถ้าเขาไม่ตาย (ถ้าไม่ตายเราเห็นอัศจรรย์ หรือ ยื้อเวลา) แต่หากเขาตาย (ดีที่สุด)ไม่ต้อทรมานร่างกายเพราะความเจ็บปวดหรือสภาพทำอะไรไม่ได้ ยกเว้นพระเจ้าทำอัศจรรย์โดยไม่ให้ตายและร่างกายดีสมบูรณ์ก็ เป็นเรื่องที่เราต้องฟังเสียงพระเจ้าชัดๆ จากเรื่องทั้งหมดจะเห็นว่า แม้เรารับการเยียวยาเชื่อพระเจ้าผู้อัศจรรย์ เรายังเป็นคนปกติที่มีจิตวิญญาณใหม่ จิตใจใหม่ แต่คนรอบข้างเรายังคงเหมือนเดิม เราต่างหากที่จะเลือกเผชิญด้วยความเข้าใจ ด้วยท่าทีใด แบบใหม่หรือแบบเดิม Picture’s source: http://www.dailymail.co.uk/femail/article-1072609/ALLISON-PEARSON-Pity-loving-grandparents-cut-divorce.htmlเรื่องสุดท้ายแต่เราเรียนเรื่องนี้เพื่อเราจะได้มีความเข้าใจที่จะรับรู้และเผชิญได้อย่างมีสติปัญหา และรู้ตัวว่าจะแก้ไข หรือรับรู้กับปัญหาอย่างไรอย่างมีสติ และสามารถเผชิญต่อไปได้ต่างหาก แต่เรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย ยังคงวนเวียนเข้ามาในชีวิตเราเสมอ เพียงแต่ เราจะรักษามิตรภาพที่ดีกับคนที่เรารักไว้ในยามทุกข์ยากนั้นแหละสำคัญมาก  ยามมีชีวิตอยู่ทำดีต่อกันและดูแลกันให้ดี ยามจากกันไปจะได้ไม่รู้สึกผิดที่เราไม่ได้ทำสิ่งที่ควรทำ แม้เราเปลี่ยนใหม่ เรายังทำดีที่สุด สิ่งที่เราทุกคนต้องเชผิญคือความตาย ทัศนคติเรื่องความตายของเราต่างกัน สำหรับผมๆอิจฉาคนที่ตายครับ โดยเฉพาะคนที่นอนหลับตายไปไม่ว่าจะอยุแค่ไหนก็ช่างเถอะ เพราะว่าคนเราตายไปก็ไปอยู่กับพระเจ้า ไม่มีโรคภัย ไม่มีเศร้า ไม่ผิดหวัง ไม่ต้องปล้ำสู้เพื่อรักษาความเชื่อ พระเจ้าจะเช็ดน้ำตาเขาและเขาจะรับบำเหน็จรางวัล ไม่ต้องกลัวว่าจะหลงหายหลุดจากความเชื่อเหมือนพวกเรา ที่ต้องปล้ำสู้ความบาป บางเรื่องต้องระวังจะหลงหายไม่ใกล้ชิดพระเจ้า ถูกมารล่อลวง ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น  แต่ทำไมเมื่อคนหนึ่งถึงเวลาที่พระเจ้ารับเขาไป เรากลับไม่ยอมไห้เขาตาย เพราะหากเขามีชีวิตอยู่ บางคนอาจเป็นอัมพาต กินไม่ได้ พิการ หรือทำอะไรก็ไม่ได้ บางครั้ง เจ้าตัวอยากตายเพราะจะได้ไปพบพระเจ้า แต่คนเป็นกลับเห็นแก่ตัวอยากให้เขามีชีวิตอยู่ และอยู่ในสภาพทำอะไรช่วยตัวเองไม่ได้ ทรมานกับยาที่ทาน เราต้องคิดว่ามีอะไรที่ดีถ้าเขาไม่ตาย (ถ้าไม่ตายเราเห็นอัศจรรย์ หรือ ยื้อเวลา) แต่หากเขาตาย (ดีที่สุด)ไม่ต้อทรมานร่างกายเพราะความเจ็บปวดหรือสภาพทำอะไรไม่ได้ ยกเว้นพระเจ้าทำอัศจรรย์โดยไม่ให้ตายและร่างกายดีสมบูรณ์ก็ เป็นเรื่องที่เราต้องฟังเสียงพระเจ้าชัดๆ จากเรื่องทั้งหมดจะเห็นว่า แม้เรารับการเยียวยาเชื่อพระเจ้าผู้อัศจรรย์ เรายังเป็นคนปกติที่มีจิตวิญญาณใหม่ จิตใจใหม่ แต่คนรอบข้างเรายังคงเหมือนเดิม เราต่างหากที่จะเลือกเผชิญด้วยความเข้าใจ ด้วยท่าทีใด แบบใหม่หรือแบบเดิม เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล Picture’s source:...

Read More

เมื่อรับการเยียวยาชีวิตก็ต้องเผชิญสิ่งเหล่านี้ ตอน ห้าเรื่องที่เราไม่สามารถหนีได้ 4 “คนในครอบครัว”

เรื่องที่สี่ คือ เมื่อท่านแต่งงานไปแล้ว แต่มาเจอนิสัยของคู่รักที่ไม่น่าเชื่อว่าเราจะรับไม่ได้ หรือ การกระทำของลูกที่ไม่เจริญเติบโต หรือ คนที่อยู่กับครอบครัวที่มีปัญหาบางเรื่องเช่น เจ้าอารมณ์ ดุ ควบคุม เล่นการพนัน ท่านก็ควรสงบ ใช้สติปัญญามากเป็นพิเศษ ผ่อนคลาย และ สนุกกับการแก้ปัญหาครับ เราต้องแก้ที่ภายในใจเรา ที่จะไม่ให้คนภายนอกมาทำให้เราระเบิดหรือคิดน้อยใจ หรือ เจ็บปวดเพราะคำพูด สิ่งที่ทำไป คือ ถือว่าตายแล้ว อย่าคิดบางเรื่องดังๆ เพราะอาจทำไห้เกิดปัญหา อย่าพูดทุกเรื่องที่อยากพูด ในเมื่อยังไม่ถึงเวลา อย่าเอาทุกคำพูดของคนมาคิดตาม เพราะบางเรื่องไม่เป็นเรื่อง เลือกที่จะคิด เลือกที่จะทิ้ง เพราะเราไม่สามารถรับทุกสิ่งได้หมด และ เราไม่ใช่พระเจ้าที่จะรับทุกสิ่งทั้งโลกทั้งบ้าน อันไหนมอบให้กับพระเจ้า อันไหนมอบให้คนอื่นรับผิดชอบ อันไหนรอก่อน อันไหนรีบด่วน หากติดขัดก็ทำเท่าที่ทำได้ก็จบ และ อย่ารู้สึกผิดเพราะพระเจ้ารับได้เท่าที่เรามี ที่เหลือพระเจ้าจะช่วย อัศจรรย์นั้นมีจริง ปาฏิหารนั้นเกิดขึ้นได้เสมอกับคนที่รักพระอค์  เพียงเรารู้ว่าอะไรควรตอบสนองอย่างไรในครอบครัว และ สิ่งที่ดีที่สุดคือ การอธิษฐานครับ รออัศจรรย์เกิดขึ้นเพราะพระเจ้าไม่ลืมคำอธิษฐานของเรา ตอนนี้ไม่ใช่อยู่ที่สถานการณ์รอบข้างแต่อยู่ที่เราจะใช้สติปัญญาอย่างไรที่จะได้ทำ รับสิ่งที่ดีที่สุด อยากจะเล่าเรื่องส่วนตัวสมัยอยู่หอพักครับ ตอนเรียนสมัยนั้นหอพักห้องหนึ่งนอนสี่คน เตียงเป็ด คือสองชั้น คนสี่คนอยู่ด้วยกัน ผมจะอธิษฐานยากมาก เสียงเพลง เล่นหมากรุก เล่นกีต้าร์ ร้องเพลง ผมมีที่หนึ่งที่คนไม่ค่อยไปโวยวาย คือห้องน้ำ ผมเป็นคนเดียวที่อ่านหนังสือในห้องน้ำเพราะเวลานั้นห้องสมุดปิดแล้ว ผมไม่มานั่งขมขื่นกับเพื่อนๆเพราะผมเปลี่ยนเขาไม่ได้แต่ผมเปลี่ยนตัวเองได้ครับ Picture’s source: http://www.thaihealth.or.th/partner/partner_stor/17141เรื่องที่สี่ คือ เมื่อท่านแต่งงานไปแล้ว แต่มาเจอนิสัยของคู่รักที่ไม่น่าเชื่อว่าเราจะรับไม่ได้ หรือ การกระทำของลูกที่ไม่เจริญเติบโต หรือ คนที่อยู่กับครอบครัวที่มีปัญหาบางเรื่องเช่น เจ้าอารมณ์ ดุ ควบคุม เล่นการพนัน ท่านก็ควรสงบ ใช้สติปัญญามากเป็นพิเศษ ผ่อนคลาย และ สนุกกับการแก้ปัญหาครับ เราต้องแก้ที่ภายในใจเรา ที่จะไม่ให้คนภายนอกมาทำให้เราระเบิดหรือคิดน้อยใจ หรือ เจ็บปวดเพราะคำพูด สิ่งที่ทำไป คือ ถือว่าตายแล้ว อย่าคิดบางเรื่องดังๆ เพราะอาจทำไห้เกิดปัญหา อย่าพูดทุกเรื่องที่อยากพูด ในเมื่อยังไม่ถึงเวลา อย่าเอาทุกคำพูดของคนมาคิดตาม เพราะบางเรื่องไม่เป็นเรื่อง เลือกที่จะคิด เลือกที่จะทิ้ง เพราะเราไม่สามารถรับทุกสิ่งได้หมด และ เราไม่ใช่พระเจ้าที่จะรับทุกสิ่งทั้งโลกทั้งบ้าน อันไหนมอบให้กับพระเจ้า อันไหนมอบให้คนอื่นรับผิดชอบ อันไหนรอก่อน อันไหนรีบด่วน หากติดขัดก็ทำเท่าที่ทำได้ก็จบ และ อย่ารู้สึกผิดเพราะพระเจ้ารับได้เท่าที่เรามี ที่เหลือพระเจ้าจะช่วย อัศจรรย์นั้นมีจริง ปาฏิหารนั้นเกิดขึ้นได้เสมอกับคนที่รักพระอค์  เพียงเรารู้ว่าอะไรควรตอบสนองอย่างไรในครอบครัว และ สิ่งที่ดีที่สุดคือ การอธิษฐานครับ รออัศจรรย์เกิดขึ้นเพราะพระเจ้าไม่ลืมคำอธิษฐานของเรา ตอนนี้ไม่ใช่อยู่ที่สถานการณ์รอบข้างแต่อยู่ที่เราจะใช้สติปัญญาอย่างไรที่จะได้ทำ รับสิ่งที่ดีที่สุด อยากจะเล่าเรื่องส่วนตัวสมัยอยู่หอพักครับ ตอนเรียนสมัยนั้นหอพักห้องหนึ่งนอนสี่คน เตียงเป็ด คือสองชั้น คนสี่คนอยู่ด้วยกัน ผมจะอธิษฐานยากมาก เสียงเพลง เล่นหมากรุก เล่นกีต้าร์ ร้องเพลง ผมมีที่หนึ่งที่คนไม่ค่อยไปโวยวาย คือห้องน้ำ ผมเป็นคนเดียวที่อ่านหนังสือในห้องน้ำเพราะเวลานั้นห้องสมุดปิดแล้ว ผมไม่มานั่งขมขื่นกับเพื่อนๆเพราะผมเปลี่ยนเขาไม่ได้แต่ผมเปลี่ยนตัวเองได้ครับ เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล Picture’s source:...

Read More

เมื่อรับการเยียวยาชีวิตก็ต้องเผชิญสิ่งเหล่านี้ ตอน ห้าเรื่องที่เราไม่สามารถหนีได้ 3 “คนนอกบ้าน”

เรื่องที่สาม เดินทางออกนอกบ้านเจอคนที่ไม่น่าพบ เจอคนเอาเปรียบ คำพูดบางคนที่กระตุ้นต่อมอารมณ์ของเราทำให้เกิดบํนดาลโทสะ ผมมักใช้พระโลหิตกับกางเขนอย่างคุ้มครับ คือนำคำพูด ท่าทาง ท่าทีของคนๆนั้นไปตรึงที่กางเขน เพื่อไม่ไห้มีผลต่ออารมณ์ของเรา และขอพระโลหิตพระเยซูชำระความคิดจิตใจที่โกรธ เคือง เกลียดชังออกไป และผมก็รู้ว่ามันเกิดผลจริงๆ และทำไห้ผมมีเสรีภาพ แม้จะรับการเยียวยารักษาให้หายจากบาดแผล แต่ตัวบิ้ว ตัวเร้า ยังคงมีต่อไปจากสถานการรอบข้าง เช่น มอเตอร์ไซค์ชอบขับตัดหน้า รถเมล์ที่เร่งบีบแตรไล่เรา ทั้งที่ขับแซงเราไปแค่เดียว เขาก็ติดไฟแดงเหมือนเรา แต่ทั้งหมดอยู่ที่การตอบสนองของเราครับ เพราะเราถือว่าเราตายแล้ว เป็นเพียงแค่คนที่มีเนื้อหนังดำเนินชีวิตไปสู่จุดหมายในวันนี้ด้วยจิตวิญญาณของพระเจ้าในเราเพื่อความสำเร็จ เราจึงถือว่าคนตายไม่ตอบสนองใดๆ อยากอธิบายคำว่าถือว่า เช่น ท่านมาเยี่ยมบ้านผม ผมบอกว่า ถือว่าเป็นบ้านของท่านจะทำอะไรก็ได้ แต่จริงๆผมเป็นเจ้าของบ้าน แต่ท่านไม่ใช่เจ้าของบ้าน แต่ท่านใช้สิทธิถือว่า บ้านเป็นของท่าน เช่นกัน แม้จริงๆเรามีชีวิตอยู่แต่เรา ถือว่า เราตายกับพระคริสต์ที่กางเขนแล้ว อย่าให้พฤติกรรมลบๆ มาเร้าให้เราทำสิ่งชั่วร้าย ท้ายสุดจะทำให้เราเจ็บปวดเอง ทั้งที่คนที่เร้าอารมณ์เราเขาอาจไม่สนใจและไม่รู้ด้วยซ้ำ เพราะโลกนี้อยู่ภายใต้อนุภาพของมาร เราก็อย่าไปอยู่กับพวกเขาครับ เพราะพระเจ้าให้เราชักนำฉุดเขามามีชีวิตใหม่ อย่าให้การกระทำของเขามาฉุดเรา และพระเยซูยุติธรรมใครหว่านสิ่งใดก็เก็บเกี่ยวสิ่งนั้น รอแต่เวลาเราแต่ละคนเก็บเกี่ยวผล ไม่มีใครเห็นใคร แม้เราเองเวลาเก็บเกี่ยวบางเรื่องที่หว่าน ใครก็ไม่รู้ครับ Picture’s source: http://www.edwud.com/2007/11/25/crowded-5th-avenue-sidewalk-new-york-city/เรื่องที่สาม เดินทางออกนอกบ้านเจอคนที่ไม่น่าพบ เจอคนเอาเปรียบ คำพูดบางคนที่กระตุ้นต่อมอารมณ์ของเราทำให้เกิดบํนดาลโทสะ ผมมักใช้พระโลหิตกับกางเขนอย่างคุ้มครับ คือนำคำพูด ท่าทาง ท่าทีของคนๆนั้นไปตรึงที่กางเขน เพื่อไม่ไห้มีผลต่ออารมณ์ของเรา และขอพระโลหิตพระเยซูชำระความคิดจิตใจที่โกรธ เคือง เกลียดชังออกไป และผมก็รู้ว่ามันเกิดผลจริงๆ และทำไห้ผมมีเสรีภาพ แม้จะรับการเยียวยารักษาให้หายจากบาดแผล แต่ตัวบิ้ว ตัวเร้า ยังคงมีต่อไปจากสถานการรอบข้าง เช่น มอเตอร์ไซค์ชอบขับตัดหน้า รถเมล์ที่เร่งบีบแตรไล่เรา ทั้งที่ขับแซงเราไปแค่เดียว เขาก็ติดไฟแดงเหมือนเรา แต่ทั้งหมดอยู่ที่การตอบสนองของเราครับ เพราะเราถือว่าเราตายแล้ว เป็นเพียงแค่คนที่มีเนื้อหนังดำเนินชีวิตไปสู่จุดหมายในวันนี้ด้วยจิตวิญญาณของพระเจ้าในเราเพื่อความสำเร็จ เราจึงถือว่าคนตายไม่ตอบสนองใดๆ อยากอธิบายคำว่าถือว่า เช่น ท่านมาเยี่ยมบ้านผม ผมบอกว่า ถือว่าเป็นบ้านของท่านจะทำอะไรก็ได้ แต่จริงๆผมเป็นเจ้าของบ้าน แต่ท่านไม่ใช่เจ้าของบ้าน แต่ท่านใช้สิทธิถือว่า บ้านเป็นของท่าน เช่นกัน แม้จริงๆเรามีชีวิตอยู่แต่เรา ถือว่า เราตายกับพระคริสต์ที่กางเขนแล้ว อย่าให้พฤติกรรมลบๆ มาเร้าให้เราทำสิ่งชั่วร้าย ท้ายสุดจะทำให้เราเจ็บปวดเอง ทั้งที่คนที่เร้าอารมณ์เราเขาอาจไม่สนใจและไม่รู้ด้วยซ้ำ เพราะโลกนี้อยู่ภายใต้อนุภาพของมาร เราก็อย่าไปอยู่กับพวกเขาครับ เพราะพระเจ้าให้เราชักนำฉุดเขามามีชีวิตใหม่ อย่าให้การกระทำของเขามาฉุดเรา และพระเยซูยุติธรรมใครหว่านสิ่งใดก็เก็บเกี่ยวสิ่งนั้น รอแต่เวลาเราแต่ละคนเก็บเกี่ยวผล ไม่มีใครเห็นใคร แม้เราเองเวลาเก็บเกี่ยวบางเรื่องที่หว่าน ใครก็ไม่รู้ครับ เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล Picture’s source:...

Read More

เมื่อรับการเยียวยาชีวิตก็ต้องเผชิญสิ่งเหล่านี้ ตอน ห้าเรื่องที่เราไม่สามารถหนีได้ 2 “เพื่อนบ้าน”

เรื่องที่สอง ย้ายบ้านและเจอเพื่อบ้านไม่ดี  เพื่อนบ้านปล่อยสุนัขมาถ่ายหน้าบ้านเรา จอดรถเบียดเบียน หน้าบ้านเรา  และยังล็อคล้อรถอีกต่างหาก ทำให้เราทุกข์ลำคาญลำบากใจ ผมเยเจอปัญหานี้ครับ เคยปรึกษาสมาชิกที่เป็นทนายความ เขาแนะนำอย่างเดียว คือ ย้ายบ้านหนีดีกว่า เพราะเป็นปัญหาเรื้อรัง เพราะนิสัยเพื่อนบ้านไม่ดี แต่เผอิญผมไม่มีฐานะดีระดับที่จะย้าย ซื้อซื้อบ้านใหม่ได้ ก็ได้แต่ทำความดี เจรจากับเพื่อนบ้าน แต่เผอิญ เพื่อนบ้านท่านนี้ไม่รู้สึกผิดเลย จะทำอย่างไรได้ละครับ ผมก็ได้แต่ป้องกันเท่าที่ทำได้ เช่น เขียนป้ายห้ามจอดรถหน้าบ้าน หรือเอานำมันเครื่องมาทาที่หน้าบ้านหรือใส่ถังให้สุนัขได้กลิ่น เพื่อมันจะได้ไม่มาถ่ายหน้าบ้านของเรา หรือบริหารเวลาดีๆกับเพื่อนบ้านอีกคนที่จะแบ่งเวลาจอดรถ เพื่อไม่ไห้เพื่อนบ้านอีกคนมาจอด และล็อคล้อ จนเราจอดไม่ได้ แต่อย่างไรก็ช่วยไม่ได้ทุกครั้ง แต่ก็รู้ว่ามันทำไห้เราอดทน  ผมอยู่ใมนสภาพนี้มาสามปีครับ แม้ว่าตัวเองจะได้รับการเยียวยา ไม่โกรธ แต่ก็รำคาญ มีพระเจ้าให้เราอธิษฐานเป็นที่ระบายได้ มีเพื่อนที่คริสตจักรเป็นกำลังใจต่อไป จนวันหนึ่งผมกับครอบครัวต้องย้ายไปอยู่ย่านสุขุมวิทใกล้คริสตจักร และสิ่งที่เกิดขึ้นมันท้าทายพิสูทน์ถึงว่า บาดแผลเรา กระตุ้นต่อเนื้อหนัง ความโกรธอาฆาตในใจเราหรือไม่ แต่เมื่อเราผ่าน ปรากฎว่าที่ใหม่ผมยังเจอคนแบบเดิมต่อไป แต่อารมณ์การตอบสนองผมเปลี่ยนไปแล้ว เพราะภาพในผมเปลี่ยนใหม่  ผมมีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม ก็ถามๆเพื่อนบ้านที่นิสัยดีๆ เขาก็เล่าว่า ผู้เป็นพ่อที่เกเรเป็นมะเว็งไม่ไหวแล้ว ไม่รุกรานชาวบ้าน แต่ว่าคนเป็นลูกกลับรุกรานมากกว่าเดิม แต่เพื่อนบ้านที่ไม่เป็นคริสเตียน เขาบอกว่าทำยังไงได้ละ เพราะพวกเขาไม่มีที่ไป ก็ต้องทนปรับตัว ยิ่งทำไห้ผมคิดว่า พวกเราที่เป็นคริสเตียน ทำไมบางครั้งบอบบางทนเรื่องพวกนี้ไม่ได้ คงเพราะเชื่อแต่ว่าพระเจ้าต้องอวยพรเท่านั้นจะไม่มีปัญหา แต่ยิ่งทำไห้เราเป็นคนอดทนสั้น ขาดความอดทนมากกว่าคนที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า ยังไรเราควรคิดสะดุดใจว่า แม้เราเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ เราควรปรับจิตใจอย่างไรที่จะอยู่กับคนไม่น่ารักได้ เพราะนี้เป็นอีกมุมหนึ่ง ที่ชั่วขณะหนึ่งพระเจ้าจะใช้เหตุการณ์นี้ ฝัดร่อน ขัดเกลาเราครับ Picture’s source: http://www.sunset.com/travel/california/best-neighborhood-pasadena-california-00400000017346/เรื่องที่สอง ย้ายบ้านและเจอเพื่อบ้านไม่ดี  เพื่อนบ้านปล่อยสุนัขมาถ่ายหน้าบ้านเรา จอดรถเบียดเบียน หน้าบ้านเรา  และยังล็อคล้อรถอีกต่างหาก ทำให้เราทุกข์ลำคาญลำบากใจ ผมเยเจอปัญหานี้ครับ เคยปรึกษาสมาชิกที่เป็นทนายความ เขาแนะนำอย่างเดียว คือ ย้ายบ้านหนีดีกว่า เพราะเป็นปัญหาเรื้อรัง เพราะนิสัยเพื่อนบ้านไม่ดี แต่เผอิญผมไม่มีฐานะดีระดับที่จะย้าย ซื้อซื้อบ้านใหม่ได้ ก็ได้แต่ทำความดี เจรจากับเพื่อนบ้าน แต่เผอิญ เพื่อนบ้านท่านนี้ไม่รู้สึกผิดเลย จะทำอย่างไรได้ละครับ ผมก็ได้แต่ป้องกันเท่าที่ทำได้ เช่น เขียนป้ายห้ามจอดรถหน้าบ้าน หรือเอานำมันเครื่องมาทาที่หน้าบ้านหรือใส่ถังให้สุนัขได้กลิ่น เพื่อมันจะได้ไม่มาถ่ายหน้าบ้านของเรา หรือบริหารเวลาดีๆกับเพื่อนบ้านอีกคนที่จะแบ่งเวลาจอดรถ เพื่อไม่ไห้เพื่อนบ้านอีกคนมาจอด และล็อคล้อ จนเราจอดไม่ได้ แต่อย่างไรก็ช่วยไม่ได้ทุกครั้ง แต่ก็รู้ว่ามันทำไห้เราอดทน  ผมอยู่ใมนสภาพนี้มาสามปีครับ แม้ว่าตัวเองจะได้รับการเยียวยา ไม่โกรธ แต่ก็รำคาญ มีพระเจ้าให้เราอธิษฐานเป็นที่ระบายได้ มีเพื่อนที่คริสตจักรเป็นกำลังใจต่อไป จนวันหนึ่งผมกับครอบครัวต้องย้ายไปอยู่ย่านสุขุมวิทใกล้คริสตจักร และสิ่งที่เกิดขึ้นมันท้าทายพิสูทน์ถึงว่า บาดแผลเรา กระตุ้นต่อเนื้อหนัง ความโกรธอาฆาตในใจเราหรือไม่ แต่เมื่อเราผ่าน ปรากฎว่าที่ใหม่ผมยังเจอคนแบบเดิมต่อไป แต่อารมณ์การตอบสนองผมเปลี่ยนไปแล้ว เพราะภาพในผมเปลี่ยนใหม่  ผมมีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม ก็ถามๆเพื่อนบ้านที่นิสัยดีๆ เขาก็เล่าว่า ผู้เป็นพ่อที่เกเรเป็นมะเว็งไม่ไหวแล้ว ไม่รุกรานชาวบ้าน แต่ว่าคนเป็นลูกกลับรุกรานมากกว่าเดิม แต่เพื่อนบ้านที่ไม่เป็นคริสเตียน เขาบอกว่าทำยังไงได้ละ เพราะพวกเขาไม่มีที่ไป ก็ต้องทนปรับตัว ยิ่งทำไห้ผมคิดว่า พวกเราที่เป็นคริสเตียน ทำไมบางครั้งบอบบางทนเรื่องพวกนี้ไม่ได้ คงเพราะเชื่อแต่ว่าพระเจ้าต้องอวยพรเท่านั้นจะไม่มีปัญหา แต่ยิ่งทำไห้เราเป็นคนอดทนสั้น ขาดความอดทนมากกว่าคนที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า ยังไรเราควรคิดสะดุดใจว่า แม้เราเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ เราควรปรับจิตใจอย่างไรที่จะอยู่กับคนไม่น่ารักได้ เพราะนี้เป็นอีกมุมหนึ่ง ที่ชั่วขณะหนึ่งพระเจ้าจะใช้เหตุการณ์นี้ ฝัดร่อน ขัดเกลาเราครับ เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล Picture’s source:...

Read More

เมื่อรับการเยียวยาชีวิตก็ต้องเผชิญสิ่งเหล่านี้ ตอน 3 ห้าเรื่องที่เราไม่สามารถหนีได้ 1 “หัวหน้างาน และเพื่อนร่วมงาน”

มีคนกล่าวว่ามีห้าเรื่องเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมาย เราไม่สามารถกำหนดล่วงหน้า มีแต่แก้ไขไป และการปกป้องตัวเองวันต่อวัน เรื่องแรกคือเมื่อเข้าทำงานเจอเจ้านายไม่ดี หรือเพื่อนร่วมงานไม่ดี เกเร เจ้ายศเจ้าอย่าง บ้าอำนาจ หรือนิสัยบางอย่างที่มีผลต่ออารมณ์ ความคิด หรือนิสัยบางอย่างเร้าอารมณ์ของเรา ทำให้เราอารมณ์ไม่ดีหรือสร้างความบาดเจ็บในใจ แต่ทำนองเดียวกันเราก็จะพบนิสัยดีๆ ในคนเหล่านี้ด้วยหากเรารู้วิธีคิดรู้วิธีจัดการกับสิ่งที่ไม่น่าชื่นชมที่เราพบ เราก็สามารถอยู่ร่วมกับคนเหล่านี้ได้ เหตุนี้เองวินัยในความคิดจึงสำคัญแก่เรา เพราะชีวิตเริ่มที่ความคิด (ใจ) ที่ทำงานเชื่อมโยงพร้อมๆกันประสานกัน จะให้ข้อคิดบางมุม เช่น เราต้องแยกระหว่างสไตล์การทำงาน บุคลิกของเขา และจริยธรรม หากเป็นสองเรื่องแรกควรปล่อยวาง คือ สไตล์การทำงานกับบุคลิก แต่หากเป็นเรื่องจริยธรรมเราควรเดือดร้อนใจที่ได้ทำงานร่วมกับเขาคนนี้ แต่ว่าส่วนใหญ่เนื่องจากบาดแผลที่คนเคยทำกับเราหรือความไม่โตเป็นผู้ใหญ่ เรากลับรำคาญหัวเสียกับสไตล์การทำงานและบุคลิกของเขาที่เป็นหัวหน้างานหรือลูกน้อง เลยทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้นี่เอง เราต้องจัดการบาดแผลที่อยู่ในใจของเรา ในอารมณ์ของเรา ไม่ใช่ไปจัดการคนที่เข้ามีสไตล์และบุคลิกแบบนั้น เพราะมันไม่ใช่ความผิดด้านจริยธรรม และเราแต่ละคนก็มีสไตล์ บุคลิกไม่เหมือนกันตามที่พระเจ้าทรงสร้างไว้ Picture’s source: http://www.ehow.com/how_7449073_confront-employee-attitude.htmlมีคนกล่าวว่ามีห้าเรื่องเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมาย เราไม่สามารถกำหนดล่วงหน้า มีแต่แก้ไขไป และการปกป้องตัวเองวันต่อวัน เรื่องแรกคือเมื่อเข้าทำงานเจอเจ้านายไม่ดี หรือเพื่อนร่วมงานไม่ดี เกเร เจ้ายศเจ้าอย่าง บ้าอำนาจ หรือนิสัยบางอย่างที่มีผลต่ออารมณ์ ความคิด หรือนิสัยบางอย่างเร้าอารมณ์ของเรา ทำให้เราอารมณ์ไม่ดีหรือสร้างความบาดเจ็บในใจ แต่ทำนองเดียวกันเราก็จะพบนิสัยดีๆ ในคนเหล่านี้ด้วยหากเรารู้วิธีคิดรู้วิธีจัดการกับสิ่งที่ไม่น่าชื่นชมที่เราพบ เราก็สามารถอยู่ร่วมกับคนเหล่านี้ได้ เหตุนี้เองวินัยในความคิดจึงสำคัญแก่เรา เพราะชีวิตเริ่มที่ความคิด (ใจ) ที่ทำงานเชื่อมโยงพร้อมๆกันประสานกัน จะให้ข้อคิดบางมุม เช่น เราต้องแยกระหว่างสไตล์การทำงาน บุคลิกของเขา และจริยธรรม หากเป็นสองเรื่องแรกควรปล่อยวาง คือ สไตล์การทำงานกับบุคลิก แต่หากเป็นเรื่องจริยธรรมเราควรเดือดร้อนใจที่ได้ทำงานร่วมกับเขาคนนี้ แต่ว่าส่วนใหญ่เนื่องจากบาดแผลที่คนเคยทำกับเราหรือความไม่โตเป็นผู้ใหญ่ เรากลับรำคาญหัวเสียกับสไตล์การทำงานและบุคลิกของเขาที่เป็นหัวหน้างานหรือลูกน้อง เลยทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้นี่เอง เราต้องจัดการบาดแผลที่อยู่ในใจของเรา ในอารมณ์ของเรา ไม่ใช่ไปจัดการคนที่เข้ามีสไตล์และบุคลิกแบบนั้น เพราะมันไม่ใช่ความผิดด้านจริยธรรม และเราแต่ละคนก็มีสไตล์ บุคลิกไม่เหมือนกันตามที่พระเจ้าทรงสร้างไว้ เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล Picture’s source:...

Read More

เมื่อรับการเยียวยาชีวิตก็ต้องเผชิญสิ่งเหล่านี้ ตอน 2 เราหนีคนในโลกนี้ไม่ได้

ในแง่มุมของผมผู้ทำงานด้านนี้ใจอยากช่วยคนทั้งโลก แต่จริงๆก็ช่วยได้จำกัด เพราะผู้เขียนเองก็มีเรื่องที่ต้องต่อสู้และปล้ำสู้เอาชนะกิเลส ตัณหา อุปสรรค ผู้เขียนเองก็เจอกับคนที่ถูกเอาเปรียบ เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ คนไม่เป็นผู้ใหญ่ คนที่ใช้คำพูดและการกระทำบางอย่างที่กระทบกระทั่งก็มาก แต่เพราะการรู้จักปกป้องตัวเอง และมีคนที่ดีๆเป็นเพื่อนแท้มายาวนาน ที่คอยให้กำลังใจจึงสามารถอยู่ต่อไปได้ โดยสิ่งเหล่านี้มีผลกระทบน้อยและจะน้อยลงไปอีก เพราะเราจะทำลายตัวเร้า (บาดแผล) และสร้างระบบความคิด (วินัยใหม่) การป้องกันตัวเอง พระคัมภีร์ไบเบิ้ลสอนให้เราจะสามารถอยู่กับคนที่ไม่น่ารักได้ และพวกเขาจะทำให้เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ด้วยครับ กระบวนการรักษาด้วยการบำบัดเยียวยามีไว้แก้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่ต้องตายจะไม่ตาย คนที่ป่วยจะหายป่วยทันที คนมีบาดแผลก็จะหายทันทีในครั้งเดียวที่ทำ หรือหากมีการทำพันธกิจนี้แล้ว คนที่เรารักหรือคนรอบข้างของเราจะไม่ป่วยหรือพบอุปสรรคใดๆอีกเลย เมื่อรับทำพันธกิจนี้แล้วทุกอย่างจะไม่ได้เป็นตามใจสั่ง สิ่งที่ต้องเผชิญเราก็ต้องเจอต่อไป แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือหัวใจ ความคิด ท่าทีต่อปัญหา อุปสรรคของเราเปลี่ยนไปแล้ว เพราะการเยียวยามักคู่กันไปกับการมีวินัยในการคิดใหม่ เพราะสิ่งที่เปลี่ยนคือความเข้าใจใหม่ และวิธีการใหม่ต่อการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นต่างหาก Picture’s source: http://www.visualphotos.com/image/2×4565911/five_business_people_move_forwardในแง่มุมของผมผู้ทำงานด้านนี้ใจอยากช่วยคนทั้งโลก แต่จริงๆก็ช่วยได้จำกัด เพราะผู้เขียนเองก็มีเรื่องที่ต้องต่อสู้และปล้ำสู้เอาชนะกิเลส ตัณหา อุปสรรค ผู้เขียนเองก็เจอกับคนที่ถูกเอาเปรียบ เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ คนไม่เป็นผู้ใหญ่ คนที่ใช้คำพูดและการกระทำบางอย่างที่กระทบกระทั่งก็มาก แต่เพราะการรู้จักปกป้องตัวเอง และมีคนที่ดีๆเป็นเพื่อนแท้มายาวนาน ที่คอยให้กำลังใจจึงสามารถอยู่ต่อไปได้ โดยสิ่งเหล่านี้มีผลกระทบน้อยและจะน้อยลงไปอีก เพราะเราจะทำลายตัวเร้า (บาดแผล) และสร้างระบบความคิด (วินัยใหม่) การป้องกันตัวเอง พระคัมภีร์ไบเบิ้ลสอนให้เราจะสามารถอยู่กับคนที่ไม่น่ารักได้ และพวกเขาจะทำให้เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ด้วยครับ กระบวนการรักษาด้วยการบำบัดเยียวยามีไว้แก้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่ต้องตายจะไม่ตาย คนที่ป่วยจะหายป่วยทันที คนมีบาดแผลก็จะหายทันทีในครั้งเดียวที่ทำ หรือหากมีการทำพันธกิจนี้แล้ว คนที่เรารักหรือคนรอบข้างของเราจะไม่ป่วยหรือพบอุปสรรคใดๆอีกเลย เมื่อรับทำพันธกิจนี้แล้วทุกอย่างจะไม่ได้เป็นตามใจสั่ง สิ่งที่ต้องเผชิญเราก็ต้องเจอต่อไป แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือหัวใจ ความคิด ท่าทีต่อปัญหา อุปสรรคของเราเปลี่ยนไปแล้ว เพราะการเยียวยามักคู่กันไปกับการมีวินัยในการคิดใหม่ เพราะสิ่งที่เปลี่ยนคือความเข้าใจใหม่ และวิธีการใหม่ต่อการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นต่างหาก เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล Picture’s source:...

Read More