คนไทยต่างกับชาติตะวันตก เมื่อเกิดการคิดขัดแย้งหรือถูกล้ำเส้น นิสัยคนเอเซียจะเก็บความรู้สึกนั้นไว้ ไม่ยอมพูด หรือเมื่อใจปฎิเสธ ส่วนใหญ่จะเงียบ แต่เราจะขุ่นใจในตัวเอง เช่นเมื่อมีคนล้ำเส้น หรือพูดกับเราผิดๆ เราก็ไม่พูดไม่บอก ไม่ใช้สิทธิบอกว่าเขาคิดหรือพูดถึงเราผิด เข้าใจเราผิด แต่เรากลับเงียบเก็บความอึดอัดนั้นไว้ และหลายครั้งเราไประบายๆๆๆ กับคนที่รู้สึกสนิทด้วย ด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียวรุนแรงแบบไม่รู้ตัว แต่ว่ามันผิดคนครับ คนๆนั้นอาจเป็นภรรยา ลูก เพื่อน คนรักเรา แต่คนที่ละเมิดเรา ที่ควรรับรู้ เขากลับไม่ได้รับรู้เลย
ทั้งที่จริง ควรใช้สิทธิตอนนั้นบอกอีกฝ่ายว่าเราไม่เห็นด้วย หรือผมคิดว่าสิ่งที่คุณทำมันล้ำเส้นนะครับ หรือกล้าพูดว่าคุณพูดรุนแรงเกินไปนะครับ แต่หากเราไม่สามรถทำได้ เราก็ควรหาใครที่สนิทสนมระบายบ้างด้วยความรู้สึกของเราออกมาดีกว่าเหมือน ลูกโป่งที่เราถูกลมอัดรอมันแตก เพื่อมันจะไม่ไปเป็นรากขมขื่น ตามมายิ่งแย่กว่าเดิม
หลายครั้งเราพยายามลืมสิ่งที่เจอ เพราะมีคนแย่งสิทธิของเราหรือปิดกั้นสิทธิของเรา ยามว่างหรือบางเวลาสิ่งที่มักจะแวบเข้ามาในใจของเรา คือ อารมณ์โกรธ จากนั้นที่อารมณ์นี้ก็จะรบกวนความคิดจิตใจของเรา ผมอยากให้เราเข้าใจพื้นฐานก่อนว่า โกรธ รัก เกลียด กลัว อึดอัด ล้วนเป็นอารมณ์ทั้งสิ้นครับ มันแย่งพื้นที่ความสงบ ความสุข และล้ำเส้นในสิทธิของเรา เราก็จะเริ่มคิดไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่หนักๆหรือเรื่องเล็กน้อย แต่มันรบกวนมาก ๆ กลายเป็นความแค้น คิดทำอะไรบางอย่างออกมารู้ตัวหรือไม่รู้ตัวต่อคนใกล้ชิดเรา
บางคนที่ล้ำเส้นในสิทธิของเรา หากเขามีหน้าที่การงานหรือตำแหน่งที่สูงกว่าเรา ที่เราแตะต้องใช้สิทธิไม่ได้ในการบอก พูด เราก็จะทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว เช่น การนอนไม่หลับ คิดมาก ทานไม่ลงเพราะผะอืดผะอม หรือเราจะเอาอารมณ์นั้นไปลงกับคนที่อ่อนแอกว่าเรา และเขาผู้นั้นก็รับอารมณ์หรือลมในลูกโป่งที่อัดเต็มที่ หรือในความไม่สมบูรณ์ของเรา เราระบายไปอีกทอดหนึ่งสู่ลูกน้องหรือคนที่อ่อนแอกว่า แต่วันนี้ผมอยากให้ท่านหาคนสักคนที่เขาสามารถฟังท่านได้ ระบายความในใจของท่านได้ สักคนสองคน ที่เขาหวังดีและรักท่านจริงๆครับ แต่หากท่านไม่มีก็ระบายให้พระเจ้าแหละครับ องค์สากลโลกคือ พระเยซูคริสต์ ขอให้ท่านระบายแก่พระองค์ ผู้ทรงมารับความทุกข์ยากลำบากใจของคนทั้งโลก
สำหรับคริสเตียนคงเคยได้อ่านบทเพลงของกษัตริย์ดาวิด พระธรรมสดุดีครับ ท่านได้ถูกไล่ล่า ถูกด่า ถูกลูกทรยศ ทหารเอกทำตามใจเขาเอง ดาวิดผู้เป็นผู้นำ สิ่งที่ท่านต้องทำอย่างแรก คือ ระบายความในใจต่อพระเจ้าส่วนตัว ดีกว่าไปลงอารมณ์กับผู้อื่น พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยความรัก ความเข้าใจ คุณจะพูด บ่น ระบายอะไรก็ได้ เพราะพระองค์ทรงสัพพัญญูรู้ทุกอย่าง สถิตเหนือกาลเวลาของมนุษย์ สถิตทุกที่ในเวลาเดียวกัน ดังนั้นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่คุณเผชิญ พระองค์เข้าใจและรอคอยที่คุณจะเข้ามาหาพระองค์ เพื่อร้องขอความช่วยเหลือ ฮบ4: 16 ฉะนั้นขอให้เราทั้งหลาย จงมีใจกล้าเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณ เพื่อเราจะได้รับพระเมตตา และจะได้รับพระคุณที่จะช่วยเราในขณะที่ต้องการ
กษัตริย์ทรงเป็นผู้หนึ่งที่ถูกใส่ร้ายไล่ล่าและเต็มไปด้วยอันตรายในชีวิต ศัสตรูหมายปอง พูดถากถางต่อว่าท่าน แต่ท่านบันทึกในพระธรรมสดุดี (สดุดี 42:4-5,8 เมื่อข้าพระองค์ระบายความในใจออกมา ข้าพระองค์ระลึกถึงสิ่งเหล่านี้ได้ คือข้าพระองค์ไปกับประชาชน และนำเขาไปเป็นกระบวนแห่ถึงพระนิเวศของพระเจ้าด้วยเสียงโห่ร้องยินดีและเสียงเพลงโมทนา คือมวลชนกำลังมีเทศกาลฉลอง จิตใจของข้าพเจ้าเอ๋ย ไฉนเจ้าจึงฝ่ออยู่ไฉนเจ้าจึงกระสับกระส่ายภายในข้าพเจ้า จงหวังใจในพระเจ้า เพราะข้าพเจ้าจะถวายสดุดีแด่พระองค์อีก ผู้ทรงเป็นความอุปถัมภ์ และพระเจ้าของข้าพเจ้ากลางวันพระเจ้าทรงบัญชาความรักมั่นคงของพระองค์และ กลางคืนเพลงของพระองค์อยู่กับข้าพเจ้า เป็นคำอธิษฐานต่อพระเจ้าแห่งชีวิตของข้าพเจ้า)
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″
Picture’s source: http://www.aat-jobs.co.uk/infoPage.aspx?page=Fathers-to-get-six-months-paternity-leave
คนไทยต่างกับชาติตะวันตก เมื่อเกิดการคิดขัดแย้งหรือถูกล้ำเส้น นิสัยคนเอเซียจะเก็บความรู้สึกนั้นไว้ ไม่ยอมพูด หรือเมื่อใจปฎิเสธ ส่วนใหญ่จะเงียบ แต่เราจะขุ่นใจในตัวเอง เช่นเมื่อมีคนล้ำเส้น หรือพูดกับเราผิดๆ เราก็ไม่พูดไม่บอก ไม่ใช้สิทธิบอกว่าเขาคิดหรือพูดถึงเราผิด เข้าใจเราผิด แต่เรากลับเงียบเก็บความอึดอัดนั้นไว้ และหลายครั้งเราไประบายๆๆๆ กับคนที่รู้สึกสนิทด้วย ด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียวรุนแรงแบบไม่รู้ตัว แต่ว่ามันผิดคนครับ คนๆนั้นอาจเป็นภรรยา ลูก เพื่อน คนรักเรา แต่คนที่ละเมิดเรา ที่ควรรับรู้ เขากลับไม่ได้รับรู้เลย
ทั้งที่จริง ควรใช้สิทธิตอนนั้นบอกอีกฝ่ายว่าเราไม่เห็นด้วย หรือผมคิดว่าสิ่งที่คุณทำมันล้ำเส้นนะครับ หรือกล้าพูดว่าคุณพูดรุนแรงเกินไปนะครับ แต่หากเราไม่สามรถทำได้ เราก็ควรหาใครที่สนิทสนมระบายบ้างด้วยความรู้สึกของเราออกมาดีกว่าเหมือน ลูกโป่งที่เราถูกลมอัดรอมันแตก เพื่อมันจะไม่ไปเป็นรากขมขื่น ตามมายิ่งแย่กว่าเดิม
หลายครั้งเราพยายามลืมสิ่งที่เจอ เพราะมีคนแย่งสิทธิของเราหรือปิดกั้นสิทธิของเรา ยามว่างหรือบางเวลาสิ่งที่มักจะแวบเข้ามาในใจของเรา คือ อารมณ์โกรธ จากนั้นที่อารมณ์นี้ก็จะรบกวนความคิดจิตใจของเรา ผมอยากให้เราเข้าใจพื้นฐานก่อนว่า โกรธ รัก เกลียด กลัว อึดอัด ล้วนเป็นอารมณ์ทั้งสิ้นครับ มันแย่งพื้นที่ความสงบ ความสุข และล้ำเส้นในสิทธิของเรา เราก็จะเริ่มคิดไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่หนักๆหรือเรื่องเล็กน้อย แต่มันรบกวนมาก ๆ กลายเป็นความแค้น คิดทำอะไรบางอย่างออกมารู้ตัวหรือไม่รู้ตัวต่อคนใกล้ชิดเรา
บางคนที่ล้ำเส้นในสิทธิของเรา หากเขามีหน้าที่การงานหรือตำแหน่งที่สูงกว่าเรา ที่เราแตะต้องใช้สิทธิไม่ได้ในการบอก พูด เราก็จะทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว เช่น การนอนไม่หลับ คิดมาก ทานไม่ลงเพราะผะอืดผะอม หรือเราจะเอาอารมณ์นั้นไปลงกับคนที่อ่อนแอกว่าเรา และเขาผู้นั้นก็รับอารมณ์หรือลมในลูกโป่งที่อัดเต็มที่ หรือในความไม่สมบูรณ์ของเรา เราระบายไปอีกทอดหนึ่งสู่ลูกน้องหรือคนที่อ่อนแอกว่า แต่วันนี้ผมอยากให้ท่านหาคนสักคนที่เขาสามารถฟังท่านได้ ระบายความในใจของท่านได้ สักคนสองคน ที่เขาหวังดีและรักท่านจริงๆครับ แต่หากท่านไม่มีก็ระบายให้พระเจ้าแหละครับ องค์สากลโลกคือ พระเยซูคริสต์ ขอให้ท่านระบายแก่พระองค์ ผู้ทรงมารับความทุกข์ยากลำบากใจของคนทั้งโลก
สำหรับคริสเตียนคงเคยได้อ่านบทเพลงของกษัตริย์ดาวิด พระธรรมสดุดีครับ ท่านได้ถูกไล่ล่า ถูกด่า ถูกลูกทรยศ ทหารเอกทำตามใจเขาเอง ดาวิดผู้เป็นผู้นำ สิ่งที่ท่านต้องทำอย่างแรก คือ ระบายความในใจต่อพระเจ้าส่วนตัว ดีกว่าไปลงอารมณ์กับผู้อื่น พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยความรัก ความเข้าใจ คุณจะพูด บ่น ระบายอะไรก็ได้ เพราะพระองค์ทรงสัพพัญญูรู้ทุกอย่าง สถิตเหนือกาลเวลาของมนุษย์ สถิตทุกที่ในเวลาเดียวกัน ดังนั้นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่คุณเผชิญ พระองค์เข้าใจและรอคอยที่คุณจะเข้ามาหาพระองค์ เพื่อร้องขอความช่วยเหลือ ฮบ4: 16 ฉะนั้นขอให้เราทั้งหลาย จงมีใจกล้าเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณ เพื่อเราจะได้รับพระเมตตา และจะได้รับพระคุณที่จะช่วยเราในขณะที่ต้องการ
กษัตริย์ทรงเป็นผู้หนึ่งที่ถูกใส่ร้ายไล่ล่าและเต็มไปด้วยอันตรายในชีวิต ศัสตรูหมายปอง พูดถากถางต่อว่าท่าน แต่ท่านบันทึกในพระธรรมสดุดี (สดุดี 42:4-5,8 เมื่อข้าพระองค์ระบายความในใจออกมา ข้าพระองค์ระลึกถึงสิ่งเหล่านี้ได้ คือข้าพระองค์ไปกับประชาชน และนำเขาไปเป็นกระบวนแห่ถึงพระนิเวศของพระเจ้าด้วยเสียงโห่ร้องยินดีและเสียงเพลงโมทนา คือมวลชนกำลังมีเทศกาลฉลอง จิตใจของข้าพเจ้าเอ๋ย ไฉนเจ้าจึงฝ่ออยู่ไฉนเจ้าจึงกระสับกระส่ายภายในข้าพเจ้า จงหวังใจในพระเจ้า เพราะข้าพเจ้าจะถวายสดุดีแด่พระองค์อีก ผู้ทรงเป็นความอุปถัมภ์ และพระเจ้าของข้าพเจ้ากลางวันพระเจ้าทรงบัญชาความรักมั่นคงของพระองค์และ กลางคืนเพลงของพระองค์อยู่กับข้าพเจ้า เป็นคำอธิษฐานต่อพระเจ้าแห่งชีวิตของข้าพเจ้า)
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน “แม่น้ำแห่งชัยชนะ เล่มที่ 1″
เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล
Picture’s source: http://www.aat-jobs.co.uk/infoPage.aspx?page=Fathers-to-get-six-months-paternity-leave






