May 19, 2012

การสร้างวินัยใหม่ ตอน รู้จักใช้สิทธิการระบายความในใจ

คนไทยต่างกับชาติตะวันตก เมื่อเกิดการคิดขัดแย้งหรือถูกล้ำเส้น นิสัยคนเอเซียจะเก็บความรู้สึกนั้นไว้ ไม่ยอมพูด หรือเมื่อใจปฎิเสธ ส่วนใหญ่จะเงียบ แต่เราจะขุ่นใจในตัวเอง เช่นเมื่อมีคนล้ำเส้น หรือพูดกับเราผิดๆ เราก็ไม่พูดไม่บอก ไม่ใช้สิทธิบอกว่าเขาคิดหรือพูดถึงเราผิด เข้าใจเราผิด แต่เรากลับเงียบเก็บความอึดอัดนั้นไว้ และหลายครั้งเราไประบายๆๆๆ กับคนที่รู้สึกสนิทด้วย ด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียวรุนแรงแบบไม่รู้ตัว แต่ว่ามันผิดคนครับ คนๆนั้นอาจเป็นภรรยา ลูก เพื่อน คนรักเรา แต่คนที่ละเมิดเรา ที่ควรรับรู้ เขากลับไม่ได้รับรู้เลย

ทั้งที่จริง ควรใช้สิทธิตอนนั้นบอกอีกฝ่ายว่าเราไม่เห็นด้วย หรือผมคิดว่าสิ่งที่คุณทำมันล้ำเส้นนะครับ หรือกล้าพูดว่าคุณพูดรุนแรงเกินไปนะครับ แต่หากเราไม่สามรถทำได้ เราก็ควรหาใครที่สนิทสนมระบายบ้างด้วยความรู้สึกของเราออกมาดีกว่าเหมือน ลูกโป่งที่เราถูกลมอัดรอมันแตก เพื่อมันจะไม่ไปเป็นรากขมขื่น ตามมายิ่งแย่กว่าเดิม

หลายครั้งเราพยายามลืมสิ่งที่เจอ เพราะมีคนแย่งสิทธิของเราหรือปิดกั้นสิทธิของเรา ยามว่างหรือบางเวลาสิ่งที่มักจะแวบเข้ามาในใจของเรา คือ อารมณ์โกรธ จากนั้นที่อารมณ์นี้ก็จะรบกวนความคิดจิตใจของเรา ผมอยากให้เราเข้าใจพื้นฐานก่อนว่า โกรธ รัก เกลียด กลัว อึดอัด ล้วนเป็นอารมณ์ทั้งสิ้นครับ มันแย่งพื้นที่ความสงบ ความสุข และล้ำเส้นในสิทธิของเรา เราก็จะเริ่มคิดไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่หนักๆหรือเรื่องเล็กน้อย แต่มันรบกวนมาก ๆ กลายเป็นความแค้น คิดทำอะไรบางอย่างออกมารู้ตัวหรือไม่รู้ตัวต่อคนใกล้ชิดเรา

บางคนที่ล้ำเส้นในสิทธิของเรา หากเขามีหน้าที่การงานหรือตำแหน่งที่สูงกว่าเรา ที่เราแตะต้องใช้สิทธิไม่ได้ในการบอก พูด เราก็จะทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว เช่น การนอนไม่หลับ คิดมาก ทานไม่ลงเพราะผะอืดผะอม หรือเราจะเอาอารมณ์นั้นไปลงกับคนที่อ่อนแอกว่าเรา และเขาผู้นั้นก็รับอารมณ์หรือลมในลูกโป่งที่อัดเต็มที่ หรือในความไม่สมบูรณ์ของเรา เราระบายไปอีกทอดหนึ่งสู่ลูกน้องหรือคนที่อ่อนแอกว่า แต่วันนี้ผมอยากให้ท่านหาคนสักคนที่เขาสามารถฟังท่านได้ ระบายความในใจของท่านได้ สักคนสองคน ที่เขาหวังดีและรักท่านจริงๆครับ แต่หากท่านไม่มีก็ระบายให้พระเจ้าแหละครับ องค์สากลโลกคือ พระเยซูคริสต์ ขอให้ท่านระบายแก่พระองค์ ผู้ทรงมารับความทุกข์ยากลำบากใจของคนทั้งโลก

สำหรับคริสเตียนคงเคยได้อ่านบทเพลงของกษัตริย์ดาวิด พระธรรมสดุดีครับ ท่านได้ถูกไล่ล่า ถูกด่า ถูกลูกทรยศ ทหารเอกทำตามใจเขาเอง ดาวิดผู้เป็นผู้นำ สิ่งที่ท่านต้องทำอย่างแรก คือ ระบายความในใจต่อพระเจ้าส่วนตัว ดีกว่าไปลงอารมณ์กับผู้อื่น พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยความรัก ความเข้าใจ คุณจะพูด บ่น ระบายอะไรก็ได้ เพราะพระองค์ทรงสัพพัญญูรู้ทุกอย่าง สถิตเหนือกาลเวลาของมนุษย์ สถิตทุกที่ในเวลาเดียวกัน ดังนั้นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่คุณเผชิญ พระองค์เข้าใจและรอคอยที่คุณจะเข้ามาหาพระองค์ เพื่อร้องขอความช่วยเหลือ ฮบ4: 16 ฉะนั้นขอให้เราทั้งหลาย จงมีใจกล้าเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณ เพื่อเราจะได้รับพระเมตตา และจะได้รับพระคุณที่จะช่วยเราในขณะที่ต้องการ

กษัตริย์ทรงเป็นผู้หนึ่งที่ถูกใส่ร้ายไล่ล่าและเต็มไปด้วยอันตรายในชีวิต ศัสตรูหมายปอง พูดถากถางต่อว่าท่าน แต่ท่านบันทึกในพระธรรมสดุดี (สดุดี 42:4-5,8 เมื่อข้าพระองค์ระบายความในใจออกมา ข้าพระองค์ระลึกถึงสิ่งเหล่านี้ได้ คือข้าพระองค์ไปกับประชาชน และนำเขาไปเป็นกระบวนแห่ถึงพระนิเวศของพระเจ้าด้วยเสียงโห่ร้องยินดีและเสียงเพลงโมทนา คือมวลชนกำลังมีเทศกาลฉลอง จิตใจของข้าพเจ้าเอ๋ย ไฉนเจ้าจึงฝ่ออยู่ไฉนเจ้าจึงกระสับกระส่ายภายในข้าพเจ้า จงหวังใจในพระเจ้า เพราะข้าพเจ้าจะถวายสดุดีแด่พระองค์อีก ผู้ทรงเป็นความอุปถัมภ์ และพระเจ้าของข้าพเจ้ากลางวันพระเจ้าทรงบัญชาความรักมั่นคงของพระองค์และ กลางคืนเพลงของพระองค์อยู่กับข้าพเจ้า เป็นคำอธิษฐานต่อพระเจ้าแห่งชีวิตของข้าพเจ้า)

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″

Picture’s source:  http://www.aat-jobs.co.uk/infoPage.aspx?page=Fathers-to-get-six-months-paternity-leave คนไทยต่างกับชาติตะวันตก เมื่อเกิดการคิดขัดแย้งหรือถูกล้ำเส้น นิสัยคนเอเซียจะเก็บความรู้สึกนั้นไว้ ไม่ยอมพูด หรือเมื่อใจปฎิเสธ ส่วนใหญ่จะเงียบ แต่เราจะขุ่นใจในตัวเอง เช่นเมื่อมีคนล้ำเส้น หรือพูดกับเราผิดๆ เราก็ไม่พูดไม่บอก ไม่ใช้สิทธิบอกว่าเขาคิดหรือพูดถึงเราผิด เข้าใจเราผิด แต่เรากลับเงียบเก็บความอึดอัดนั้นไว้ และหลายครั้งเราไประบายๆๆๆ กับคนที่รู้สึกสนิทด้วย ด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียวรุนแรงแบบไม่รู้ตัว แต่ว่ามันผิดคนครับ คนๆนั้นอาจเป็นภรรยา ลูก เพื่อน คนรักเรา แต่คนที่ละเมิดเรา ที่ควรรับรู้ เขากลับไม่ได้รับรู้เลย

ทั้งที่จริง ควรใช้สิทธิตอนนั้นบอกอีกฝ่ายว่าเราไม่เห็นด้วย หรือผมคิดว่าสิ่งที่คุณทำมันล้ำเส้นนะครับ หรือกล้าพูดว่าคุณพูดรุนแรงเกินไปนะครับ แต่หากเราไม่สามรถทำได้ เราก็ควรหาใครที่สนิทสนมระบายบ้างด้วยความรู้สึกของเราออกมาดีกว่าเหมือน ลูกโป่งที่เราถูกลมอัดรอมันแตก เพื่อมันจะไม่ไปเป็นรากขมขื่น ตามมายิ่งแย่กว่าเดิม

หลายครั้งเราพยายามลืมสิ่งที่เจอ เพราะมีคนแย่งสิทธิของเราหรือปิดกั้นสิทธิของเรา ยามว่างหรือบางเวลาสิ่งที่มักจะแวบเข้ามาในใจของเรา คือ อารมณ์โกรธ จากนั้นที่อารมณ์นี้ก็จะรบกวนความคิดจิตใจของเรา ผมอยากให้เราเข้าใจพื้นฐานก่อนว่า โกรธ รัก เกลียด กลัว อึดอัด ล้วนเป็นอารมณ์ทั้งสิ้นครับ มันแย่งพื้นที่ความสงบ ความสุข และล้ำเส้นในสิทธิของเรา เราก็จะเริ่มคิดไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่หนักๆหรือเรื่องเล็กน้อย แต่มันรบกวนมาก ๆ กลายเป็นความแค้น คิดทำอะไรบางอย่างออกมารู้ตัวหรือไม่รู้ตัวต่อคนใกล้ชิดเรา

บางคนที่ล้ำเส้นในสิทธิของเรา หากเขามีหน้าที่การงานหรือตำแหน่งที่สูงกว่าเรา ที่เราแตะต้องใช้สิทธิไม่ได้ในการบอก พูด เราก็จะทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว เช่น การนอนไม่หลับ คิดมาก ทานไม่ลงเพราะผะอืดผะอม หรือเราจะเอาอารมณ์นั้นไปลงกับคนที่อ่อนแอกว่าเรา และเขาผู้นั้นก็รับอารมณ์หรือลมในลูกโป่งที่อัดเต็มที่ หรือในความไม่สมบูรณ์ของเรา เราระบายไปอีกทอดหนึ่งสู่ลูกน้องหรือคนที่อ่อนแอกว่า แต่วันนี้ผมอยากให้ท่านหาคนสักคนที่เขาสามารถฟังท่านได้ ระบายความในใจของท่านได้ สักคนสองคน ที่เขาหวังดีและรักท่านจริงๆครับ แต่หากท่านไม่มีก็ระบายให้พระเจ้าแหละครับ องค์สากลโลกคือ พระเยซูคริสต์ ขอให้ท่านระบายแก่พระองค์ ผู้ทรงมารับความทุกข์ยากลำบากใจของคนทั้งโลก

สำหรับคริสเตียนคงเคยได้อ่านบทเพลงของกษัตริย์ดาวิด พระธรรมสดุดีครับ ท่านได้ถูกไล่ล่า ถูกด่า ถูกลูกทรยศ ทหารเอกทำตามใจเขาเอง ดาวิดผู้เป็นผู้นำ สิ่งที่ท่านต้องทำอย่างแรก คือ ระบายความในใจต่อพระเจ้าส่วนตัว ดีกว่าไปลงอารมณ์กับผู้อื่น พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยความรัก ความเข้าใจ คุณจะพูด บ่น ระบายอะไรก็ได้ เพราะพระองค์ทรงสัพพัญญูรู้ทุกอย่าง สถิตเหนือกาลเวลาของมนุษย์ สถิตทุกที่ในเวลาเดียวกัน ดังนั้นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่คุณเผชิญ พระองค์เข้าใจและรอคอยที่คุณจะเข้ามาหาพระองค์ เพื่อร้องขอความช่วยเหลือ ฮบ4: 16 ฉะนั้นขอให้เราทั้งหลาย จงมีใจกล้าเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณ เพื่อเราจะได้รับพระเมตตา และจะได้รับพระคุณที่จะช่วยเราในขณะที่ต้องการ

กษัตริย์ทรงเป็นผู้หนึ่งที่ถูกใส่ร้ายไล่ล่าและเต็มไปด้วยอันตรายในชีวิต ศัสตรูหมายปอง พูดถากถางต่อว่าท่าน แต่ท่านบันทึกในพระธรรมสดุดี (สดุดี 42:4-5,8 เมื่อข้าพระองค์ระบายความในใจออกมา ข้าพระองค์ระลึกถึงสิ่งเหล่านี้ได้ คือข้าพระองค์ไปกับประชาชน และนำเขาไปเป็นกระบวนแห่ถึงพระนิเวศของพระเจ้าด้วยเสียงโห่ร้องยินดีและเสียงเพลงโมทนา คือมวลชนกำลังมีเทศกาลฉลอง จิตใจของข้าพเจ้าเอ๋ย ไฉนเจ้าจึงฝ่ออยู่ไฉนเจ้าจึงกระสับกระส่ายภายในข้าพเจ้า จงหวังใจในพระเจ้า เพราะข้าพเจ้าจะถวายสดุดีแด่พระองค์อีก ผู้ทรงเป็นความอุปถัมภ์ และพระเจ้าของข้าพเจ้ากลางวันพระเจ้าทรงบัญชาความรักมั่นคงของพระองค์และ กลางคืนเพลงของพระองค์อยู่กับข้าพเจ้า เป็นคำอธิษฐานต่อพระเจ้าแห่งชีวิตของข้าพเจ้า)

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

Picture’s source:  http://www.aat-jobs.co.uk/infoPage.aspx?page=Fathers-to-get-six-months-paternity-leave

การสร้างวินัยใหม่ ตอน เลือกการกลับใจ

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าการบำบัดเยียวยามีหลายสาขาหลายวิธีมาก ผมแนะแนวทางในทางคริสเตียนเพราะ แนวทางคริสเตียนมีความรอดจากบาป เพราะบาดแผล คำแช่งสาปมาจากผลบาปด้วย และกระบวนการไม่ยาก เพราะมีฤทธิอำนาจและความรักจากพระเจ้าเข้ามาช่วย เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการเลี้ยงดู ขาดความอบอุ่น ขาดความรัก ส่งผลให้ระบบความคิด การตั้งโปรแกรมในใจตั้งแต่วัยเด็กหรือขณะเป็นผู้ไหญ่เกิดขึ้น เพราะการพัฒนาเกราะป้องกันการบาดเจ็บจนกลายเป็นนิสัยที่ไม่ดีส่งผลเสียก็มี

เรื่องที่ต้องทำก่อน คือการตั้งใจอยากจะหายหรือการกลับใจใหม่จากอาการเหล่านี้ และอยากมีชีวิตที่มีเสรีภาพอิสระจากบาดแผลที่ผูกมัดตลอดและติดตามเรามา ตั้งแต่เด็ก บางเรื่องครอบงำในจิตใจ หรือ คำแช่งสาปที่เกิดจากเราได้ทำไว้โดยไม่ได้จัดการกับมัน ทำให้พระพรหรือมรดกฝ่ายวิญญาณไม่ไหลมาเต็ม (คนไม่เป็นคริสเตียนอาจใช้คำว่ากรรมเวร หรือกรรมเก่าที่ได้ทำไว้ชาติปางก่อน หรือชาตินี้ตอนมีชีวิตอยู่) นี่แหละเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ คือ กลับใจครั้งแล้วครั้งเล่า อย่าท้อที่จะเลือกวิถีชีวิตใหม่

ทำไมเราต้องเกลียดชังมัน เพราะมันทำให้เราไม่สามารถปลดปล่อยศักยภาพ หรือมีเสรีภาพ สันติสุข หรือสร้างบุคลิคที่ดีให้แก่เราในการทำงานและดำเนินชีวิตร่วมกับผู้อื่น

การกลับใจใหม่เป็นพระสัญญาของพระคัมภีร์ไบเบิล และจะมีพระพรตามมา คือ เราจะได้รับการพักผ่อน การฟื้นใจ เรี่ยวแรงใหม่ กำลังใจใหม่ในการต่อสู้ต่อไปครับ (กจ) และพระเจ้าจะทรงโปรดยกโทษอภัยให้แก่เรา เพราะเราเลือกชีวิตที่ดีกว่า ดังนั้นอย่าจมปลักกับขี้โคลนในอดีต จงสลัดมันออกและลุกขึ้นมา ชำระล้างใจใหม่ เริ่มอนาคตที่อยู่ในมือเราวันนี้ดีกว่าครับ

กจ 3: 19 เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงหันกลับและตั้งใจใหม่ เพื่อพระเจ้าจะทรงลบล้างความผิดบาปของท่านเสีย เพื่อวาระพักผ่อนหย่อนใจจะได้มาจากพระพักตร์พระเจ้า

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″

Picture’s source: http://free-christian-wallpapers.blogspot.com/2011/05/repent-and-be-saved-bible-verse.htmlก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าการบำบัดเยียวยามีหลายสาขาหลายวิธีมาก ผมแนะแนวทางในทางคริสเตียนเพราะ แนวทางคริสเตียนมีความรอดจากบาป เพราะบาดแผล คำแช่งสาปมาจากผลบาปด้วย และกระบวนการไม่ยาก เพราะมีฤทธิอำนาจและความรักจากพระเจ้าเข้ามาช่วย เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการเลี้ยงดู ขาดความอบอุ่น ขาดความรัก ส่งผลให้ระบบความคิด การตั้งโปรแกรมในใจตั้งแต่วัยเด็กหรือขณะเป็นผู้ไหญ่เกิดขึ้น เพราะการพัฒนาเกราะป้องกันการบาดเจ็บจนกลายเป็นนิสัยที่ไม่ดีส่งผลเสียก็มี

เรื่องที่ต้องทำก่อน คือการตั้งใจอยากจะหายหรือการกลับใจใหม่จากอาการเหล่านี้ และอยากมีชีวิตที่มีเสรีภาพอิสระจากบาดแผลที่ผูกมัดตลอดและติดตามเรามา ตั้งแต่เด็ก บางเรื่องครอบงำในจิตใจ หรือ คำแช่งสาปที่เกิดจากเราได้ทำไว้โดยไม่ได้จัดการกับมัน ทำให้พระพรหรือมรดกฝ่ายวิญญาณไม่ไหลมาเต็ม (คนไม่เป็นคริสเตียนอาจใช้คำว่ากรรมเวร หรือกรรมเก่าที่ได้ทำไว้ชาติปางก่อน หรือชาตินี้ตอนมีชีวิตอยู่) นี่แหละเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ คือ กลับใจครั้งแล้วครั้งเล่า อย่าท้อที่จะเลือกวิถีชีวิตใหม่

ทำไมเราต้องเกลียดชังมัน เพราะมันทำให้เราไม่สามารถปลดปล่อยศักยภาพ หรือมีเสรีภาพ สันติสุข หรือสร้างบุคลิคที่ดีให้แก่เราในการทำงานและดำเนินชีวิตร่วมกับผู้อื่น

การกลับใจใหม่เป็นพระสัญญาของพระคัมภีร์ไบเบิล และจะมีพระพรตามมา คือ เราจะได้รับการพักผ่อน การฟื้นใจ เรี่ยวแรงใหม่ กำลังใจใหม่ในการต่อสู้ต่อไปครับ (กจ) และพระเจ้าจะทรงโปรดยกโทษอภัยให้แก่เรา เพราะเราเลือกชีวิตที่ดีกว่า ดังนั้นอย่าจมปลักกับขี้โคลนในอดีต จงสลัดมันออกและลุกขึ้นมา ชำระล้างใจใหม่ เริ่มอนาคตที่อยู่ในมือเราวันนี้ดีกว่าครับ

กจ 3: 19 เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงหันกลับและตั้งใจใหม่ เพื่อพระเจ้าจะทรงลบล้างความผิดบาปของท่านเสีย เพื่อวาระพักผ่อนหย่อนใจจะได้มาจากพระพักตร์พระเจ้า

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

Picture’s source: http://free-christian-wallpapers.blogspot.com/2011/05/repent-and-be-saved-bible-verse.html

การสร้างวินัยใหม่ ตอน วินัยใหม่

สิ่งที่ต้องทำต่อมา คือ วินัยใหม่ เราต้องเลือกชีวิตใหม่ที่จะไม่เดินแบบเดิมอีกทุกครั้ง สี่หมวดใหญ่ๆนี้จะปะทุขึ้นมา คือ จิตสำนึกที่หลับ บาดแผล จากการถูกกระทำหรือเราสร้างขึ้นมา การผูกมัด บางเรื่องที่เราอ่อนแอ และถูกมันครอบครอง สุดท้ายคำแช่งสาป อย่าท้อที่จะทำการอธิษฐานเมื่อมีอาการที่ไม่น่าพึงพอใจผุดขี้นมา บ่อยๆ   เพราะบาดแผลทั้งหมดที่เราสะสมทำมาทั้งชีวิต ในความเชื่อทางนิตินัยตามพระสัญญาของพระเจ้า หากเราได้สารภาพบาปกลับใจไหม่ พระเจ้าจะทรงรักษาและให้อภัยแก่เรา แต่ในทางพฤตินัยเราควรตั้งใจสร้างการประพฤติไหม่ที่ไม่ตามใจนิสียเก่าที่เคยทำมานานหลายปีครับ ดังนั้นวินัยจึงสำคัญ

สุภาษิต 4:13 จงยึดวินัยไว้  และอย่าปล่อยไป  จงระแวดระวังเธอไว้  เพราะเธอเป็นชีวิตของเจ้า

เราต้องปล้ำสู้เลือกที่จะเดินชีวิตใหม่ คิดแบบใหม่ พูดแบบไหม่ที่สมควรพูด เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบุคลิกภายนอกให้ดูดีเพราะหากเรา พูดดี คิดดี สุขภาพจิตใจดี ก็มาจากคือชีวิตภายในดี มีพระวจนะพระเจ้าสั่งสอน ประกอบด้วยความรักของพระวิญญาณของพระเจ้า บุคลิตภาบนอกก็จะเปลี่ยนไป

ท่านต้องเลือกจะมีชีวิตที่จบดี มีชีวิตเพื่อวันนี้ เราเลือกเกิดไม่ได้ เราอาจพบหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้เราพบกับ บาดแผล แต่เราเลือกที่จะจบดี มีชีวิต ที่ดีกว่าได้ เราต้องเลือกครับและอดทนที่จะฝืนกับนิสัยที่ไม่ดี ทำใหม่ คือใหม่ไปเรื่อยๆจนกลายเป็นธรรมชาติใหม่ของเรา  และสำหรับคริสนเรามีสิ่งมีค่าที่อาศัยในสิ่งไม่มีค่าคือเรือนดินของเรา ในร่างกายนี้คือองค์พระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะคอยให้สติปัญญาและช่วยเหลือเราขณะที่เราอ่อนกำลังด้วยครับ (รม8:26-27)

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″

Picture’s source: http://www.careerhubblog.com/main/2011/06/the-never-ending-cycle-of-c-h-a-n-g-e.htmlสิ่งที่ต้องทำต่อมา คือ วินัยใหม่ เราต้องเลือกชีวิตใหม่ที่จะไม่เดินแบบเดิมอีกทุกครั้ง สี่หมวดใหญ่ๆนี้จะปะทุขึ้นมา คือ จิตสำนึกที่หลับ บาดแผล จากการถูกกระทำหรือเราสร้างขึ้นมา การผูกมัด บางเรื่องที่เราอ่อนแอ และถูกมันครอบครอง สุดท้ายคำแช่งสาป อย่าท้อที่จะทำการอธิษฐานเมื่อมีอาการที่ไม่น่าพึงพอใจผุดขี้นมา บ่อยๆ   เพราะบาดแผลทั้งหมดที่เราสะสมทำมาทั้งชีวิต ในความเชื่อทางนิตินัยตามพระสัญญาของพระเจ้า หากเราได้สารภาพบาปกลับใจไหม่ พระเจ้าจะทรงรักษาและให้อภัยแก่เรา แต่ในทางพฤตินัยเราควรตั้งใจสร้างการประพฤติไหม่ที่ไม่ตามใจนิสียเก่าที่เคยทำมานานหลายปีครับ ดังนั้นวินัยจึงสำคัญ

สุภาษิต 4:13 จงยึดวินัยไว้  และอย่าปล่อยไป  จงระแวดระวังเธอไว้  เพราะเธอเป็นชีวิตของเจ้า

เราต้องปล้ำสู้เลือกที่จะเดินชีวิตใหม่ คิดแบบใหม่ พูดแบบไหม่ที่สมควรพูด เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบุคลิกภายนอกให้ดูดีเพราะหากเรา พูดดี คิดดี สุขภาพจิตใจดี ก็มาจากคือชีวิตภายในดี มีพระวจนะพระเจ้าสั่งสอน ประกอบด้วยความรักของพระวิญญาณของพระเจ้า บุคลิตภาบนอกก็จะเปลี่ยนไป

ท่านต้องเลือกจะมีชีวิตที่จบดี มีชีวิตเพื่อวันนี้ เราเลือกเกิดไม่ได้ เราอาจพบหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้เราพบกับ บาดแผล แต่เราเลือกที่จะจบดี มีชีวิต ที่ดีกว่าได้ เราต้องเลือกครับและอดทนที่จะฝืนกับนิสัยที่ไม่ดี ทำใหม่ คือใหม่ไปเรื่อยๆจนกลายเป็นธรรมชาติใหม่ของเรา  และสำหรับคริสนเรามีสิ่งมีค่าที่อาศัยในสิ่งไม่มีค่าคือเรือนดินของเรา ในร่างกายนี้คือองค์พระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะคอยให้สติปัญญาและช่วยเหลือเราขณะที่เราอ่อนกำลังด้วยครับ (รม8:26-27)

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″

 

 

 

 

Picture’s source: http://www.careerhubblog.com/main/2011/06/the-never-ending-cycle-of-c-h-a-n-g-e.html

วินัยใหม่ ตอนที่ 6 พลังกลุ่ม

พยายามอย่าอยู่คนเดียว ท่านที่ไม่สามารถควบคุมความคิดได้ การอยู่คนเดียวจะเป็นอันตรายได้ ท่านควรมีกลุ่มสามัคคีธรรมที่คอยเอาใจใส่ รายงานกันและกัน ในการเลี้ยงดูจิตวิญญาณและจิตใจ สองคนดีกว่าคนเดียวครับ งานบำบัดเยียวยาเป็นเรื่องของพระกายร่วมกัน เราไม่สามารถดำเนินชีวิตโดดเดี่ยวได้ โดยไม่มีเพื่อนๆคอยให้กำลังใจและหนุนใจตักเตือน เพราะชีวิตก็เหมือนอวัยวะที่ต้องประสานและปกป้องดูแลกันและกันครับ

เพราะพระคริสต์ทรงสัญญาว่า “สองคนในโลกอยู่ที่ไหนพระองค์จะทรงสถิตอยู่ที่นั่น และคริสตจักร (ผู้เชื่ออยู่ร่วมกัน) อนุญาตสิ่งใดในโลก สิ่งนั้นจะอนุญาตในสวรรค์ พระพรของพระเจ้ากล่าวไว้ว่า ดูเถิดพี่น้องที่อยู่ที่แห่งเดียวกัน พระองค์จะทรงบังคับบัญชาพระพรที่นั่น” (สดด133)

สองคนดีกว่าคนเดียว และเชือกสามเกลียวย่อมผูกพันธ์กันแน่น อย่าขาดการบังคับตัวเอง เข้ากลุ่มกับคนที่มีความเชื่อเดียวและความรัก รู้จักรายงานรับผิดชอบซึ่งกันและกันด้วยครับ

มธ 18:19 เรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายอีกว่าถ้าในพวกท่านที่อยู่ในโลกสองคนจะร่วมใจกัน ขอสิ่งหนึ่งสิ่งใด พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ก็จะทรงกระทำให้

ฮบ10:25 อย่าขาดการประชุมเหมือนอย่างบางคนที่ขาดอยู่นั้น แต่จงพูดหนุนใจกันให้มากยิ่งขึ้น เพราะท่านทั้งหลายก็รู้อยู่ว่าวันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″

Picture’s source: http://worldneverdies.blogspot.com/2011/05/careless.htmlพยายามอย่าอยู่คนเดียว ท่านที่ไม่สามารถควบคุมความคิดได้ การอยู่คนเดียวจะเป็นอันตรายได้ ท่านควรมีกลุ่มสามัคคีธรรมที่คอยเอาใจใส่ รายงานกันและกัน ในการเลี้ยงดูจิตวิญญาณและจิตใจ สองคนดีกว่าคนเดียวครับ งานบำบัดเยียวยาเป็นเรื่องของพระกายร่วมกัน เราไม่สามารถดำเนินชีวิตโดดเดี่ยวได้ โดยไม่มีเพื่อนๆคอยให้กำลังใจและหนุนใจตักเตือน เพราะชีวิตก็เหมือนอวัยวะที่ต้องประสานและปกป้องดูแลกันและกันครับ

เพราะพระคริสต์ทรงสัญญาว่า “สองคนในโลกอยู่ที่ไหนพระองค์จะทรงสถิตอยู่ที่นั่น และคริสตจักร (ผู้เชื่ออยู่ร่วมกัน) อนุญาตสิ่งใดในโลก สิ่งนั้นจะอนุญาตในสวรรค์ พระพรของพระเจ้ากล่าวไว้ว่า ดูเถิดพี่น้องที่อยู่ที่แห่งเดียวกัน พระองค์จะทรงบังคับบัญชาพระพรที่นั่น” (สดด133)

สองคนดีกว่าคนเดียว และเชือกสามเกลียวย่อมผูกพันธ์กันแน่น อย่าขาดการบังคับตัวเอง เข้ากลุ่มกับคนที่มีความเชื่อเดียวและความรัก รู้จักรายงานรับผิดชอบซึ่งกันและกันด้วยครับ

มธ 18:19 เรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายอีกว่าถ้าในพวกท่านที่อยู่ในโลกสองคนจะร่วมใจกัน ขอสิ่งหนึ่งสิ่งใด พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ก็จะทรงกระทำให้

ฮบ10:25 อย่าขาดการประชุมเหมือนอย่างบางคนที่ขาดอยู่นั้น แต่จงพูดหนุนใจกันให้มากยิ่งขึ้น เพราะท่านทั้งหลายก็รู้อยู่ว่าวันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″

Picture’s source: http://worldneverdies.blogspot.com/2011/05/careless.html

วินัยใหม่ ตอนที่ 5 ปล้ำสู้

เราเองต้องปล้ำสู้ อดทน เชื่อเรื่องการอดเปรี้ยวกินหวาน ดูตัวอย่างพระคริสต์ที่กางเขน
แม้พระองค์ต้องทนต่อการดูถูกและอับอาย จากนั้นที่กางเขน ทรงสำเร็จการกิจ เรื่องการรับแบกบาปของคนทั้งโลกได้

การรับการเยียวยาแล้วสารภาพกลับใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ มารก็จะรอจังหวะ โอกาสกลับมาแสดงอาการเขย่ามุมของมัน แหย่เราเป็นระยะ เพื่อมาแย่งการครอบครองมุมนั้นกลับคืนไป

เราควรปฎิเสธขับไล่มัน แม้มันจะทดลองด้วยปัญหาเดิมอีก ก็อย่าท้อ แต่ถ้าหากเรายอมง่าย ๆ มันก็จะกลับมาครอบครองถิ่นเดิมของมันอีก แต่หากว่าเราต่อสู้ไปเรื่อยๆ จนกว่ามันจะเลิกและไปเอง เพราะมันรู้ว่าเรากลับใจใหม่จริงๆ แล้ว นี้เองคืออาวุธแห่งการกลับใจ

อีกสิ่งที่สำคัญมากจริงๆไม่เพียงแต่กลับใจ แต่อย่าให้อาหารแก่มัน เปิดจุดอ่อนด้านวัตถุ อุปกรณ์ สถานที่ สิ่งที่เร้าอารมณ์ เพลง หนัง นิยายที่ได้ยินได้อ่าน เราต้องปิดทุกประตู

หากเราตั้งสติและมีชัยชนะมากขึ้นตามลำดับ แม้อาจพลาดบ้าง ล้มลง โลหิตพระคริสต์ทรงช่วยได้

“ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น” 1ยน1:9

ท่านเริ่มต้นใหม่ กลับใจใหม่อีก พระเจ้าก็ทรงต้อนรับท่านเสมอ

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″

Picture’s source: http://dannytcook.blogspot.com/2010/08/after-faith-comes-repentence.htmlเราเองต้องปล้ำสู้ อดทน เชื่อเรื่องการอดเปรี้ยวกินหวาน ดูตัวอย่างพระคริสต์ที่กางเขน
แม้พระองค์ต้องทนต่อการดูถูกและอับอาย จากนั้นที่กางเขน ทรงสำเร็จการกิจ เรื่องการรับแบกบาปของคนทั้งโลกได้

การรับการเยียวยาแล้วสารภาพกลับใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ มารก็จะรอจังหวะ โอกาสกลับมาแสดงอาการเขย่ามุมของมัน แหย่เราเป็นระยะ เพื่อมาแย่งการครอบครองมุมนั้นกลับคืนไป

เราควรปฎิเสธขับไล่มัน แม้มันจะทดลองด้วยปัญหาเดิมอีก ก็อย่าท้อ แต่ถ้าหากเรายอมง่าย ๆ มันก็จะกลับมาครอบครองถิ่นเดิมของมันอีก แต่หากว่าเราต่อสู้ไปเรื่อยๆ จนกว่ามันจะเลิกและไปเอง เพราะมันรู้ว่าเรากลับใจใหม่จริงๆ แล้ว นี้เองคืออาวุธแห่งการกลับใจ

อีกสิ่งที่สำคัญมากจริงๆไม่เพียงแต่กลับใจ แต่อย่าให้อาหารแก่มัน เปิดจุดอ่อนด้านวัตถุ อุปกรณ์ สถานที่ สิ่งที่เร้าอารมณ์ เพลง หนัง นิยายที่ได้ยินได้อ่าน เราต้องปิดทุกประตู

หากเราตั้งสติและมีชัยชนะมากขึ้นตามลำดับ แม้อาจพลาดบ้าง ล้มลง โลหิตพระคริสต์ทรงช่วยได้

“ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น” 1ยน1:9

ท่านเริ่มต้นใหม่ กลับใจใหม่อีก พระเจ้าก็ทรงต้อนรับท่านเสมอ

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″

Picture’s source: http://dannytcook.blogspot.com/2010/08/after-faith-comes-repentence.html

วินัยใหม่ ตอนที่ 4 พลังแห่งถ้อยคำ

วรรณกรรมที่ดี ชีวประวัติบุคคลที่ท้าทาย คำสอนของบุคคลที่มีชื่อเสียงเหล่านี้สำคัญมาก สำหรับผู้ที่อยู่ในขบวนการรับการเยียวยา เพราะมันเหมือนยา อาหารที่เสริมพลังให้มีกำลังในการต่อสู้กับบาดแผล ปัญหาทางด้านอารมณ์และความคิด

คำสอนที่ดีที่สุดคือพระคัมภีร์ไบเบิล เพราะเป็นถ้อยคำที่มีชีวิตและความจริง พิสูจน์ได้ สั่งสอน คนมามากมายทุกยุคทุกสมัยและทุกชนชั้น พระคัมภีร์มีถ้อยคำที่ท้าทาย ให้ชีวิตและกำลังใจแก่ท่าน ให้ท่านได้มีความอดทนและต่อสู้ และมีแบบอย่างจากชีวิตจริงในนั้นให้เราสัมผัสและอ่านได้ มีคำสัญญาที่ท่องได้ เช่น 1ยน4:4 “ลูกทั้งหลายเอ๋ย ท่านเป็นฝ่ายพระเจ้าและได้ชนะเขาเหล่านั้น เพราะว่าพระองค์ผู้ทรงอยู่ในท่านทั้งหลายเป็นใหญ่กว่าผู้นั้นที่อยู่ในโลก”

พระเจ้าอยู่ในเราเป็นใหญ่กว่าผู้ที่อยู่ในโลกนี้ หรือปัญหาใดๆ ซึ่งเป็นข้อความท้าทายเราให้สู้ และรู้ว่ามีผู้อยู่ในเราเคียงข้างเรา

การสะสมพระคำจึงมีประโยชน์ เป็นอาวุธ เป็นพระแสง ดาบต่อสู้กับพญามารที่เอาปัญหาต่างๆ ทุกรูปแบบเข้ามาในชีวิต ความคิด จิตใจ อารมณ์ของเรา เราต้องการถ้อยคำแห่งการหนุนใจ ความรัก ห่วงใย ท้าทาย ชีวิตเราอยู่เสมอ เพื่อความเจริญเติบโตของชีวิตของเรา

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″

Picture’s source: http://investorsforchrist.com/investors-for-christ-blog/the-holy-bible/วรรณกรรมที่ดี ชีวประวัติบุคคลที่ท้าทาย คำสอนของบุคคลที่มีชื่อเสียงเหล่านี้สำคัญมาก สำหรับผู้ที่อยู่ในขบวนการรับการเยียวยา เพราะมันเหมือนยา อาหารที่เสริมพลังให้มีกำลังในการต่อสู้กับบาดแผล ปัญหาทางด้านอารมณ์และความคิด

คำสอนที่ดีที่สุดคือพระคัมภีร์ไบเบิล เพราะเป็นถ้อยคำที่มีชีวิตและความจริง พิสูจน์ได้ สั่งสอน คนมามากมายทุกยุคทุกสมัยและทุกชนชั้น พระคัมภีร์มีถ้อยคำที่ท้าทาย ให้ชีวิตและกำลังใจแก่ท่าน ให้ท่านได้มีความอดทนและต่อสู้ และมีแบบอย่างจากชีวิตจริงในนั้นให้เราสัมผัสและอ่านได้ มีคำสัญญาที่ท่องได้ เช่น 1ยน4:4 “ลูกทั้งหลายเอ๋ย ท่านเป็นฝ่ายพระเจ้าและได้ชนะเขาเหล่านั้น เพราะว่าพระองค์ผู้ทรงอยู่ในท่านทั้งหลายเป็นใหญ่กว่าผู้นั้นที่อยู่ในโลก”

พระเจ้าอยู่ในเราเป็นใหญ่กว่าผู้ที่อยู่ในโลกนี้ หรือปัญหาใดๆ ซึ่งเป็นข้อความท้าทายเราให้สู้ และรู้ว่ามีผู้อยู่ในเราเคียงข้างเรา

การสะสมพระคำจึงมีประโยชน์ เป็นอาวุธ เป็นพระแสง ดาบต่อสู้กับพญามารที่เอาปัญหาต่างๆ ทุกรูปแบบเข้ามาในชีวิต ความคิด จิตใจ อารมณ์ของเรา เราต้องการถ้อยคำแห่งการหนุนใจ ความรัก ห่วงใย ท้าทาย ชีวิตเราอยู่เสมอ เพื่อความเจริญเติบโตของชีวิตของเรา

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″

 

 

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

Picture’s source: http://investorsforchrist.com/investors-for-christ-blog/the-holy-bible/

วินัยใหม่ ตอนที่ 3 พลังภายในตัวเรา

เมื่อท่านรับเชื่อในพระเยซูคริสต์ท่านก็มีสิทธิเป็นบุตรของพระเจ้า และสิทธิพิเศษที่ท่านได้รับคือ พระวิญญาณอันบริสุทธิ์ของพระองค์ทรงสถิตย์ภายในท่าน

พระองค์ทรงทำอะไรล่ะ แน่นอนพระเจ้าทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์มาในชีวิตของท่านโดยมีเป้าหมายจุดประสงค์เพื่อให้ท่านมีชีวิตที่มีชัยชนะ พระองค์จะช่วยท่านเมื่อท่านอ่อนกำลัง

“ในทำนองเดียวกันพระวิญญาณก็ทรงช่วยเราเมื่อเราอ่อนกำลังด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าเราควรจะอธิษฐานขอสิ่งใดอย่างไร แต่พระวิญญาณทรงช่วยขอแทนเรา ในเมื่อเราคร่ำครวญอธิษฐานไม่เป็นคำ และพระองค์ผู้ทรงชันสูตรใจมนุษย์ ก็ทรงทราบความหมายของพระวิญญาณเพราะว่า {หรือ ว่า} พระวิญญาณทรงอธิษฐานขอเพื่อธรรมิกชนตามที่ชอบพระทัยพระเจ้า” โรม 8:26-27

พระเจ้าทรงประทานกำลังและชัยชนะอยู่ภายในท่าน และพระเจ้าจะให้เราเรียนรู้ที่จะเรียนบทเรียนจากทุกสถานการณ์ในชีวิต เพื่อเราจะได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ในการดำเนินชีวิต พระองค์จะไม่ให้เราเดินไปอย่างโดดเดี่ยวแน่นอนครับ

“ข้าพเจ้ารู้จักที่จะเผชิญกับความตกต่ำ และรู้จักที่จะเผชิญกับความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ข้าพเจ้ารู้จักเคล็ดลับที่จะเผชิญกับความอิ่มท้องและความอดอยาก ความสมบูรณ์พูนสุขและความขัดสน ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า” ฟีลิปปี 4:12-13

ตอนนี้อยู่ที่ตัวเราที่ต้องเลือกที่จะสู้ร่วมกับพระองค์ผู้เป็นกำลังใจ ผู้ให้พลังแก่เรา เพราะแม้พระองค์ประทานชัยชนะ ประกาศว่าจะช่วยแล้ว แต่เราเริ่มไม่สู้ ไม่ปล้ำสู้ ถ้อแท้ ถดถอย คำสัญญาต่างๆก็สูญเปล่าๆได้ เราจึงอย่าปัดพลังอันยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงประทานให้ในเรา และร่วมมือกับพระองค์ ท่านก็จะสามารถผ่านอุปสรรค บาดแผล ความเจ็บปวดไปได้ครับ

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″

เมื่อท่านรับเชื่อในพระเยซูคริสต์ท่านก็มีสิทธิเป็นบุตรของพระเจ้า และสิทธิพิเศษที่ท่านได้รับคือ พระวิญญาณอันบริสุทธิ์ของพระองค์ทรงสถิตย์ภายในท่าน

พระองค์ทรงทำอะไรล่ะ แน่นอนพระเจ้าทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์มาในชีวิตของท่านโดยมีเป้าหมายจุดประสงค์เพื่อให้ท่านมีชีวิตที่มีชัยชนะ พระองค์จะช่วยท่านเมื่อท่านอ่อนกำลัง

“ในทำนองเดียวกันพระวิญญาณก็ทรงช่วยเราเมื่อเราอ่อนกำลังด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าเราควรจะอธิษฐานขอสิ่งใดอย่างไร แต่พระวิญญาณทรงช่วยขอแทนเรา ในเมื่อเราคร่ำครวญอธิษฐานไม่เป็นคำ และพระองค์ผู้ทรงชันสูตรใจมนุษย์ ก็ทรงทราบความหมายของพระวิญญาณเพราะว่า {หรือ ว่า} พระวิญญาณทรงอธิษฐานขอเพื่อธรรมิกชนตามที่ชอบพระทัยพระเจ้า” โรม 8:26-27

พระเจ้าทรงประทานกำลังและชัยชนะอยู่ภายในท่าน และพระเจ้าจะให้เราเรียนรู้ที่จะเรียนบทเรียนจากทุกสถานการณ์ในชีวิต เพื่อเราจะได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ในการดำเนินชีวิต พระองค์จะไม่ให้เราเดินไปอย่างโดดเดี่ยวแน่นอนครับ

“ข้าพเจ้ารู้จักที่จะเผชิญกับความตกต่ำ และรู้จักที่จะเผชิญกับความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ข้าพเจ้ารู้จักเคล็ดลับที่จะเผชิญกับความอิ่มท้องและความอดอยาก ความสมบูรณ์พูนสุขและความขัดสน ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า” ฟีลิปปี 4:12-13

ตอนนี้อยู่ที่ตัวเราที่ต้องเลือกที่จะสู้ร่วมกับพระองค์ผู้เป็นกำลังใจ ผู้ให้พลังแก่เรา เพราะแม้พระองค์ประทานชัยชนะ ประกาศว่าจะช่วยแล้ว แต่เราเริ่มไม่สู้ ไม่ปล้ำสู้ ถ้อแท้ ถดถอย คำสัญญาต่างๆก็สูญเปล่าๆได้ เราจึงอย่าปัดพลังอันยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงประทานให้ในเรา และร่วมมือกับพระองค์ ท่านก็จะสามารถผ่านอุปสรรค บาดแผล ความเจ็บปวดไปได้ครับ

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″

วินัยใหม่ ตอนที่ 2 พลังศรัทธาและการอธิษฐาน

พลังในตอนนี้ คือ พลังศรัทธาในศาสนา และในความสัมพันธ์กับพระเจ้า เรามีความสัมพันธ์จนเรารับความรัก ความมั่นคง สันติสุข อารมณ์มั่นคง มีกำลังใจ เพราะรู้ว้าเราไม่ได้เดินด้วยตัวลำพัง พลังที่ได้รับจากการภาวนา อธิษฐานทุกวัน อาจวันละสิบนาที หรือยามที่เราต้องการ ให้ความรัก ฤทธิ์อำนาจของพระองค์ ความเชื่อ ความศรัทธาไหลเข้ามาภายในตัวเรา และขับเคลื่อนออกไปสู่ผู้อื่น จนกลายเป็นพลังที่เกินบรรยาย เหนือมนุษย์จะเข้าใจ

 

พลังแห่งความเชื่อความศรัทธานี้เป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในมนุษย์ทุกๆคน มันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแต่มีจริง มีหลายคนยอมเสียสละเงินทอง ครอบครัวเพื่อความศรัทธา แต่ทำไมไม่ให้ศรัทธาความเชื่อนั้นมาเป็นพลังกำลังใจในการดำเนินชีวิตแก่เราในรูปแบบความสัมพันธ์ เช่น เมื่อเราเชื่อในพระเจ้า เราควรมีความสัมพันธ์กับพระองค์ผ่านการอธิษฐาน ทูลขออ้อนวอน

ยก 4:2 ท่านโลภแต่ไม่ได้ ท่านก็ทะเลาะและทำสงครามกัน ท่านไม่มีเพราะท่านไม่ได้ขอ

จงเอาศรัทธานั้นมาเป็นพลังในการต่อสู้ เพราะว่าเราไม่ได้มีศรัทธาหรือมีความเชื่อลมๆแล้งๆ แต่เราเชื่อศรัทธาในเรื่องที่คนศรัทธาทั้งโลก เอาศรัทธาความเชื่อเป็นพลังท้าทายดีกว่ายอมตาย สูญเสียในสภาพเช่นนี้ เพราะตายในความเชื่อดีกว่าตายพ่ายแพ้ในสภาพมีบาดแผล บาดเจ็บกลับไปสู่ชีวิตเก่าอีก

ด้วยเหตุนี้เอง ศรัทธา ความเชื่อ คือพลังมหาศาลในพระคัมภีร์ไบเบิล กล่าวว่า “ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่าสิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง โดยความเชื่อนี้เองคนในสมัยก่อนก็ได้รับการรับรองจากพระเจ้า”(ฮีบรู 11:1)

ศาสนาทุกศาสนามีความเชื่อที่เหมือนกันหมด คือ การอธิษฐาน และมนุษย์ทุกคนล้วนแต่มีประสบการณ์ในการอธิษฐานมาแล้วในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง การอธิษฐานเป็นพลังเรียกสิ่งที่ไม่มีให้มีขึ้น การอธิษฐานเป็นพลัง สร้างพลังให้เกิดอนุภาพยิ่งใหญ่ เกิดความกล้าหาญ เกิดความหวัง เกิดกำลังใจ เกิดความปราถนา และต้องการที่จะดำเนินชีวิตและต่อสู้ต่อไป

โดยเฉพาะความเชื่อของคริสตชน เรามีพระสัญญาจากพระคัมภีร์ไบเบิลว่า “จงเข้าสนิทอยู่ในเรา และเราเข้าสนิทอยู่ในท่าน ท่านจะทูลขอสิ่งใดที่ท่านปราถนา ท่านก็จะได้สิ่งนั้น” ยน15:7

อีกตอนหนึ่ง ตอนนี้หากท่านต้องการ มีความจำป็น ต้องการกำลังใจสิ่งใด ปัจจัยในการดำเนินชีวิต เพื่อไปสู่ชัยชนะล่ะครับ พระเจ้าทรงจะประทานกำลังให้ท่านตามสัญญาไว้ตามพระวจนะอย่างแน่นอน

แทนที่จะพรำบ่น ตำหนิ ต่อว่าตัวเอง หรือออกเสียงแห่งความท้อแท้ หันมาออกเสียงแห่งการร้องขอ การช่วยเหลือ จากพระเจ้า จากพระผู้สร้างดีกว่าครับ เพราะถ้าเราเชื่อ ทุกสิ่งก็เป็นไปได้ ไม่มีอะไรยากสำหรับพระผู้สร้างและไม่มีอะไรยากสำหรับพระองค์ ไม่มีสิ่งใดที่มนุษย์ทำไม่ได้ เพราะเราเป็นพระฉายาของพระเป็นเจ้าที่สร้างเรามา ทำไมเราจะมาท้อแท้ หยุดดับอนาคตที่สุกใสไว้แค่บาดแผล และความเจ็บปวดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ละครับ

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″

Picture’s source: http://eniolandia.com/wp/wp/national%20day%20of%20prayer%202010-67159.html พลังในตอนนี้ คือ พลังศรัทธาในศาสนา และในความสัมพันธ์กับพระเจ้า เรามีความสัมพันธ์จนเรารับความรัก ความมั่นคง สันติสุข อารมณ์มั่นคง มีกำลังใจ เพราะรู้ว้าเราไม่ได้เดินด้วยตัวลำพัง พลังที่ได้รับจากการภาวนา อธิษฐานทุกวัน อาจวันละสิบนาที หรือยามที่เราต้องการ ให้ความรัก ฤทธิ์อำนาจของพระองค์ ความเชื่อ ความศรัทธาไหลเข้ามาภายในตัวเรา และขับเคลื่อนออกไปสู่ผู้อื่น จนกลายเป็นพลังที่เกินบรรยาย เหนือมนุษย์จะเข้าใจ

 

พลังแห่งความเชื่อความศรัทธานี้เป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในมนุษย์ทุกๆคน มันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแต่มีจริง มีหลายคนยอมเสียสละเงินทอง ครอบครัวเพื่อความศรัทธา แต่ทำไมไม่ให้ศรัทธาความเชื่อนั้นมาเป็นพลังกำลังใจในการดำเนินชีวิตแก่เราในรูปแบบความสัมพันธ์ เช่น เมื่อเราเชื่อในพระเจ้า เราควรมีความสัมพันธ์กับพระองค์ผ่านการอธิษฐาน ทูลขออ้อนวอน

ยก 4:2 ท่านโลภแต่ไม่ได้ ท่านก็ทะเลาะและทำสงครามกัน ท่านไม่มีเพราะท่านไม่ได้ขอ

จงเอาศรัทธานั้นมาเป็นพลังในการต่อสู้ เพราะว่าเราไม่ได้มีศรัทธาหรือมีความเชื่อลมๆแล้งๆ แต่เราเชื่อศรัทธาในเรื่องที่คนศรัทธาทั้งโลก เอาศรัทธาความเชื่อเป็นพลังท้าทายดีกว่ายอมตาย สูญเสียในสภาพเช่นนี้ เพราะตายในความเชื่อดีกว่าตายพ่ายแพ้ในสภาพมีบาดแผล บาดเจ็บกลับไปสู่ชีวิตเก่าอีก

ด้วยเหตุนี้เอง ศรัทธา ความเชื่อ คือพลังมหาศาลในพระคัมภีร์ไบเบิล กล่าวว่า “ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่าสิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง โดยความเชื่อนี้เองคนในสมัยก่อนก็ได้รับการรับรองจากพระเจ้า”(ฮีบรู 11:1)

ศาสนาทุกศาสนามีความเชื่อที่เหมือนกันหมด คือ การอธิษฐาน และมนุษย์ทุกคนล้วนแต่มีประสบการณ์ในการอธิษฐานมาแล้วในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง การอธิษฐานเป็นพลังเรียกสิ่งที่ไม่มีให้มีขึ้น การอธิษฐานเป็นพลัง สร้างพลังให้เกิดอนุภาพยิ่งใหญ่ เกิดความกล้าหาญ เกิดความหวัง เกิดกำลังใจ เกิดความปราถนา และต้องการที่จะดำเนินชีวิตและต่อสู้ต่อไป

โดยเฉพาะความเชื่อของคริสตชน เรามีพระสัญญาจากพระคัมภีร์ไบเบิลว่า “จงเข้าสนิทอยู่ในเรา และเราเข้าสนิทอยู่ในท่าน ท่านจะทูลขอสิ่งใดที่ท่านปราถนา ท่านก็จะได้สิ่งนั้น” ยน15:7

อีกตอนหนึ่ง ตอนนี้หากท่านต้องการ มีความจำป็น ต้องการกำลังใจสิ่งใด ปัจจัยในการดำเนินชีวิต เพื่อไปสู่ชัยชนะล่ะครับ พระเจ้าทรงจะประทานกำลังให้ท่านตามสัญญาไว้ตามพระวจนะอย่างแน่นอน

แทนที่จะพรำบ่น ตำหนิ ต่อว่าตัวเอง หรือออกเสียงแห่งความท้อแท้ หันมาออกเสียงแห่งการร้องขอ การช่วยเหลือ จากพระเจ้า จากพระผู้สร้างดีกว่าครับ เพราะถ้าเราเชื่อ ทุกสิ่งก็เป็นไปได้ ไม่มีอะไรยากสำหรับพระผู้สร้างและไม่มีอะไรยากสำหรับพระองค์ ไม่มีสิ่งใดที่มนุษย์ทำไม่ได้ เพราะเราเป็นพระฉายาของพระเป็นเจ้าที่สร้างเรามา ทำไมเราจะมาท้อแท้ หยุดดับอนาคตที่สุกใสไว้แค่บาดแผล และความเจ็บปวดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ละครับ

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

 

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″Picture’s source: http://eniolandia.com/wp/wp/national%20day%20of%20prayer%202010-67159.html

วินัยใหม่ ตอนที่ 1 เพลงที่ให้กำลังใจ

ในตอนนี้ อยากจะบอกกุญแจที่จะทำให้ท่านสามารถมีชัยชนะในการดำเนินชีวิตหลังผ่านขบวนการเยียวยาบำบัดได้
ก่อนรับการบำบัดท่านลองทำตาม 5 ขั้นตอนนี้ก่อนก็ได้ครับ แต่หากทำแล้วอย่างสัตย์ซื่อ แต่ก็ยังไม่สามารถชนะนิสัยหรือบาดแผลที่ท่านเผชิญได้ ก้อจำเป็นที่ท่านจะต้องเข้าสู่ขบวนการบำบัดเยียวยา
เราจะเห็นว่าการเยียวยามีสามส่วน คือ หารากและทำการจัดการกับรากนั้น สุดท้ายเป็นหน้าที่ของผู้รับการบำบัด คือ มีวินัยในการดำเนินชีวิตใหม่ คือส่วนที่เราจะกล่าวในต่อไปนี้

หนึ่งเพลง สำหรับเพลงนั้น ทางกลุ่มคริสเตียนที่ทำการเยียวยาจะมีเพลงประเภทหนึ่งเรียกว่าเพลง Soaking หรือ เพลงที่แช่ในบรรยากาศ เนื้อหา ความรัก การทรงสถิตของพระเจ้า ส่วนในแบบอื่น ๆ ก็มีครับ เช่น เพลงที่กระตุ้นสมองให้สั่งการในการทำงานส่วนของร่างกายของผู้ป่วยที่ไม่ทำงาน แต่ที่หาซื้อฟังได้ง่าย คือ เพลงพวก Green Music ที่ท่านสามารถซื้อหาได้ทั่วไป

เพลงสำคัญอย่างไร? แน่นอน เพลงเป็นภาษาสากล ทำนองที่บรรเลงแม้ไม่มีเสียงร้อง แค่จังหวะก็สามารถเรียกความหึกเหิม หรือโศกเศร้า หรือน้ำตาได้แล้ว โดยที่ไม่ต้องแบ่งเชื้อชาติเลยว่าจะเป็นคนพวกใด ด้วยหตุนี้เองเมื่อเราต้องการการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ สร้างความคิดให้แข็งแรง จิตใจที่หึกเหิม กล้าหาญ มีกำลังใจ และเติมเต็มด้วยความรัก ความสดชื่นผ่อนคลาย เราต้องหาเพลงที่เหมาะสมมาฟัง เพื่อสุขภาพจิตใจของเรา เพื่อจินตนาการของเรา ฝันของเรา จะได้ถูกปรับเปลี่ยนไปในทางที่มีหวังและชื่นชมยินดีอยู่เสมอ
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″

ในตอนนี้ อยากจะบอกกุญแจที่จะทำให้ท่านสามารถมีชัยชนะในการดำเนินชีวิตหลังผ่านขบวนการเยียวยาบำบัดได้
ก่อนรับการบำบัดท่านลองทำตาม 5 ขั้นตอนนี้ก่อนก็ได้ครับ แต่หากทำแล้วอย่างสัตย์ซื่อ แต่ก็ยังไม่สามารถชนะนิสัยหรือบาดแผลที่ท่านเผชิญได้ ก้อจำเป็นที่ท่านจะต้องเข้าสู่ขบวนการบำบัดเยียวยา
เราจะเห็นว่าการเยียวยามีสามส่วน คือ หารากและทำการจัดการกับรากนั้น สุดท้ายเป็นหน้าที่ของผู้รับการบำบัด คือ มีวินัยในการดำเนินชีวิตใหม่ คือส่วนที่เราจะกล่าวในต่อไปนี้

หนึ่งเพลง สำหรับเพลงนั้น ทางกลุ่มคริสเตียนที่ทำการเยียวยาจะมีเพลงประเภทหนึ่งเรียกว่าเพลง Soaking หรือ เพลงที่แช่ในบรรยากาศ เนื้อหา ความรัก การทรงสถิตของพระเจ้า ส่วนในแบบอื่น ๆ ก็มีครับ เช่น เพลงที่กระตุ้นสมองให้สั่งการในการทำงานส่วนของร่างกายของผู้ป่วยที่ไม่ทำงาน แต่ที่หาซื้อฟังได้ง่าย คือ เพลงพวก Green Music ที่ท่านสามารถซื้อหาได้ทั่วไป

เพลงสำคัญอย่างไร? แน่นอน เพลงเป็นภาษาสากล ทำนองที่บรรเลงแม้ไม่มีเสียงร้อง แค่จังหวะก็สามารถเรียกความหึกเหิม หรือโศกเศร้า หรือน้ำตาได้แล้ว โดยที่ไม่ต้องแบ่งเชื้อชาติเลยว่าจะเป็นคนพวกใด ด้วยหตุนี้เองเมื่อเราต้องการการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ สร้างความคิดให้แข็งแรง จิตใจที่หึกเหิม กล้าหาญ มีกำลังใจ และเติมเต็มด้วยความรัก ความสดชื่นผ่อนคลาย เราต้องหาเพลงที่เหมาะสมมาฟัง เพื่อสุขภาพจิตใจของเรา เพื่อจินตนาการของเรา ฝันของเรา จะได้ถูกปรับเปลี่ยนไปในทางที่มีหวังและชื่นชมยินดีอยู่เสมอ
เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″

Powered by www.477internet.com