การท่วมท้นในพระวิญญาณ (Soaking)

ศูนย์อธิษฐานเพื่อการท่วมท้นในพระวิญญาณ (Soaking Prayer Centers) แปลโดย RMC james7 project ตั้งแต่พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จลงมาสวมทับบนพวกเรา เมื่อเดือนมกราคม 1994 เป็นต้นมา เราก็ได้เข้าสู่ประสบการณ์การท่วมท้น “soaking” ในการทรงสถิตของพระเจ้าเรื่อยมา  เมื่อผู้คนท่วมท้น (Soaked) ในการทรงสถิตของพระเจ้า  พวกเขาพบประสบการณ์ของการได้รับการเปลี่ยนแปลงจิตใจอย่างลึกซึ้ง  ชีวิตการสมรสได้รับการบำบัด  ความกลัวถูกขับไล่  ความกดดันภายในและความเจ็บป่วยหายไปพร้อมกับชีวิตได้รับการเปลี่ยนแปลง  ทีมงานรับใช้ก็ยังคง “soaking”  ผู้คนตราบทุกวันนี้  เป็นเวลานับ 10 ปีแล้วโดยการอธิษฐานเผื่อผู้คนที่เข้าแถวเพื่อรอรับการอธิษฐานเผื่อ   “Soaking” มีอยู่ในพระคัมภีร์หรือไม่? ต่อไปนี้เป็นข้อพระคัมภีร์ ที่กล่าวถึง “soaking”   สดุดี 23: 1-3 “พระเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะ ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้านอนลงที่ทุ่งหญ้าเขียวสด  พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปริมน้ำแดนสงบ  ทรงฟื้นจิตวิญญาณของข้าพเจ้า  พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปในทางชอบธรรม  เพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์” สดุดี 131: 2 “แต่ข้าพระองค์ได้สงบและระงับจิตใจของข้าพระองค์อย่างเด็กที่หย่านม  แล้วสงบอยู่ที่อกมารดาของตน  จิตใจของข้าพระองค์สงบอยู่ภายในข้าพระองค์เหมือนอย่างเด็กที่หย่านมแล้ว” สดุดี 4: 4 “จงคำนึงในใจเวลาอยู่บนที่นอนและสงบอยู่” สดุดี 37: 7 “จงสงบอยู่ต่อพระเจ้าและเพียรรอคอยพระองค์อยู่” มัทธิว 11: 28-30 “บรรดาผู้ลำบากเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก  จงมาหาเราและเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข  จงเอาแอกของเราแบกไว้แล้วเรียนจากเราเพราะว่าเราสุภาพและใจอ่อนน้อมและจิตใจท่านทั้งหลายจะได้พัก  ด้วยว่าแอกของเราก็พอเหมาะและภาระของเราก็เบา” ฮิบรู 4: 9-11 “ฉะนั้นจึงยังมีการพำนักของสะบาโตสำหรับชนชาติของพระเจ้าเพราะว่าผู้ใดที่ได้เข้าสู่การพำนักของพระเจ้าแล้ว ก็ได้พักงานของตนเหมือนพระเจ้าได้ทรงพักพระราชกิจของพระองค์” อิสยาห์ 40: 29-31 “พระองค์ประทานกำลังแก่คนอ่อนเปลี้ยและแก่ผู้ที่ไม่มีกำลัง  พระองค์ทรงเพิ่มแรงแม้คนหนุ่มๆ จะอ่อนเปลี้ยและเหน็ดเหนื่อยและชายฉกรรจ์จะล้มลงทีเดียวแต่เขาทั้งหลายผู้รอคอยพระเจ้าจะเสริมเรี่ยวแรงใหม่  เขาจะบินขึ้นด้วยปีกเหมือนนกอินทรี  เขาจะวิ่งและไม่เหน็ดเหนื่อย  เขาจะเดินและไม่อ่อนเปลี้ย” สดุดี 27: 14 “จงรอคอยพระเจ้า  จงเข้มแข็งและให้จิตใจของท่านกล้าหาญเถิด เออ จงรอคอยพระเจ้า” สุภาษิต 1:33 “แต่บุคคลผู้ฟังเรา จะอยู่อย่างปลอดภัย  เขาจะอยู่อย่างสุขสงบ  ปราศจากความคิดพรั่นพรึงในความชั่งร้าย” ลูกา 10:39 “มารธามีน้องสาวชื่อมารีย์  และมารีย์ก็นั่งใกล้พระบาทพระเยซู ฟังถ้อยคำของพระองค์” โฮเชยา 2:14 “ดูเถิด เหตุนี้เราจะเกลี้ยกล่อมนาง  พานางเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร และปลอบใจนาง”   “Soaking “ คืออะไร ? ในช่วงของการฟื้นฟูที่ผ่านมา ผู้คนมักกล่าวถึงว่า “เป็นการรอคอยพระเจ้า” เช่นเดียวกับที่เขารอคอยที่จะเห็นพระพรจากการฟื้นฟูที่มาจากพระเจ้า  แม้ว่า “Soaking” หมายรวมถึงการรอคอยพระเจ้า แต่การเคลื่อนไหวของพระวิญญาณ มีความหมายมากกว่านั้น  “soak” ในการทรงสถิตของพระเจ้า หมายถึงการพักสงบในความรักของพระเจ้ามากกว่า “strive (การพยายามปล้ำสู้)” ในการอธิษฐาน  เมื่อผู้คนกำลังรับการสัมผัสแตะต้องจากพระเจ้าและเริ่มที่จะเชื่อมตนเองเข้าสู่สภาวะของการทรงสถิตขององค์พระวิญญาณบริสุทธิ์  เขามักจะตอบสนองโดยล้มลง  หรือเพียงทอดกายลงบนพื้น  ในขณะที่เขาพักสงบอยู่ในการทรงสถิตของพระเจ้านั้น บ่อยครั้งที่การสวมทับพระองค์จะเปิดเผยความรักของพระองค์ต่อบุคคลนั้นมากขึ้นและเป็นยังเป็นการนำมาซึ่งการสร้างใหม่และซ่อมแซมบางพื้นที่ของบุคคลนั้น  ขณะที่ผู้เชื่อท่วมท้นในการทรงสถิตของพระเจ้า  พระองค์จะทรงควบคุมชีวิตและเริ่มต้นที่จะโน้มนำความสนใจของเขาสู่พระคำ  ทั้งโดยผ่านทางพระคัมภีร์หรือผ่านทางความประทับใจภายในหรือผ่านทางภาพที่เขาสามารถเห็นด้วยตาใจของเขา แครอลมักจะเปรียบเทียบ Soaking กับการทำแตงกวาดอง  หลายปีมาแล้วผมพบคำกรีกคำหนึ่ง “bapto”ซึ่งหมายถึง “dip (จุ่ม)” และ “baptidzo” หมายถึง “immerse (จุ่มมิด)”  เราสามารถใช้ตัวอย่างของการทำแตงกวาดอง ดังนี้  นำแตงกวาดิบมาลวกโดยการจุ่มในน้ำเดือด เปรียบกับคำว่า ”bapto” ซึ่งหมายถึง “จุ่มลงแล้วนำขึ้นอย่างเร็ว”  เรานำแตงกวามาจุ่มลง  โดยใช้คำว่าว่า “baptidzo” แล้วนำแตงกวานั้นมาแช่ (soaked) ในน้ำส้มที่ปรุงรสนานเป็นเวลาหลายสัปดาห์  สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับแตงกวาเมื่อถูกแช่เป็นเวลานานเช่นนั้น คือ น้ำส้มปรุงรสจะซึมเข้าไปในเนื้อของแตงกวา จนแตงกวานั้นจะไม่หลงเหลือรสชาติเดิมของแตงกวาดิบอีกต่อไป แต่จะมีรสชาติเช่นเดียวกันกับรสชาติของน้ำส้มปรุงรสนั้นและนี่ก็คือความหมายของคำว่า “soaking” คุณอาจเต็มไปด้วยพระวิญญาณเมื่ออยู่ในการทรงสถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์หรือเมื่อคุณแช่ (soaking) อยู่ในแม่น้ำของพระเจ้าจนกระทั่งคุณไม่เหลือรสชาติเดิม/ธรรมชาติเก่าของตัวคุณอีกต่อไปแต่เต็มไปด้วยรสชาติใหม่ของพระวิญญาณบริสุทธ์  “เปลี่ยนเราด้วยการดอง / แช่อิ่มเราในพระวิญญาณบริสุทธ์  ท่วมท้นเราในการทรงสถิตอย่างอัศจรรย์ของพระองค์ จนกระทั่งเราเป็นเหมือนพระองค์มากขึ้นและมากขึ้น”   ทำไมเราจึงจำเป็นต้องรับการท่วมท้น (Soak)? เราทุกคนมีความต้องการลึกๆในการที่จะใกล้ชิดพระเจ้า  การมีประสบการณ์กับพระเจ้าเป็นอะไรที่เราควรแสวงหาไม่ใช่หลีกเลี่ยง  ในขณะที่เราวางรากฐานศาสนศาสตร์ของเราในพระคำพระเจ้า  ประสบการณ์ที่เรามีกับพระองค์จะทำให้รากฐานเหล่านั้นเป็นจริงในเรา  พระคัมภีร์เป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ของคนของพระเจ้าตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา  ชีวิตของเขาเหล่านั้นได้รับการเปลี่ยนแปลงเมื่อเขาพบเผชิญกับพระองค์  ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนแปลงเช่นกันเมื่อคุณพบ/เผชิญกับพระองค์   เราจะท่วมท้น (Soak) ได้ที่ไหน? ที่โตรอนโต เราจัดเวลาสำหรับการอธิษฐานท้วมท้นในพระวิญญาณ (soaking prayer) ไว้ในทุกๆการประชุม ผู้คนจะยืนต่อแถวเพื่อรับการอธิษฐานและทีมงานจะมาเพื่อปรนนิบัติโดยการอธิษฐานเผื่อดังนี้ “พระเจ้า ขอทรงโปรดให้เขาเหล่านั้นมากขึ้นด้วยพระสิริของพระองค์ และความรักของพระองค์”  พวกเขาอาจยืนอยู่หรือส่วนใหญ่จะพักผ่อนในพระวิญญาณ  ในขณะที่เข้าล้มลงต่อการทรงสถิตของพระเจ้า ด้วยเหตุนี้เราจึงจัดเตรียมสมาชิกที่จะทำหน้าที่เป็น “catcher” เพื่อคอยยืนอยู่ข้างหลัง ในขณะที่พวกเขากำลังรับการอธิษฐาน เพื่อช่วยทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายและไม่รู้สึกกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเขาล้มลง   เราสามารถอธิษฐานเพื่อการท่วมท้นในพระวิญญาณ (Soaking Prayer) ได้ที่บ้านของเราเองด้วย คุณอาจจะอยู่ตามลำพังหรือกับครอบครัวหรืออาจเชิญเพื่อนๆมาร่วมด้วยเพื่ออธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกัน  สติฟ ลอง ศิษยาภิบาลคนหนึ่งของเราเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่กลุ่มแรกที่เริ่มอธิษฐานเพื่อการท่วมท้นในพระวิญญาณ (Soaking Prayer) ที่บ้านของเขา  เขาเพียงแต่เปิด CD แล้วนอนลงกับพื้น อนุญาตให้การนมัสการอันลึกซึ้ง/ใกล้ชิด นำเขาสู่ช่วงเวลาอันแสนสดชื่นกับพระเจ้า   Jeff Metzger ศิษยาภิบาลจาก เมืองเอครอน รัฐโอไฮโอ เป็นคนแรกๆที่จัดให้มีกลุ่มอธิษฐานเพื่อการท่วมท้นในพระวิญญาณ (Soaking Prayer) ที่บ้านของเขาและได้จัดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลามากกว่า 7 ปี ผู้คนสามารถจะเข้ามาหรือกลับออกไปได้อย่างอิสระ เขาเพียงแต่เข้ามาอย่างเงียบๆ นอนลงบนพื้น และรับประสบการณ์กับการพักผ่อน สดชื่นกับพระเจ้า หลายคนได้รับการเปลี่ยนแปลงชีวิตเมื่อมาที่นี่   เมื่อเร็วๆนี้ ผมได้พบชายคนหนึ่งจากเยอรมันนี ผู้ที่เริ่มต้นด้วยการเชิญเพื่อนๆมาที่บ้านเพื่ออธิษฐานท่วมท้นในการทรงสถิตของพระเจ้า และได้ทำเช่นนี้อย่างต่อเนื่องนานนับปีเพราะเขาไม่สามารถหาโบสถ์ละแวกนั้น ที่เขาจะมีประสบการณ์ท่วมท้นในแม่น้ำของพระเจ้าได้   ฉันจะท่วมท้นในพระวิญญาณได้อย่างไร ? คุณอาจไม่จำเป็นต้องนอนลงกับพื้น คุณอาจนั่งลงในเก้าอี้หรือนอนลงบนเตียงของคุณก็ได้  สำคัญอยู่ที่ว่า ขอให้คุณอยู่ในสถานที่และอริยาบทที่ง่ายต่อการสัมผัสพระวิญญาณ  และจดจ่ออยู่ที่พระองค์  ผมชอบที่จะท่วมท้นในพระวิญญาณขณะฟังเพลงนมัสการที่ซึ้งๆเต็มด้วยความหมาย ที่ทำให้จิตวิญญาณของผมสงบและช่วยให้ผมใกล้ชิดพระเจ้า  ขอให้คุณระลึกถึงกางเขนและทั้งหมดที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงกระทำด้วยความรักเพื่อคุณ  เริ่มต้นสารภาพความผิดบาปของคุณต่อพระองค์ สักครู่จากนั้น คุณจะสัมผัสถึงการทรงสถิตขององค์พระวิญญาณบริสุทธ์ที่คุณมองไม่เห็น  ผู้คนมักมีประสบการณ์กับพระองค์ในหลายๆรูปแบบ บ้างจะรู้สึกหนักๆบนร่างกาย บ้างจะเหมือนสัมผัสกระแสไฟฟ้าบนมือหรือใบหน้าของเขา หรือสัมผัสความรักอันอบอุ่นภายในใจซึ่งเชื่อมโยงเขากับพระองค์  นี่เป็นวิถีทางที่คุณจะเติบโตที่จะรักผู้อื่น และโดยความสัมพันธ์นี้ที่แต่ละคนมีต่อพระเจ้าก็จะผูกพันธ์แต่ละคนเข้าด้วยกัน  มันมิได้ขึ้นอยู่กับลำดับขั้นตอน/วิธีการ แต่ใจของคุณ ต่างหากจะต้องถูกครอบครองโดยองค์พระวิญญาณ ประสบการณ์การทรงสถิตกับองค์พระวิญญาณนั่นแหละเป็นสิ่งที่ทำให้คุณรักพระเจ้าด้วยสิ้นสุดจิตและสุดความคิด (มัทธิว 22:37)  ถ่อมตัวลงต่อหน้าพระองค์ มอบความวิตกกังวลและความห่วงใยไว้ที่พระองค์ ทูลทุกสิ่งต่อพระองค์ อธิษฐานตามอย่างนี้ “พระเยซูเจ้า ลูกขอเชิญพระองค์เข้ามา ตรวจสอบในจิตใจ เชิญเข้ามาใกล้และให้ลูกรู้จักความรักของพระองค์”  ให้การนมัสการเกิดขึ้นในคุณ และมอบถวายตัวคุณต่อพระองค์  หากความคิดของคุณเตลิดออกไป ให้กลับมาจดจ่อกับพระองค์ใหม่  เตือนสติตนเองว่าเราต้องการท่วมท้นในการทรงสถิตกับองค์พระวิญญาณเพื่ออะไรและฟังเพลงนมัสการต่อไป   ฉันเชื่อได้อย่างไรว่าองค์พระวิญญาณบริสุทธ์ทรงกำลังทำงานอยู่ ? ใช่คุณสามารถเชื่อเช่นนั้น โปรดจำว่าทุกสิ่งที่เราได้รับจากพระเจ้าเราได้รับโดยควาเชื่อ ความเชื่อต้องเป็นแง่ บวกและจดจ่อที่พระเจ้า (ไม่ใช่เป็นลบและเต็มด้วยความกลัว  จดจ่ออยู่ที่ศัตรู) พระเยซูตรัสไว้ใน ลูกา 11:11-13 ดังนี้  “มีผู้ใดในพวกท่านที่เป็นบิดา  ถ้าบุตรขอปลาจะเอางูให้เขาแทนหรือ  หรือถ้าขอไข่จะเอาแมลงป่องให้เขา  หรือ  เพราะฉะนั้น ถ้าท่านทั้งหลายเอง ผู้เป็นคนบาปยังรู้จักให้ของดีแก่บุตรของตนยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด  พระบิดาผู้ทรงสถิตในสวรรค์จะทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธ์แก่ผู้ที่ขอต่อพระองค์“  กุญแจอยู่ที่ความสนิทสนม ไม่ใช่เป็นโปรแกรมที่จะต้องดำเนินการ/ปฏิบัติตาม แต่เป็นความสัมพันธ์อย่างสนิทสนมที่ถูกรักษาไว้   ฉันจะท่วมท้นในพระวิญญาณนานแค่ไหน ? โดยทั่วๆไปผมมักใช้เวลา 15 นาที เพื่อสงบตัวเองจากความวุ่นวายของชีวิตและเข้าสู่การพักสงบแต่พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าของวันสะบาโตและทรงต้องการให้เราพักสงบในพระองค์ ฉผลของพระวิญญาณคือความรัก  ความชื่นชมยินดีและสันติสุข  ดังนั้นเราจำเป็นต้องจัดสรรเวลาที่จะใช้อย่างมีคุณภาพกับพระองค์ คุณไม่สามารถบีบบังคับหรือเร่งรีบกับการนี้  ประเด็นอยู่ที่ ไม่ใช่ “ได้รับ” บางสิ่ง แต่ “อยู่” ร่วมกับใครคนหนึ่ง  ใช้เวลาเพียงเพื่ออยู่กับพระองค์ รักพระองค์และอนุญาตให้พระองค์รักเรา  หากว่าคุณเผลอหลับไป นั่นไม่เป็นไร  ถ้าคุณถูกขัดจังหวะคุณสามารถกลับมาใหม่ได้  คุณจะทราบว่าเมื่อไรเวลาที่คุณใช้เสร็จ / จบแล้ว  คุณจะรู้สึกพึงพอใจภายในและพร้อมที่จะออกไปสู่ชีวิตประจำวันของคุณ บางโอกาสผู้คนจะเกิดความรู้สึกทางอารมณ์ระหว่างการอธิษฐานเพื่อการท่วมท้นในพระวิญญาณ พระเจ้าอาจต้องการสัมผัสแตะต้องพื้นที่ส่วนลึกในจิตใจ  อาจมีพื้นที่บางส่วนที่เกิดบาดแผลในอดีต ที่ซึ่งคุณลังเลที่จะเข้าไปเผชิญ อาจเป็นพื้นที่ที่พระเจ้าต้องการให้คุณเข้าไปเยี่ยมเยียนอีกครั้ง เพื่อว่าพระองค์จะทรงนำมาซึ่งเสรีภาพ การบำบัดรักษามายังพื้นที่ที่ถูกครอบงำด้วยความกลัวและความเจ็บปวด  กรณีเช่นนี้ จะเป็นการดีที่จะมีเพื่อนหรือบุคคลที่มีประสบการณ์อยู่ร่วมด้วย เพื่อเขาจะสำแดงความรัก และช่วยให้คุณมั่นใจที่จะก้าวต่อไปด้วยความเชื่อสู่การเยียวยาพื้นที่นี้ ภาพจาก http://www.soakingwithapurpose.com/ ศูนย์อธิษฐานเพื่อการท่วมท้นในพระวิญญาณ (Soaking Prayer Centers) แปลโดย RMC james7 project ตั้งแต่พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จลงมาสวมทับบนพวกเรา เมื่อเดือนมกราคม 1994 เป็นต้นมา เราก็ได้เข้าสู่ประสบการณ์การท่วมท้น “soaking” ในการทรงสถิตของพระเจ้าเรื่อยมา  เมื่อผู้คนท่วมท้น (Soaked) ในการทรงสถิตของพระเจ้า  พวกเขาพบประสบการณ์ของการได้รับการเปลี่ยนแปลงจิตใจอย่างลึกซึ้ง  ชีวิตการสมรสได้รับการบำบัด  ความกลัวถูกขับไล่  ความกดดันภายในและความเจ็บป่วยหายไปพร้อมกับชีวิตได้รับการเปลี่ยนแปลง  ทีมงานรับใช้ก็ยังคง “soaking”  ผู้คนตราบทุกวันนี้  เป็นเวลานับ 10 ปีแล้วโดยการอธิษฐานเผื่อผู้คนที่เข้าแถวเพื่อรอรับการอธิษฐานเผื่อ   “Soaking” มีอยู่ในพระคัมภีร์หรือไม่?   ต่อไปนี้เป็นข้อพระคัมภีร์ ที่กล่าวถึง “soaking”   สดุดี 23: 1-3 “พระเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะ ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้านอนลงที่ทุ่งหญ้าเขียวสด  พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปริมน้ำแดนสงบ  ทรงฟื้นจิตวิญญาณของข้าพเจ้า  พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปในทางชอบธรรม  เพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์” สดุดี 131: 2 “แต่ข้าพระองค์ได้สงบและระงับจิตใจของข้าพระองค์อย่างเด็กที่หย่านม  แล้วสงบอยู่ที่อกมารดาของตน  จิตใจของข้าพระองค์สงบอยู่ภายในข้าพระองค์เหมือนอย่างเด็กที่หย่านมแล้ว” สดุดี 4: 4 “จงคำนึงในใจเวลาอยู่บนที่นอนและสงบอยู่” สดุดี 37: 7 “จงสงบอยู่ต่อพระเจ้าและเพียรรอคอยพระองค์อยู่” มัทธิว 11: 28-30 “บรรดาผู้ลำบากเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก  จงมาหาเราและเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข  จงเอาแอกของเราแบกไว้แล้วเรียนจากเราเพราะว่าเราสุภาพและใจอ่อนน้อมและจิตใจท่านทั้งหลายจะได้พัก  ด้วยว่าแอกของเราก็พอเหมาะและภาระของเราก็เบา” ฮิบรู 4: 9-11 “ฉะนั้นจึงยังมีการพำนักของสะบาโตสำหรับชนชาติของพระเจ้าเพราะว่าผู้ใดที่ได้เข้าสู่การพำนักของพระเจ้าแล้ว ก็ได้พักงานของตนเหมือนพระเจ้าได้ทรงพักพระราชกิจของพระองค์” อิสยาห์ 40: 29-31 “พระองค์ประทานกำลังแก่คนอ่อนเปลี้ยและแก่ผู้ที่ไม่มีกำลัง  พระองค์ทรงเพิ่มแรงแม้คนหนุ่มๆ จะอ่อนเปลี้ยและเหน็ดเหนื่อยและชายฉกรรจ์จะล้มลงทีเดียวแต่เขาทั้งหลายผู้รอคอยพระเจ้าจะเสริมเรี่ยวแรงใหม่  เขาจะบินขึ้นด้วยปีกเหมือนนกอินทรี  เขาจะวิ่งและไม่เหน็ดเหนื่อย  เขาจะเดินและไม่อ่อนเปลี้ย” สดุดี 27: 14 “จงรอคอยพระเจ้า  จงเข้มแข็งและให้จิตใจของท่านกล้าหาญเถิด เออ จงรอคอยพระเจ้า” สุภาษิต 1:33 “แต่บุคคลผู้ฟังเรา จะอยู่อย่างปลอดภัย  เขาจะอยู่อย่างสุขสงบ  ปราศจากความคิดพรั่นพรึงในความชั่งร้าย” ลูกา 10:39 “มารธามีน้องสาวชื่อมารีย์  และมารีย์ก็นั่งใกล้พระบาทพระเยซู ฟังถ้อยคำของพระองค์” โฮเชยา 2:14 “ดูเถิด เหตุนี้เราจะเกลี้ยกล่อมนาง  พานางเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร และปลอบใจนาง”...

Read More