เรื่องสุดท้ายแต่เราเรียนเรื่องนี้เพื่อเราจะได้มีความเข้าใจที่จะรับรู้และเผชิญได้อย่างมีสติปัญหา และรู้ตัวว่าจะแก้ไข หรือรับรู้กับปัญหาอย่างไรอย่างมีสติ และสามารถเผชิญต่อไปได้ต่างหาก แต่เรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย ยังคงวนเวียนเข้ามาในชีวิตเราเสมอ เพียงแต่ เราจะรักษามิตรภาพที่ดีกับคนที่เรารักไว้ในยามทุกข์ยากนั้นแหละสำคัญมาก ยามมีชีวิตอยู่ทำดีต่อกันและดูแลกันให้ดี ยามจากกันไปจะได้ไม่รู้สึกผิดที่เราไม่ได้ทำสิ่งที่ควรทำ แม้เราเปลี่ยนใหม่ เรายังทำดีที่สุด สิ่งที่เราทุกคนต้องเชผิญคือความตาย
ทัศนคติเรื่องความตายของเราต่างกัน สำหรับผมๆอิจฉาคนที่ตายครับ โดยเฉพาะคนที่นอนหลับตายไปไม่ว่าจะอยุแค่ไหนก็ช่างเถอะ
เพราะว่าคนเราตายไปก็ไปอยู่กับพระเจ้า ไม่มีโรคภัย ไม่มีเศร้า ไม่ผิดหวัง ไม่ต้องปล้ำสู้เพื่อรักษาความเชื่อ พระเจ้าจะเช็ดน้ำตาเขาและเขาจะรับบำเหน็จรางวัล ไม่ต้องกลัวว่าจะหลงหายหลุดจากความเชื่อเหมือนพวกเรา ที่ต้องปล้ำสู้ความบาป บางเรื่องต้องระวังจะหลงหายไม่ใกล้ชิดพระเจ้า ถูกมารล่อลวง ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่ทำไมเมื่อคนหนึ่งถึงเวลาที่พระเจ้ารับเขาไป เรากลับไม่ยอมไห้เขาตาย เพราะหากเขามีชีวิตอยู่ บางคนอาจเป็นอัมพาต กินไม่ได้ พิการ หรือทำอะไรก็ไม่ได้ บางครั้ง เจ้าตัวอยากตายเพราะจะได้ไปพบพระเจ้า แต่คนเป็นกลับเห็นแก่ตัวอยากให้เขามีชีวิตอยู่ และอยู่ในสภาพทำอะไรช่วยตัวเองไม่ได้ ทรมานกับยาที่ทาน เราต้องคิดว่ามีอะไรที่ดีถ้าเขาไม่ตาย (ถ้าไม่ตายเราเห็นอัศจรรย์ หรือ ยื้อเวลา) แต่หากเขาตาย (ดีที่สุด)ไม่ต้อทรมานร่างกายเพราะความเจ็บปวดหรือสภาพทำอะไรไม่ได้ ยกเว้นพระเจ้าทำอัศจรรย์โดยไม่ให้ตายและร่างกายดีสมบูรณ์ก็ เป็นเรื่องที่เราต้องฟังเสียงพระเจ้าชัดๆ
จากเรื่องทั้งหมดจะเห็นว่า แม้เรารับการเยียวยาเชื่อพระเจ้าผู้อัศจรรย์ เรายังเป็นคนปกติที่มีจิตวิญญาณใหม่ จิตใจใหม่ แต่คนรอบข้างเรายังคงเหมือนเดิม เราต่างหากที่จะเลือกเผชิญด้วยความเข้าใจ ด้วยท่าทีใด แบบใหม่หรือแบบเดิม
Picture’s source: http://www.dailymail.co.uk/femail/article-1072609/ALLISON-PEARSON-Pity-loving-grandparents-cut-divorce.html
เรื่องสุดท้ายแต่เราเรียนเรื่องนี้เพื่อเราจะได้มีความเข้าใจที่จะรับรู้และเผชิญได้อย่างมีสติปัญหา และรู้ตัวว่าจะแก้ไข หรือรับรู้กับปัญหาอย่างไรอย่างมีสติ และสามารถเผชิญต่อไปได้ต่างหาก แต่เรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย ยังคงวนเวียนเข้ามาในชีวิตเราเสมอ เพียงแต่ เราจะรักษามิตรภาพที่ดีกับคนที่เรารักไว้ในยามทุกข์ยากนั้นแหละสำคัญมาก ยามมีชีวิตอยู่ทำดีต่อกันและดูแลกันให้ดี ยามจากกันไปจะได้ไม่รู้สึกผิดที่เราไม่ได้ทำสิ่งที่ควรทำ แม้เราเปลี่ยนใหม่ เรายังทำดีที่สุด สิ่งที่เราทุกคนต้องเชผิญคือความตาย
ทัศนคติเรื่องความตายของเราต่างกัน สำหรับผมๆอิจฉาคนที่ตายครับ โดยเฉพาะคนที่นอนหลับตายไปไม่ว่าจะอยุแค่ไหนก็ช่างเถอะ
เพราะว่าคนเราตายไปก็ไปอยู่กับพระเจ้า ไม่มีโรคภัย ไม่มีเศร้า ไม่ผิดหวัง ไม่ต้องปล้ำสู้เพื่อรักษาความเชื่อ พระเจ้าจะเช็ดน้ำตาเขาและเขาจะรับบำเหน็จรางวัล ไม่ต้องกลัวว่าจะหลงหายหลุดจากความเชื่อเหมือนพวกเรา ที่ต้องปล้ำสู้ความบาป บางเรื่องต้องระวังจะหลงหายไม่ใกล้ชิดพระเจ้า ถูกมารล่อลวง ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่ทำไมเมื่อคนหนึ่งถึงเวลาที่พระเจ้ารับเขาไป เรากลับไม่ยอมไห้เขาตาย เพราะหากเขามีชีวิตอยู่ บางคนอาจเป็นอัมพาต กินไม่ได้ พิการ หรือทำอะไรก็ไม่ได้ บางครั้ง เจ้าตัวอยากตายเพราะจะได้ไปพบพระเจ้า แต่คนเป็นกลับเห็นแก่ตัวอยากให้เขามีชีวิตอยู่ และอยู่ในสภาพทำอะไรช่วยตัวเองไม่ได้ ทรมานกับยาที่ทาน เราต้องคิดว่ามีอะไรที่ดีถ้าเขาไม่ตาย (ถ้าไม่ตายเราเห็นอัศจรรย์ หรือ ยื้อเวลา) แต่หากเขาตาย (ดีที่สุด)ไม่ต้อทรมานร่างกายเพราะความเจ็บปวดหรือสภาพทำอะไรไม่ได้ ยกเว้นพระเจ้าทำอัศจรรย์โดยไม่ให้ตายและร่างกายดีสมบูรณ์ก็ เป็นเรื่องที่เราต้องฟังเสียงพระเจ้าชัดๆ
จากเรื่องทั้งหมดจะเห็นว่า แม้เรารับการเยียวยาเชื่อพระเจ้าผู้อัศจรรย์ เรายังเป็นคนปกติที่มีจิตวิญญาณใหม่ จิตใจใหม่ แต่คนรอบข้างเรายังคงเหมือนเดิม เราต่างหากที่จะเลือกเผชิญด้วยความเข้าใจ ด้วยท่าทีใด แบบใหม่หรือแบบเดิม
เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล
Picture’s source: http://www.dailymail.co.uk/femail/article-1072609/ALLISON-PEARSON-Pity-loving-grandparents-cut-divorce.html





