ชีวิตมั่นใจในรักตอนที่ 4 พระเจ้าทรงรักเราดังดวงตา

เคยได้ยินเรื่องเล่าจากเพื่อนว่า มีหญิงคนหนึ่งดูแลชายตาบอดจนชายผู้นั้นสัญญาว่าหากเขาหายจากตาบอดแล้ว เขาจะขอเธอแต่งงานด้วย ทั้งที่ชายผู้นี้ไม่รู้ว่ารูปร่างหน้าตาของหญิงผู้นี้เป็นเช่นไร?  ในเวลาต่อมาหญิงสาวผู้นี้ได้ช่วยเหลือหานายแพทย์ที่ชำนาญที่สามารถช่วยเหลือรักษาชายผู้นี้ได้จนหายตาบอด แล้วชายผู้นี้ก็ผิดสัญญา  เพราะครั้งแรกที่เขามองเห็นใบหน้ารูปร่างของหญิงที่ช่วยเหลือเขามาตลอดนั้น เขารู้สึกว่าเธอเป็นหญิงที่อัปลักษณ์ทั้งใบหน้าและรูปร่าง อีกทั้งตาบอดข้างหนึ่ง โดยที่หญิงผู้นี้ได้ยอมสละดวงตาข้างหนึ่งนี้เพื่อมอบให้แก่ชายผู้นี้เพราะความรักของเธอที่มีต่อเขา แต่ชายคนนี้กลับรังเกียจหญิงผู้อัปลักษณ์และตาบอดข้างหนึ่ง สุดท้ายหญิงผู้ที่สละสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอคือดวงตาที่ใช้มองให้ชายที่รักก็ถูกทอดทิ้ง บทเรียนนี้อาจเปรียบเสมือนชีวิตของเราที่ได้ทอดทิ้งและยอมออกห่างพระคริสต์ ผู้ที่ยอมทนทุกข์และยอมรับความเจ็บปวดของมนุษย์ไว้ แม้มนุษย์ทั้งหลายกลับรังเกียจพระองค์ แต่พระองค์นั้นก็ยังคงรักท่านดังดวงตาของพระองค์ ดวงตาเป็นสิ่งมีค่าที่เราเอาใจใส่และคอยระมัดระวัง บางคนใส่แว่นเพื่อป้องกันตาจากอันตราย จากแดดและฝุ่น ละอองฉันใด พระเจ้านั้นทรงรักเราดั่งดวงตาของพระองค์ฉันนั้น ฉลธ 32:10 “ทรงรักษาเขาไว้ดังแก้วพระเนตรของพระองค์”  พระเจ้านั้นทรงรักและห่วงใยเราในทุกด้าน เราจะเห็นได้ว่าพระเจ้าทรงเป็นห่วงจิตวิญญาณและท่าทีของเราที่มีต่อโลก เพราะในโลกนี้ทรัพย์สินเงินทอง ความร่ำรวย เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการที่จะมี เพราะคิดว่าสิ่งเหล่านี้สามารถนำความสุขที่สมบูรณ์และความมั่นคงมาสู่ชีวิตได้ หลายคนใช้เวลาส่วนใหญในชีวิตเพื่อสะสมเงินทองให้มากที่สุดจนลืมพระเจ้าไป ลืมไปว่าพระเจ้าเป็นต้นกำเนิดและเป็นเจ้าของทุกสิ่งในโลกนี้ พระเจ้าเตือนเราใน ฮบ 13: 5 ว่า ท่านจงพ้นจากการรักเงิน จงพอใจในสิ่งที่ท่านมีอยู่ เพราะว่าพระองค์ได้ตรัสไว้แล้วว่า “เราจะไม่ละท่านหรือทอดทิ้งท่านเลย”  เพราะพระ เจ้าห่วงวิญญาณจิตของเรามากกว่าสรรพสิ่งที่มนุษย์มองว่ามีค่า พระองค์รู้ว่าหลายคนลืมไปว่าเราเอาเงินทองที่สะสมไปจากโลกนี้ไม่ได้ สิ่งเดียวที่เราจะเอาไปได้คือจิตวิญญาณของเรา พระองค์จึงให้คำสัญญากับเราว่าจะไม่ทอดทิ้งเรา เพื่อเราจะไม่ดำเนินชีวิตโดยมีเงินเป็นเป้าหมาย พระเจ้านั้นทรงห่วงใยสภาพจิตใจของเราทุกคน เพราะหลายคนมีความกังวล ความเครียด เกี่ยวกับอนาคต เช่น การงาน การเงิน ครอบครัว คู่ครอง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นอยู่ภายใต้พระองค์ และเราไม่จำเป็นต้องกังลงเลย เพราะพระเจ้าได้สั่งเราใน 1 ปต 5:7 ว่า จงละบรรดาความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย  พระเจ้าบอกเราอย่างนี้เพราะพระองค์ต้องการให้เราดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข พระเจ้าทรงอนุญาตให้เกิดปัญหามิใช่ทอดทิ้งแต่ฝึกเราเพื่อเผชิญทุกสิ่งได้ และในขณะเดียวกันพระองค์ก็ทรงเป็นห่วงสวัสดิภาพของเรา แม้พระองค์อนุญาตให้เราเจอปัญหา พระองค์ก็จะไม่ปล่อยให้ปัญหานั้นใหญ่เกินว่าเราทนได้ ฉลธ 31:6 จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด อย่ากลัวหรืออย่าครั่นคร้ามเขาเลย เพราะว่าผู้ที่ไปกับท่านคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน พระองค์จะไม่ทรงปล่อยท่านให้ล้มเหลวหรือทอดทิ้งท่านเสีย” พระเจ้าไม่ได้ห่วงชีวิตของเราเฉพาะเวลาที่เราอยู่ในโลกนี้ แต่พระองค์ทรงเป็นห่วงเราในเรื่องชีวิตหลังความตายด้วย พระองค์ไม่ต้องการให้เราต้องลงไปลำบากในนรก แต่มีความสุขนิรันดร์กับพระเจ้าในสวรรค์ ด้วยเหตุนี้พระองค์ได้ให้พระเยซูสละชีวิตเพื่อเรา โรม 8: 32 “พระองค์ผู้มิได้ทรงหวงพระบุตรของพระองค์เอง แต่ได้ทรงโปรดประทานพระบุตรนั้นเพื่อเราทั้งหลาย” และโดยพระคุณของพระเจ้า เราทุกคนนั้นเข้าไปในสวรรค์ได้โดยผ่านทางคนหนึ่งคน คือ พระเยซูคริสต์ ใน โรม 5:18-19 ฉะนั้นการพิพากษาลงโทษได้มาถึงคนทั้งปวงเพราะการละเมิดของคนๆเดียวฉันใด ความชอบธรรมของพระองค์ผู้เดียวก็นำของประทานแห่งพระคุณมาถึงทุกคนฉันนั้น คือความชอบธรรมแห่งชีวิต เพราะว่าคนเป็นอันมากเป็นคนบาปเพราะคนๆเดียวที่มิ ได้เชื่อฟังฉันใด คนเป็นอันมากก็เป็นคนชอบธรรมเพราะพระองค์ผู้เดียวที่ได้ทรงเชื่อฟังฉันนั้น ฉะนั้นเมื่อพระเยซูผู้เป็นพระเจ้ามิได้หวงความสบายของพระองค์เองในสวรรค์ แต่ลงมารับความบาปและตายเพื่อไถ่เรา เราก็มิควรหวงทรัพย์ หวงเวลากับพี่น้อง แต่เราควรให้โอกาสหนุนใจ ให้ชีวิตของเราเป็นพรต่อชีวิตผู้อื่น เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล Picture source’s : http://www.theupbeatdad.com...

Read More

ชีวิตมั่นใจในความรัก ตอนที่ 3 ท่านจะพบรักแท้ในพระเจ้า

ความรักเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการและใฝ่ฝันที่จะพบความรักที่สมบรูณ์แบบ แต่เราก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะพบรักที่สมบูรณ์แบบในมนุษย์ ความรักเป็นสิ่งจรรโลงใจทำให้ทุกสิ่งดูดีและมีคุณค่าไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะที่ทำอาจทำให้จิตรกรเอก  ยอมอดอยากปากแห้งเพราะได้ทำในสิ่งที่ตนรัก   หรือนักกีฬาที่อดทนในการฝึกฝนเพราะใจรักในเกมส์กีฬา  จนบางคนกล่าวว่า”หุ่นไม่ให้แต่ใจรัก” เพราะรูปร่างหน้าตาไม่อำนวยแต่ใจเขารักและมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะได้ทำสมดังปราถนา   บางคนพยายามที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพที่ใฝ่ฝัน   โดยมีอุดมคติว่า‘จงหางานที่เรารัก ถ้าไม่ได้ก็จงรักงานที่ทำ’ด้วยเหตุนี้เองเราจึงพบว่าความรักเป็นแรงพลักดันในการดำเนินชีวิตทุกด้าน หลายคนอาจเคยผิดหวังในความรักจากมนุษย์   จึงทำให้ท้อแท้และพยายามค้นหาวิธีต่างๆจากหนังสือเพื่อให้ได้ซึ่งกำลังใจ เช่น ประเภทหนังสือ  จงถนอมรัก จะรู้อย่างไรว่าเขารัก การผูกใจสามีซึ่งมาจากประสบการณ์ของเหล่านักเขียน นักประพันธิ์ หรือหนังสือจิตวิทยาสมัยใหม่แม้ศิลปินหลายคน ได้รับการดลใจให้เขาเขียนด้วยถ้อยคำที่คารมที่คมคายอย่างมากมาย เช่น ถอยคำที่กล่าวว่า ความรักดั่งโคถึก ความรักเหมือนยาขม รักพี่เสียดายน้อง รักแท้แต่แพ้เงิน รักพี่ต้องหนีพ่อฯลฯ แม้ว่ามนุษย์ทุกคนจะทนทุกข์เพราะความผิดหวัง แต่มนุษย์ต่างก็ต้องการความรัก แม้ผิดหวังก็ยังหวังดังเพลงบางเพลงที่ร้องว่า “ถึงเขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก” หลายคนขอเพียงที่จะได้พบรักเพียงผิวเผินชั่วครู่ชั่วยามมันก็มีค่า จนผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในความรักของพระเจ้า มักกลาวว่าใครพบความรักแท้ เหมือนเจอผีหลอก เพราะว่าพวกเขาไม่เคยเห็นผีนั่นเอง และเรื่องแบบนี้ ก็เป็นเช่นนี้แก่คนทุกชาติทุกเผ่าพันธุ์ แต่ในพระเจ้าเราสามารถพบรักแท้ที่สมบูรณ์แบบได้ เพราะพระองค์รักเราแม้เราดื้อ ปฏิเสธพระองค์ ทำตัวไม่ดีไม่น่ารักแต่พระเจ้าก็ยังรักและพร้อมให้อภัยและให้โอกาสเราอยู่เสมอ พระองค์ได้แสดงความรักกับเราก่อนที่เราจะรักหรือรู้จักพระองค์เสียอีก และความรักของพระองค์นั้นแสดงผ่านการที่พระเยซูคริสต์ทรงลงมาเกิดบนโลกและได้ตายไถบาปแทนเราที่กางเขนเพื่อเราจะได้เข้าใจความรักอย่างแท้จริง  ยอห์น 3:16 เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกจนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ที่บังเกิดมาเพื่อผู้ใดที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ และไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จะทำให้พระเจ้าหยุดรักเราได้ โรม 8:35-39 “แล้วใครจะให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระคริสต์ได้เล่า จะเป็นความยากลำบาก หรือความทุกข์ หรือการข่มเหง หรือการกันดารอาหาร หรือการเปลือยกาย หรือการถูกโพยภัย หรือการถูกคมดาบหรือ ตามที่เขียนไว้แล้วว่า `เพราะเห็นแก่พระองค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายจึงถูกประหารวันยังค่ำ และนับว่าเป็นเหมือนแกะสำหรับจะเอาไปฆ่า’ แต่ว่าในเหตุการณ์ทั้งปวงเหล่านี้ เรามีชัยยิ่งกว่าผู้พิชิตโดยพระองค์ผู้ได้ทรงรักเราทั้งหลาย เพราะข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า แม้ความตาย หรือชีวิต หรือทูตสวรรค์ หรือผู้มีบรรดาศักดิ์ หรือฤทธิ์เดชทั้งหลาย หรือสิ่งซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันนี้ หรือสิ่งซึ่งจะมีในภายหน้า หรือซึ่งสูง หรือซึ่งลึก หรือสิ่งอื่นใดๆที่ได้ทรงสร้างแล้วนั้น จะไม่สามารถกระทำให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้” ความรักที่แบบที่พระเจ้าสอนให้เรารักกันและกัน เป็นความรัก เพื่อเสียสละและปกป้อง โดยพระองค์ ทรงปกป้องเราก่อนและทรงสอนให้เราปกป้องกันและกันด้วยความรัก คือ 1 โครินธ์ 13:4-7 “ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉาความรักไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่ทำสิ่งที่ไม่บังควรไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียวไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีในความชั่วช้าแต่ชื่นชมยินดีในความจริง ไม่แคะไค้คุ้ยเขี่ยความผิดของเขาและเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอและเพียรทนเอาทุกอย่าง” เมื่อพระเจ้ารักเรา เราควรรักเพื่อนบ้านเช่นกัน และเป็นความรักที่ให้อภัย ดังพระคริสต์ตรัสว่า“เรารักพวกเจ้าฉันใดท่านควรรักกันฉันนั้น” ในที่นี้รวมไปถึงการยกโทษอย่างไม่จำกัดและไม่มีเงื่อนไข เป็นการแสดงความรักแบบหนึ่งที่พระเยซูสอนให้เรายกโทษให้คนที่ทำผิดต่อเรา ในมัทธิว 18:22 ว่า“เราไม่ได้บอกท่านว่าเจ็ดครั้ง แต่เจ็ดสิบครั้งคูณเจ็ด”  ในที่นี้หมายถึง เราควรยกโทษ 7ครั้ง x 70 ครั้ง= 490 ครั้ง ต่อ 1 เรื่อง และในหนึ่งวัน จะไม่รวมกันหลายๆเรื่อง นั่นหมายถึง เมื่อมีคนทำผิดกับเรา ให้เรานับเป็นเรื่องต่อครั้ง เช่นหากคนด่าเรา นับเป็นหนึ่งครั้ง และถ้าเขาตีเราก็นับใหม่เป็นหนึ่งครั้ง จะไม่รวมเป็นสองครั้ง หมายความว่า เราจะแยกเป็นเรื่องๆ ไม่อาจนับรวมกันได้ พระเจ้าก็มีความรักแก่เรามากมาย เหตุนี้เองท่านจงมีความสุขกับชีวิตที่พระองค์ประทานให้ เมื่อพระเจ้าพร้อมจะให้อภัยท่านอย่างเหลือล้น ท่านก็จงยกโทษให้อภัยแก่พี่น้องที่ทำผิดต่อท่านเช่นกัน และพร้อมที่จะรักเขาอย่างพระเจ้าที่ทรงลืมความบาปของท่านและพร้อมจะต้อนรับท่านทุกเวลา 1 ยน 4:20 ถ้าผู้ใดว่า “ข้าพเจ้ารักพระเจ้า” และใจยังเกลียดชังพี่น้องของตนผู้นั้นก็เป็นคนพูดมุสาเพราะว่าผู้ที่ไม่รักพี่น้องของตนที่แลเห็นแล้วจะรักพระเจ้าที่ไม่เคยเห็นไม่ได้ Picture’s...

Read More

ชีวิตมั่นใจในความรัก ตอนที่2 ความรักไม่ใช่อาชีพของพระเจ้า

1ยอห์น 4:8 ผู้ที่ไม่รักก็ไม่รู้จักพระเจ้า เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นความรัก ความรักไม่ใช่อาชีพ หรือ หน้าที่ ของพระเจ้า แต่ความรักเป็นพระเจ้า และเพราะพระเจ้าเป็นความรัก บ่อยครั้งเรากลัวว่าพระเจ้าจะไม่รักเราหรือรักเราน้อยลงตามความคิดของเรา เช่น เราทำดีช่วงนี้มากหรือน้อย หรือ การรับใช้มากน้อยของเรา ซึ่งเราต้องแยกก่อนว่า เรื่องการรับใช้และการกระทำดี เป็นเรื่องหน้าที่รับผิดชอบในส่วนการดำเนินชีวิต มันจะส่งผลต่อความเชื่อใจและไว้วางใจที่พระเจ้าจะมอบให้แก่เรา แต่มันไม่เกี่ยวกับความรักที่พระเจ้ามีต่อเรา อยากจะยกตัวเอง เช่น เมื่อท่านมีลูก หรือมีหลาน สักคนในบ้าน แม้เขาอาจจะกำลังเติบโต และมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง ในเรื่องนิสัยในความเป้นเด็ก บางครั้งก็ดูเหมือนว่าเขาเป็นเด็กที่ไม่ค่อยจะเชื่อฟัง สักเท่าไหร่ แต่ว่าลูกของท่านหรือหลานคนนี้ อาจจะต้องโดนท่านดุ ต่อว่า สั่งสอนจากท่าน หากเขาไม่ทำงานหรือตั้งใจเรียนเมื่อถึงวัยอันควร ท่านคงต้องตำหนิสั่งสอนเพราะท่านรักเด็กคนนี้ แต่ท่านก็ต้องการช่วยเหลือเขา ต้องการให้เขาหายป่วย มีการมีงานทำ เพื่อจะเข้าสู่ขบวนการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง เพื่อท่านจะได้มอบหมายงาน และไว้เนื้อเชื่อใจ มอบภาระในครอบครัวให้เขาดูแลต่อไปในอนาคต แต่ว่าหากวันนี้เขาอาจจะยังไม่ได้ดีพร้อมสักเท่าไหร่ แต่ท่านก็ยังรักเขา และถ้ารู้ว่าเขาพบปัญหาอะไร ท่านก็จะยินดีช่วยเขาทันที ผมจึงอยากบอกว่า พระเจ้าก็เป็นเช่นนั้น ที่มีพระคุณและความรักมั่งคงต่อท่าน แต่ท่านจะเข้าใจและรู้ซึ้งในความรักของพระเจ้าบริบูณ์เต็มที่ในชีวิตของท่านเมื่อท่านเชื่อฟังพระวจนะของพระองค์ เพราะท่านจะเข้าใจความรักแบบพระเจ้าแบบ ‘อกาเป้’ อย่างแท้จริง (1ยน2: 5 แต่ผู้ใดที่ประพฤติตามพระวจนะของพระองค์ ความรักของพระเจ้าก็ถึงความบริบูรณ์ในคนนั้นแล้วอย่างแน่แท้ ด้วยอาการอย่างนี้แหละเราทั้งหลายจึงรู้ว่าเราอยู่ในพระองค์) เขียนโดย อ.เจริญ...

Read More

ชีวิตมั่นใจในความรัก ตอนที่1 ความรักของพระเจ้า กับการให้อภัย

หนุ่มคนหนึ่ง   ขโมยเงินพ่อแม่ไปเที่ยว และใช้เงินจนหมด  ต่อมาเขาอยากกลับใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ก็ไม่มั่นใจว่าพ่อจะอภัยให้ แต่ใจก็อยากกลับบ้านจึงเขียนจดหมายไปบอกทางบ้านว่า ขอให้คุณพ่อคุณแม่มัดผ้าแดงไว้หน้าบ้าน เพื่อเป็นสัญญาณการให้อภัย พอถึงวันกำหนดเด็กหนุ่มนั่งรถไฟกลับบ้านด้วยใจจดจ่อว่า จะมีผ้าแดงมัดไว้หน้าบ้านไหม? พอรถไฟผ่านหน้าบ้าน เขาร้องไห้โฮ เพราะพ่อแม่ของเขานำผ้าทุกชนิดที่มีสีแดงมามัดเต็มหน้าบ้าน เป็นสัญลักษณ์การให้อภัยอย่างมากมาย เพราะความรัก เป็นพระลักษณะพระเจ้าผู้เป็นนิจนิรันดร์ การให้อภัยของพระองค์ยิ่งใหญ่มาก(ให้อภัยเสมอ) โดยโลหิตของพระคริสต์ไหลออกมาตาย บนใบหน้าและร่างกาย ที่บนไม้กางเขน ที่แสนทรมานและเจ็บปวด   แต่แขนของพระองค์ที่อ้ารับมนุษย์ทุกคน ทุกชนชั้น เพื่อมารับพระกรุณาของพระองค์ ทรงอภัยบาปของเราทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ดังนี้เอง 1.อย่าให้มารหลอกเราได้ว่า เราหมดหวัง หมดโอกาส หลอกว่าความบาปมากเกิน ที่จะรับการอภัย หรือเราแก่เกินไปแล้ว ยาวนานจนหมดโอกาส 2.พระเจ้าไม่เคยทอดทิ้ง แม้ท่านจะทิ้งพระเจ้า 3.พระองค์รับท่านได้ทุกสภาพ  ไม่ว่าในขณะนี้ท่านจะชอกช้ำ  บาดเจ็บ   ล้มเหลวแค่ไหน (ฮบ.4:14-15)  มีหลายคนทำผิด  แล้วน่าจะกลับใจมาหาพระเจ้า    แต่กลับเตลิดหนีไป ไม่หันกลับ เราต้องจำไว้ว่า พระคุณพระเจ้าไม่เคยหมด  ขอให้กลับมาแล้วจะเห็น ดั่งตัวอย่างของโจรที่ถูกตรึงกางเขนข้างๆพระเยซู เขาฆ่าคนเขาชั่วร้าย แต่พระเยซูยังรับเขา แล้วในชีวิตของท่าน พระเยซูจะไม่รับหรือหนุ่มคนหนึ่ง   ขโมยเงินพ่อแม่ไปเที่ยว และใช้เงินจนหมด  ต่อมาเขาอยากกลับใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ก็ไม่มั่นใจว่าพ่อจะอภัยให้ แต่ใจก็อยากกลับบ้านจึงเขียนจดหมายไปบอกทางบ้านว่า ขอให้คุณพ่อคุณแม่มัดผ้าแดงไว้หน้าบ้าน เพื่อเป็นสัญญาณการให้อภัย พอถึงวันกำหนดเด็กหนุ่มนั่งรถไฟกลับบ้านด้วยใจจดจ่อว่า จะมีผ้าแดงมัดไว้หน้าบ้านไหม? พอรถไฟผ่านหน้าบ้าน เขาร้องไห้โฮ เพราะพ่อแม่ของเขานำผ้าทุกชนิดที่มีสีแดงมามัดเต็มหน้าบ้าน เป็นสัญลักษณ์การให้อภัยอย่างมากมาย เพราะความรักเป็นพระลักษณะพระเจ้าผู้เป็นนิจนิรันดร์ การให้อภัยของพระองค์ยิ่งใหญ่มาก(ให้อภัยเสมอ) โดยโลหิตของพระคริสต์ไหลออกมาตาย บนใบหน้าและร่างกาย ที่บนไม้กางเขน ที่แสนทรมานและเจ็บปวด   แต่แขนของพระองค์ที่อ้ารับมนุษย์ทุกคน ทุกชนชั้น เพื่อมารับพระกรุณาของพระองค์ ทรงอภัยบาปของเราทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ดังนี้เอง 1.อย่าให้มารหลอกเราได้ว่า เราหมดหวัง หมดโอกาส หลอกว่าความบาปมากเกิน ที่จะรับการอภัย หรือเราแก่เกินไปแล้ว ยาวนานจนหมดโอกาส 2.พระเจ้าไม่เคยทอดทิ้ง แม้ท่านจะทิ้งพระเจ้า 3.พระองค์รับท่านได้ทุกสภาพ  ไม่ว่าในขณะนี้ท่านจะชอกช้ำ  บาดเจ็บ   ล้มเหลวแค่ไหน (ฮบ.4:14-15)  มีหลายคนทำผิด  แล้วน่าจะกลับใจมาหาพระเจ้า    แต่กลับเตลิดหนีไป ไม่หันกลับ เราต้องจำไว้ว่า พระคุณพระเจ้าไม่เคยหมด  ขอให้กลับมาแล้วจะเห็น ดั่งตัวอย่างของโจรที่ถูกตรึงกางเขนข้างๆพระเยซู เขาฆ่าคนเขาชั่วร้าย แต่พระเยซูยังรับเขา แล้วในชีวิตของท่าน พระเยซูจะไม่รับหรือ เขียนโดย อ.เจริญ...

Read More