May 19, 2012

ครอบครัวจำเป็นต้องสำแดงรักแท้ของพระเจ้าแก่สังคม ตอนที่ 1

1. สามีภรรยาควรตั้งใจอยู่ด้วยกัน ไม่มีคำว่า ‘เลิก’ ความรักเกิดขึ้นได้โดยอาศัยเวลาที่ยาวนาน เกิดความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ทั้งยอมรับข้อผิดพลาดกันและกันได้

2 ความรักที่แท้จริงจะสงบเงียบ ปลอดโปร่ง สามารถพึ่งพาได้ ยกย่อง อิ่ม ปิติสมบูรณ์เมื่ออยู่ด้วยกัน        และมิใช่อารมณ์หวือหวา

ข้อคิด ทำไมสามีหรือภรรยาปล่อยอารมณ์ระเบิดใส่กัน ไม่ใช่เขาไม่รัก แต่เพราะเขาเชื่อว่าคุณจะยกโทษให้ หากทำกับคนอื่นโดนติหนิหรือทำร้ายแน่ แต่กลับกันหลายคู่กับตอบโต้ เรื่องจึงใหญ่โต

3 ความรักที่แท้จริง คือ การมองดูอีกฝ่ายได้อย่างชัดแจ้งและตระหนักว่าทั้งสองมีข้อดีข้อเสียและยอมรับข้อผิดพลาดของกันและกันได้

4 ความรักแท้ คือ การร่วมทุกข์ด้วยกัน แต่การหลงเป็นเพียงการร่วมสุขด้วยกันเท่านั้น

พิสูจน์รักแท้ได้อย่างไร?

  • รักแท้เป็นความรักที่เสริมสร้างและเป็นพลัง โรม.8:37 แต่ว่าในเหตุการณ์ทั้งปวงเหล่านี้ เรามีชัยยิ่งกว่าผู้พิชิตโดยพระองค์ผู้ได้ทรงรักเราทั้งหลาย
  • รักแท้คือรางวัลที่พระเจ้าประทานให้แก่เรา ฉะนั้นจงมอบรางวัล คำชม เวลาพักผ่อนให้ครอบครัว
  • รักแท้คือการอดทนนาน (อฟ.4:2 คือจงมีใจถ่อมลงทุกอย่างและใจอ่อนสุภาพ อดกลั้นไว้นาน และอดทนต่อกันและกันด้วยความรัก) หากถามว่า ภรรยาหรือลูกทำผิดต่อคุณกี่ครั้ง ควรตอบว่าไม่มีเลย เพราะ 1 ปต. 4:8 กล่าวว่า ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดก็จงรักซึ่งกันและกันให้มาก ด้วยว่าความรักก็ปกปิดความผิดไว้มากหลาย หากคุณทนไม่ได้ หมายความว่าความรักของคุณอ่อนแอลงแล้ว แต่เราสามารถกลับใจใหม่ได้ เราสามารถอธิษฐานสารภาพ ให้อภัย ยกโทษที่ความรักของคุณน้อยลง
  • รักแท้คือการให้อภัยจะเป็นการช่วยให้กลับสู่สภาพดี (2คร.2:8 ดังนั้นข้าพเจ้าขอวิงวอนท่านให้ยืนยันความรักต่อคนนั้นใหม่)
  • รักแท้คือการควบคุมเสรีภาพ เรามีชีวิตเพื่อผู้อื่นไม่ใช่ตัวเราเอง (กท. 5:13 พี่น้องทั้งหลาย ที่ทรงเรียกท่านก็เพื่อให้มีเสรีภาพ อย่าเอาเสรีภาพของท่านเป็นช่องทางที่จะปล่อยตัวไปตามเนื้อหนัง แต่จงรับใช้ซึ่งกันและกันด้วยความรักเถิด)

แฟนหรือเพื่อนก็ต้องการรักแบบนี้!!!

หากใครต้องการเพื่อนแท้สักคน  ให้ดูความรักของเพื่อนจากผู้ชายสองคนคือ  โยนาธันกับดาวิด  รักกันดังกับที่รักตัวเขาเองโดยดาวิดไม่สนใจว่าพ่อของโยนาธันไล่สังหารดาวิดและโยนาธันก็ไม่สนใจว่าวันหนึ่งดาวิดก็จะมาเป็นกษัตริย์แทนพ่อของเขา  เขาทั้งสองจึงเป็นแบบอย่างแห่งความรักอมตะ ระหว่างชายเพศเดียวกัน (แต่ไม่ได้รักด้านร่างกายนะครับ) ได้อ่านบทความจากเมลล์ฉบับหนึ่งจากเพื่อนแต่ไม่รู้แหล่งที่มาของต้นสังกัด ยังไงขอขอบคุณเจ้าของต้นคิดในบทความนี้นะครับ
เพื่อน รับฟังทุกอย่าง…เวลาเรามีเรื่องจะพูด
เพื่อน คือ สัปดาห์…เมื่อคุณต้องการวัน
เพื่อน คือ กระดาษทิชชู….ตอนเราร้องไห้ไม่หยุดซะที
เพื่อน คือ หัวไหล่….ให้เราซบ เมื่อเรารู้สึกย่ำแย่
เพื่อน คือ ไม้ดามหัวใจ…ยามเราอกหัก
เพื่อน คือ กาว…เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างดูจะแตกสลาย
เพื่อน คือ แสงอาทิตย์…เมื่อฝนไม่หยุดตก
เพื่อน คือ คล้ายๆกับแม่นะ…หากเราต้องขึ้นโรงพัก
เพื่อน คือ มือ…เมื่อเรารู้สึกเปล่าเปลี่ยว (ขอจับมือหน่อยนะ)
เพื่อน คือ ปีก….หากคุณอยากจะบิน
เพื่อน คือ หู…เพื่อเอาไว้ฟังทุกเรื่อง (โดยเฉพาะเรื่องลับๆ)
เพื่อน คือ แอสไพลิน….เมื่อเราปวดหัว
เพื่อน คือ ความรัก…ที่คุณไม่ต้องค้นหา
เพื่อน คือ คุณ…..ฉันอยากให้คุณรู้และหวังว่า…มิตรภาพระหว่างเราจะมีเพิ่มขึ้นตลอดไป

และอีกตอนหนึ่ง
คอยเตือนยามเพื่อนพลั้ง  คอยฟังยามเพื่อนขอ
คอยรอยามเพื่อนสาย  คอยพายยามเพื่อนพัก
คอยทักยามเพื่อนทุกข์  คอยปลุกยามเพื่อนท้อ
คอยง้อยามเพื่อนงอน  คอยสอนยามเพื่อนผิด
คอยสะกิดยามเพื่อนเผลอ  คอยเจอยามเพื่อนหา
คอยลายามเพื่อนกลับ  คอยปรับยามเพื่อนเปลี่ยน
คอยเรียนยามเพื่อนเที่ยว  คอยเคี่ยวยามเพื่อนเล่น
คอยเย็นยามเพื่อนร้อน  คอยหอนยามเพื่อนเห่า
คอยเฝ้ายามเพื่อนฟุบ  คอยอุบยามเพื่อนปิด
คอยคิดยามเพื่อนถาม  คอยปรามยามเพื่อนหลง
คอยปลงยามเพื่อนแกล้ง  คอยแบ่งยามเพื่อนหมด
คอยอดยามเพื่อนทาน  คอยคานยามเพื่อนล้ม
คอยชมยามเพื่อนชนะ  คอยสละยามเพื่อนชอบ
คัดลอกมาจาก
http://www.wutthi.com/forum/index.php?topic=15008.msg263632หากใครต้องการเพื่อนแท้สักคน  ให้ดูความรักของเพื่อนจากผู้ชายสองคนคือ  โยนาธันกับดาวิด  รักกันดังกับที่รักตัวเขาเองโดยดาวิดไม่สนใจว่าพ่อของโยนาธันไล่สังหารดาวิดและโยนาธันก็ไม่สนใจว่าวันหนึ่งดาวิดก็จะมาเป็นกษัตริย์แทนพ่อของเขา  เขาทั้งสองจึงเป็นแบบอย่างแห่งความรักอมตะ ระหว่างชายเพศเดียวกัน (แต่ไม่ได้รักด้านร่างกายนะครับ) ได้อ่านบทความจากเมลล์ฉบับหนึ่งจากเพื่อนแต่ไม่รู้แหล่งที่มาของต้นสังกัด ยังไงขอขอบคุณเจ้าของต้นคิดในบทความนี้นะครับ
เพื่อน รับฟังทุกอย่าง…เวลาเรามีเรื่องจะพูด
เพื่อน คือ สัปดาห์…เมื่อคุณต้องการวัน
เพื่อน คือ กระดาษทิชชู….ตอนเราร้องไห้ไม่หยุดซะที
เพื่อน คือ หัวไหล่….ให้เราซบ เมื่อเรารู้สึกย่ำแย่
เพื่อน คือ ไม้ดามหัวใจ…ยามเราอกหัก
เพื่อน คือ กาว…เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างดูจะแตกสลาย
เพื่อน คือ แสงอาทิตย์…เมื่อฝนไม่หยุดตก
เพื่อน คือ คล้ายๆกับแม่นะ…หากเราต้องขึ้นโรงพัก
เพื่อน คือ มือ…เมื่อเรารู้สึกเปล่าเปลี่ยว (ขอจับมือหน่อยนะ)
เพื่อน คือ ปีก….หากคุณอยากจะบิน
เพื่อน คือ หู…เพื่อเอาไว้ฟังทุกเรื่อง (โดยเฉพาะเรื่องลับๆ)
เพื่อน คือ แอสไพลิน….เมื่อเราปวดหัว
เพื่อน คือ ความรัก…ที่คุณไม่ต้องค้นหา
เพื่อน คือ คุณ…..ฉันอยากให้คุณรู้และหวังว่า…มิตรภาพระหว่างเราจะมีเพิ่มขึ้นตลอดไป

และอีกตอนหนึ่ง
คอยเตือนยามเพื่อนพลั้ง  คอยฟังยามเพื่อนขอ
คอยรอยามเพื่อนสาย  คอยพายยามเพื่อนพัก
คอยทักยามเพื่อนทุกข์  คอยปลุกยามเพื่อนท้อ
คอยง้อยามเพื่อนงอน  คอยสอนยามเพื่อนผิด
คอยสะกิดยามเพื่อนเผลอ  คอยเจอยามเพื่อนหา
คอยลายามเพื่อนกลับ  คอยปรับยามเพื่อนเปลี่ยน
คอยเรียนยามเพื่อนเที่ยว  คอยเคี่ยวยามเพื่อนเล่น
คอยเย็นยามเพื่อนร้อน  คอยหอนยามเพื่อนเห่า
คอยเฝ้ายามเพื่อนฟุบ  คอยอุบยามเพื่อนปิด
คอยคิดยามเพื่อนถาม  คอยปรามยามเพื่อนหลง
คอยปลงยามเพื่อนแกล้ง  คอยแบ่งยามเพื่อนหมด
คอยอดยามเพื่อนทาน  คอยคานยามเพื่อนล้ม
คอยชมยามเพื่อนชนะ  คอยสละยามเพื่อนชอบ

คัดลอกมาจาก
http://www.wutthi.com/forum/index.php?topic=15008.msg263632

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

 

 

 

การใช้เพศอย่างถูกต้อง

ภาพประกอบเพื่ออรรถรสในการอ่าน-ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบทความ

เรื่อง เพศ เป็นดาบสองคม  พระเจ้าทรงให้กามารมณ์เพื่อมนุษย์จะมอบความสุขแก่กันระหว่างสามีภรรยา  หากมนุษย์ใช้กามารมณ์ในทางผิดจะทำให้เกิดผลเสียหายเหมือนดังไฟที่ใช้ประโยชน์ในทางที่ถูกก็จะเกิดประโยชน์ต่อการทำงานและการดำรงชีวิตแต่หากใช้ไม่ถูกก็อาจจะเผาผลาญทำลายทรัพย์สินไปได้  พระเจ้าทรงให้เพศและกามารมณ์ ในการให้สามีภรรยาสืบพันธุ์มีลูกหลานและบุตรชายเป็นมรดกจากพระเจ้า  อีกทั้งกามารมณ์ไม่แสดงถึงการเป็นหญิงชายในบทบาทของตนอย่างชัดเจน  เราจะใช้กามารมณ์หรือเพศได้ดีได้อย่างไร?

 

1. อย่าใช้กามารมณ์อย่างเห็นแก่ตัว
กามารมณ์เป็นพลังดึงดูดทางเพศ  การใช้โดยไม่คิดถึงและเห็นอกเห็นใจอีกฝ่ายหนึ่งคือ ตักตวงความสุขจากเรือนร่างอีกฝ่ายอย่างไร้ความเห็นใจเช่น  สามีที่ขู่เข็ญภรรยาให้หลับนอนด้วยโดยเธอเองไม่มีอารมณ์เพศเพราะภรรยาอาจเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนักหรือเลี้ยงลูก  แท้จริงเรื่องนี้ต้องมีการเตรียมตัว  เตรียมใจทั้งสองฝ่ายก่อนหรือหญิงสาวหน้าตาน่ารักๆยั่วยุชายจนเกิดเรื่องกามารมณ์แต่ด้วยเหตุผลที่ต้องการหลอกอยากได้สิ่งของบางอย่างเท่านั้นเอง  ชายหนุ่มหลอกล่อหญิงให้หลับนอน โดยไม่เคยคิดถึงองค์ประกอบด้านความรัก  ความห่วงใย  ความเห็นอกเห็นใจเลย  สุดท้ายกามารมณ์จะเป็นโทษเมื่อฝ่ายหนึ่งคิดว่า  อีกฝ่ายหนึ่งเป็นแค่วัตถุให้ความสุขแก่เราฝ่ายเดียว การมีกามารมณ์ไม่ถูกต้องโดยได้เสียก่อนแต่งงานหรือผิดประเวณีกับสัตว์ย่อมไม่เป็นน้ำพระทัยพระเจ้าอยู่แล้ว
2. การถูกปลูกฝังมาอย่างผิดๆ
บางคนถูกสอนว่า  เรื่องนี้เป็นเรื่องสกปรก  เลวร้ายหรือบางคนหลงเชื่อว่ากามารมณ์คือ  สิ่งที่ต้องทำให้เก่งและถ้าได้ทำมากๆบ่อยๆจะถือว่าเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จหรือบางคนคิดว่ากามารมณ์คือ  การร่วมเพศอย่างเดียวแต่ไม่เคยคิดถึงด้านความรัก  ความห่วงใยเลย  แท้จริงหากเราโตขึ้นจะพบว่าความเก่งกาจในเรื่องกามารมณ์เป็นรองแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ  คุณภาพของความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
3. การใช้เพศในทางที่ผิด
อาจมีรากมาจากบาดแผล  การชดเชยหรือการสามารถบังคับตัวเองได้คือ  พวกที่ชอบลวนลาม  เอาเปรียบ  เจ้าชู้กับเพศตรงกันข้าม ในรูปแบบวิธีใดวิธีหนึ่งเช่น  การข่มขืน  พวกนี้ใช้กามารมณ์อย่างโหดเหี้ยม  ใช้สื่อทางกามารมณ์ผิด  ใช้ภาษาที่สกปรกลามก  สองแง่สองง่าม
“ดร.เฮอร์นานเดซ” วิจารณ์ว่า  มีชายหญิงที่ยึดติดอยู่กับการร่วมเพศ  โดยมีเหตุผลที่ไม่ใช่น้ำพระทัยพระเจ้าจะมีแรงกระตุ้นผิดๆตามลำดับต่อไปนี้
ก. ถือว่าเป็นภาระกิจชีวิตสมรส
ข. เพื่อรับสิ่งตอบแทนหรือยืนยันไมตรีจิต
ค. เพื่อแสดงชัยชนะครอบครอง
ง. เป็นสิ่งทดแทนการสื่อสารทางวาจา
จ. เพื่อขจัดความต่ำต้อย (พิสูจน์ความเป็นชาย)
ฉ. ล่อลวงหญิง
ช. ปกป้องความกังวลและความเครียด
ซ. ควบคุมคู่ของตน
ฌ. อวดผู้อื่นภาพประกอบเพื่ออรรถรสในการอ่าน-ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบทความ

เรื่อง เพศ เป็นดาบสองคม  พระเจ้าทรงให้กามารมณ์เพื่อมนุษย์จะมอบความสุขแก่กันระหว่างสามีภรรยา  หากมนุษย์ใช้กามารมณ์ในทางผิดจะทำให้เกิดผลเสียหายเหมือนดังไฟที่ใช้ประโยชน์ในทางที่ถูกก็จะเกิดประโยชน์ต่อการทำงานและการดำรงชีวิตแต่หากใช้ไม่ถูกก็อาจจะเผาผลาญทำลายทรัพย์สินไปได้  พระเจ้าทรงให้เพศและกามารมณ์ ในการให้สามีภรรยาสืบพันธุ์มีลูกหลานและบุตรชายเป็นมรดกจากพระเจ้า  อีกทั้งกามารมณ์ไม่แสดงถึงการเป็นหญิงชายในบทบาทของตนอย่างชัดเจน  เราจะใช้กามารมณ์หรือเพศได้ดีได้อย่างไร?

 

1. อย่าใช้กามารมณ์อย่างเห็นแก่ตัว
กามารมณ์เป็นพลังดึงดูดทางเพศ  การใช้โดยไม่คิดถึงและเห็นอกเห็นใจอีกฝ่ายหนึ่งคือ ตักตวงความสุขจากเรือนร่างอีกฝ่ายอย่างไร้ความเห็นใจเช่น  สามีที่ขู่เข็ญภรรยาให้หลับนอนด้วยโดยเธอเองไม่มีอารมณ์เพศเพราะภรรยาอาจเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนักหรือเลี้ยงลูก  แท้จริงเรื่องนี้ต้องมีการเตรียมตัว  เตรียมใจทั้งสองฝ่ายก่อนหรือหญิงสาวหน้าตาน่ารักๆยั่วยุชายจนเกิดเรื่องกามารมณ์แต่ด้วยเหตุผลที่ต้องการหลอกอยากได้สิ่งของบางอย่างเท่านั้นเอง  ชายหนุ่มหลอกล่อหญิงให้หลับนอน โดยไม่เคยคิดถึงองค์ประกอบด้านความรัก  ความห่วงใย  ความเห็นอกเห็นใจเลย  สุดท้ายกามารมณ์จะเป็นโทษเมื่อฝ่ายหนึ่งคิดว่า  อีกฝ่ายหนึ่งเป็นแค่วัตถุให้ความสุขแก่เราฝ่ายเดียว การมีกามารมณ์ไม่ถูกต้องโดยได้เสียก่อนแต่งงานหรือผิดประเวณีกับสัตว์ย่อมไม่เป็นน้ำพระทัยพระเจ้าอยู่แล้ว
2. การถูกปลูกฝังมาอย่างผิดๆ
บางคนถูกสอนว่า  เรื่องนี้เป็นเรื่องสกปรก  เลวร้ายหรือบางคนหลงเชื่อว่ากามารมณ์คือ  สิ่งที่ต้องทำให้เก่งและถ้าได้ทำมากๆบ่อยๆจะถือว่าเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จหรือบางคนคิดว่ากามารมณ์คือ  การร่วมเพศอย่างเดียวแต่ไม่เคยคิดถึงด้านความรัก  ความห่วงใยเลย  แท้จริงหากเราโตขึ้นจะพบว่าความเก่งกาจในเรื่องกามารมณ์เป็นรองแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ  คุณภาพของความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
3. การใช้เพศในทางที่ผิด
อาจมีรากมาจากบาดแผล  การชดเชยหรือการสามารถบังคับตัวเองได้คือ  พวกที่ชอบลวนลาม  เอาเปรียบ  เจ้าชู้กับเพศตรงกันข้าม ในรูปแบบวิธีใดวิธีหนึ่งเช่น  การข่มขืน  พวกนี้ใช้กามารมณ์อย่างโหดเหี้ยม  ใช้สื่อทางกามารมณ์ผิด  ใช้ภาษาที่สกปรกลามก  สองแง่สองง่าม
“ดร.เฮอร์นานเดซ” วิจารณ์ว่า  มีชายหญิงที่ยึดติดอยู่กับการร่วมเพศ  โดยมีเหตุผลที่ไม่ใช่น้ำพระทัยพระเจ้าจะมีแรงกระตุ้นผิดๆตามลำดับต่อไปนี้
ก. ถือว่าเป็นภาระกิจชีวิตสมรส
ข. เพื่อรับสิ่งตอบแทนหรือยืนยันไมตรีจิต
ค. เพื่อแสดงชัยชนะครอบครอง
ง. เป็นสิ่งทดแทนการสื่อสารทางวาจา
จ. เพื่อขจัดความต่ำต้อย (พิสูจน์ความเป็นชาย)
ฉ. ล่อลวงหญิง
ช. ปกป้องความกังวลและความเครียด
ซ. ควบคุมคู่ของตน
ฌ. อวดผู้อื่น

 

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

เพศกับชีวิตคริสเตียน

คำจำกัดคำว่า เพศ (SEX)
คำว่า SEX มีความหมายกว้างมาก จะแยกเป็น สอง คำ คือ SEX IDENTETY หมายถึง การที่เราเกิดมาเป็นเพศหญิง หรือเพศชาย เป็นสิ่งที่ระบุถึง ความแตกต่างทางเพศโดยธรรมชาติ แบะอีกคำหนึ่งคือ SEXUAL ACTIVITY หมายถึง กิจกรรมการกระทำที่ชักนำไปสู่การประพฤติ และการ
กระทำทางเพศ

ทัศนคติเรื่อง เพศ (SEX) มีหลาย ทัศนะ บางคนมีเจตคติ (ATTITUDE) ในแง่ไม่ดี อาจเพราะการ อบรม มาว่า เรื่องเพศเป็นเรื่อง สกปรก ลามก หยาบคาย บางทัศนะมีอะไรเป็นจุดเกี่ยวกับเซ็กอยู่ที่เป้นลบ มาจากรากในอดีต หรือ การถูกอบรม ในทางที่ไม่ถูกต้อง จึงต้องการป้องกันตัวเอง แม้รู้ว่า ไม่เป็นเรื่องสกปรกแต่ก็ไม่อยากพูดถึง เช่น บางคนเป็นรักร่วมเพศ(HOMOSEXUAL) แต่บาง ก็มีบางท่านกล้าที่จะพูดถึงมัน เช่น ดร.เสรี วงศ์มณฑา
แท้จริง จินตนาการเรื่องเพศ เกิดขึ้นเพื่อฮอร์โมนเริ่มทำงานตอนเข้าสู่วัยรุ่น เด็กหญิงเริ่มมี หน้าอก ประจำเดือน มีขนรักแร้ ชายเริ่มเสียงแหบ พระเจ้าสร้างให้มีชาย และหญิง (ปฐก 1:27) และเพศทั้ง 2 เพศ ซึ่งจะต้องอาศัยซึ่งกัน
และกัน ชายนั้นจะปกป้องดูแล และ เข้มแข็ง ส่วนหญิงจะเป็นเพศอ่อนแอ ต้องการการปกป้องดูแล ด้านจิตใจ และอารมณ์ ชายจะไม่สมบูรณ์ หากไม่มีหญิง และหญิงไม่มีชาย (ปฐก.2:24) แต่กระนั้น ทั้งชาย และหญิงมีเพศที่กำหนดในการสืบพันธุ์ มีอารมณ์เพศที่แสดงออก การเข้าใจและมีอารมย์เพศ นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่จะผิดเมื่อเราใช้ในทางที่ผิด ในการดำเนินชีวิต ปัจจุบันมีสื่อที่ใช้เพศในทางที่ผิด เช่น ภาพยนต์ วีดีโอ หนังสือที่เป็นตัวเร้า และนำไปสู่การใช้เรื่องเพศผิด วัตถุ ประสงค์ไป

เพศนั้นมีไว้เฉพาะสามีภรรยา เพศมิได้มีไว้สำหรับเพื่อน หรือญาติ แต่สำหรับสามีภรรยา หรือคนที่ยังไม่แต่งงาน แต่จะถูกต้องสำหรับสามีภรรยาเท่านั้น แต่ความเสื่อมทรามทางศีลธรรมทางเพศสมัยนี้ สาเหตุ
1. การค้นพบวิธีคุมกำเนิดและ ปล่อยอิสระในการมีเพศสัมพันธุ์
2. ความมีอิสระของสตรี
3. สภาพสังคมที่มีอิสระ
4. การศึกษาทางโลก
5. สื่อมวลชนที่ทเปิดโปง เปิดเผย อย่างอิสระ ในทางเชิญชวนและ ไม่ถูกต้อง ด้วยเหตุนี้ พระเยซูตรัส “การที่มีความปรารถนาในกาม โดยไม่ถูกต้องตามพระบัญญัติถือว่าผิดพอ ๆ กับ การกระทำ” (มธ.5:27-28)คำจำกัดคำว่า เพศ (SEX)
คำว่า SEX มีความหมายกว้างมาก จะแยกเป็น สอง คำ คือ SEX IDENTETY หมายถึง การที่เราเกิดมาเป็นเพศหญิง หรือเพศชาย เป็นสิ่งที่ระบุถึง ความแตกต่างทางเพศโดยธรรมชาติ แบะอีกคำหนึ่งคือ SEXUAL ACTIVITY หมายถึง กิจกรรมการกระทำที่ชักนำไปสู่การประพฤติ และการ
กระทำทางเพศ

ทัศนคติเรื่อง เพศ (SEX) มีหลาย ทัศนะ บางคนมีเจตคติ (ATTITUDE) ในแง่ไม่ดี อาจเพราะการ อบรม มาว่า เรื่องเพศเป็นเรื่อง สกปรก ลามก หยาบคาย บางทัศนะมีอะไรเป็นจุดเกี่ยวกับเซ็กอยู่ที่เป้นลบ มาจากรากในอดีต หรือ การถูกอบรม ในทางที่ไม่ถูกต้อง จึงต้องการป้องกันตัวเอง แม้รู้ว่า ไม่เป็นเรื่องสกปรกแต่ก็ไม่อยากพูดถึง เช่น บางคนเป็นรักร่วมเพศ(HOMOSEXUAL) แต่บาง ก็มีบางท่านกล้าที่จะพูดถึงมัน เช่น ดร.เสรี วงศ์มณฑา
แท้จริง จินตนาการเรื่องเพศ เกิดขึ้นเพื่อฮอร์โมนเริ่มทำงานตอนเข้าสู่วัยรุ่น เด็กหญิงเริ่มมี หน้าอก ประจำเดือน มีขนรักแร้ ชายเริ่มเสียงแหบ พระเจ้าสร้างให้มีชาย และหญิง (ปฐก 1:27) และเพศทั้ง 2 เพศ ซึ่งจะต้องอาศัยซึ่งกัน
และกัน ชายนั้นจะปกป้องดูแล และ เข้มแข็ง ส่วนหญิงจะเป็นเพศอ่อนแอ ต้องการการปกป้องดูแล ด้านจิตใจ และอารมณ์ ชายจะไม่สมบูรณ์ หากไม่มีหญิง และหญิงไม่มีชาย (ปฐก.2:24) แต่กระนั้น ทั้งชาย และหญิงมีเพศที่กำหนดในการสืบพันธุ์ มีอารมณ์เพศที่แสดงออก การเข้าใจและมีอารมย์เพศ นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่จะผิดเมื่อเราใช้ในทางที่ผิด ในการดำเนินชีวิต ปัจจุบันมีสื่อที่ใช้เพศในทางที่ผิด เช่น ภาพยนต์ วีดีโอ หนังสือที่เป็นตัวเร้า และนำไปสู่การใช้เรื่องเพศผิด วัตถุ ประสงค์ไป

เพศนั้นมีไว้เฉพาะสามีภรรยา เพศมิได้มีไว้สำหรับเพื่อน หรือญาติ แต่สำหรับสามีภรรยา หรือคนที่ยังไม่แต่งงาน แต่จะถูกต้องสำหรับสามีภรรยาเท่านั้น แต่ความเสื่อมทรามทางศีลธรรมทางเพศสมัยนี้ สาเหตุ
1. การค้นพบวิธีคุมกำเนิดและ ปล่อยอิสระในการมีเพศสัมพันธุ์
2. ความมีอิสระของสตรี
3. สภาพสังคมที่มีอิสระ
4. การศึกษาทางโลก
5. สื่อมวลชนที่ทเปิดโปง เปิดเผย อย่างอิสระ ในทางเชิญชวนและ ไม่ถูกต้อง ด้วยเหตุนี้ พระเยซูตรัส “การที่มีความปรารถนาในกาม โดยไม่ถูกต้องตามพระบัญญัติถือว่าผิดพอ ๆ กับ การกระทำ” (มธ.5:27-28)

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

ทำอย่างไรเมื่อรู้สึกว่าเราสองคนไปด้วยกันไม่ได้

หนุ่มสาวหลายคนเมื่อมีความรู้สึกว่ารักหรือชอบแต่เมื่อคบไปแล้วมาเริ่มรู้  สัมผัสชีวิตและเริ่มมองเห็นมุมที่เรารู้ว่า ไปด้วยกันไม่ได้แต่ก็เกิดอาการเกรงใจอีกฝ่าย  กลัวว่าเขาหรือเธอจะเจ็บหรือตัวเราเองอาจทนไม่ไหวเมื่อต้องจากกัน  แม้ว่าเราจะคบกันไปก็จะต้องเจ็บปวดและต้องมีวันหนึ่งที่วันต้องอำลาจากกันไปมาถึง  บางคนก็ปล่อยเลยตามเลย  บางคนก็พยายามแล้วพยายามอีกที่จะพยุงเก็บรักษาสถานภาพนี้ให้คงอยู่ ทั้งที่สถานการณ์และเหตุการณ์ต่างๆก็บ่งบอกแล้วว่ามันถึงเวลาแล้วและอาจเจ็บไปมากกว่านี้หากยังไม่ตัดสินใจแต่กลับกลัวไม่กล้าที่จะตัดสินใจ อะไรที่เป็นตัวบ่งว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องแยกจากกัน

  1. ความรู้สึกว่าไม่ใช่เกิดขึ้นมาเมื่อรู้ว่าจะพบหรือเจอกัน
  2. การขาดความสุข  ความอบอุ่นหรือเริ่มมีใจไม่อยากที่จะได้คุยหรือเจอกัน
  3. เริ่มตระหนักว่าเราสองคนเข้ากันไม่ได้เลย  โดยเฉพาะคนที่เป็นคริสตชน  เรื่องที่แตกต่างกันและทำให้ต้องตัดสินใจเร็วกว่าปกติคือ  ผู้ที่เราชอบไม่ใช่คริสเตียนและมักจะชักนำเราออกนอกทางพระเจ้า  ไม่ได้สนับสนุนเราหรืออีกกรณีคือ  คริสเตียนที่อ่อนแอไม่พัฒนาตัวเองและไม่เจริญเติบโต  แม้แรกๆเขาอาจพยายามแสดงตัวว่าเอาจริงเอาจังแต่เวลาผ่านไป  เรารู้ว่านั่นเป็นเพียงการอยากแสดงออกเพื่อเอาใจเราเท่านั้นเองแต่ว่าเวลาที่คบกันมันยาวนานและไปไกลแล้ว เราจะแก้ไขอย่างไร

สำหรับเรื่องแบบนี้ผมอยากแนะนำว่า  การจะหันมานับเลขหนึ่งใหม่ไม่ผิดครับ  ต่างพูดความจริงด้วยใจรักห่วงใยฉันท์พี่ๆน้องๆ ว่า เรามาเริ่มต้นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดดีกว่าคือ  การเป็นเพื่อนที่ดีเพราะการเป็นคนรักนั้นมันมีอะไรมากกว่ารักคือ  การสนับสนุนซึ่งกันและกันและเพื่อ ทั้งสองฝ่ายจะเจริญเติบโตไปสู่น้ำพระทัยและลิขิตของพระเจ้าได้  จึงจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดคือ  น้ำพระทัยของพระเจ้าในเรื่องความเชื่อและหากนิสัยไปด้วยกันไม่ได้จริงๆไม่ส่งเสริมกันก็หันกลับมาเป็นพี่น้องในพระกายแต่ยังคบและคุยกันได้ยาวนาน  ดีกว่ามาทะเลาะรายวันหรืองอนง้อทำให้เสียโอกาสรับใช้พระเจ้าและการนมัสการส่วนตัวหรือเสียความสมดุลย์ในชีวิตที่มีความสุขไปได้  เพราะอย่าลืมว่าคนทั้งสองคบกันเพื่อชีวิตที่มีความสุขและส่งเสริมกัน  ไม่ใช่เพื่อมาส่งภาระหนักให้แก่กันและกันครับ  ดังนั้นการตัดสินใจยุติความสัมพันธ์แบบนี้ก็เพื่อแต่ละคนไปหาจุดที่ดีที่สุดแต่ไม่แน่เมื่อวันหนึ่งทั้งสองฝ่ายโตขึ้นด้านจิตใจและวิญญาณ  เราอาจจะเป็นคนรักที่ดีในอนาคตได้แต่หากวันนี้ เราอธิษฐานและใคร่ครวญแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ก็ควร ให้เกียรติเปิดช่องว่างให้อีกฝ่ายได้ค้นหาตัวเองและเสาะแสวงหาพระเจ้าได้นั่นคือ  ความรักที่แท้จริงครับเพราะความรักย่อมทำทุกสิ่งให้สมบูรณ์ครับหนุ่มสาวหลายคนเมื่อมีความรู้สึกว่ารักหรือชอบแต่เมื่อคบไปแล้วมาเริ่มรู้  สัมผัสชีวิตและเริ่มมองเห็นมุมที่เรารู้ว่า ไปด้วยกันไม่ได้แต่ก็เกิดอาการเกรงใจอีกฝ่าย  กลัวว่าเขาหรือเธอจะเจ็บหรือตัวเราเองอาจทนไม่ไหวเมื่อต้องจากกัน  แม้ว่าเราจะคบกันไปก็จะต้องเจ็บปวดและต้องมีวันหนึ่งที่วันต้องอำลาจากกันไปมาถึง  บางคนก็ปล่อยเลยตามเลย  บางคนก็พยายามแล้วพยายามอีกที่จะพยุงเก็บรักษาสถานภาพนี้ให้คงอยู่ ทั้งที่สถานการณ์และเหตุการณ์ต่างๆก็บ่งบอกแล้วว่ามันถึงเวลาแล้วและอาจเจ็บไปมากกว่านี้หากยังไม่ตัดสินใจแต่กลับกลัวไม่กล้าที่จะตัดสินใจ อะไรที่เป็นตัวบ่งว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องแยกจากกัน

  1. ความรู้สึกว่าไม่ใช่เกิดขึ้นมาเมื่อรู้ว่าจะพบหรือเจอกัน
  2. การขาดความสุข  ความอบอุ่นหรือเริ่มมีใจไม่อยากที่จะได้คุยหรือเจอกัน
  3. เริ่มตระหนักว่าเราสองคนเข้ากันไม่ได้เลย  โดยเฉพาะคนที่เป็นคริสตชน  เรื่องที่แตกต่างกันและทำให้ต้องตัดสินใจเร็วกว่าปกติคือ  ผู้ที่เราชอบไม่ใช่คริสเตียนและมักจะชักนำเราออกนอกทางพระเจ้า  ไม่ได้สนับสนุนเราหรืออีกกรณีคือ  คริสเตียนที่อ่อนแอไม่พัฒนาตัวเองและไม่เจริญเติบโต  แม้แรกๆเขาอาจพยายามแสดงตัวว่าเอาจริงเอาจังแต่เวลาผ่านไป  เรารู้ว่านั่นเป็นเพียงการอยากแสดงออกเพื่อเอาใจเราเท่านั้นเองแต่ว่าเวลาที่คบกันมันยาวนานและไปไกลแล้ว เราจะแก้ไขอย่างไร

สำหรับเรื่องแบบนี้ผมอยากแนะนำว่า  การจะหันมานับเลขหนึ่งใหม่ไม่ผิดครับ  ต่างพูดความจริงด้วยใจรักห่วงใยฉันท์พี่ๆน้องๆ ว่า เรามาเริ่มต้นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดดีกว่าคือ  การเป็นเพื่อนที่ดีเพราะการเป็นคนรักนั้นมันมีอะไรมากกว่ารักคือ  การสนับสนุนซึ่งกันและกันและเพื่อ ทั้งสองฝ่ายจะเจริญเติบโตไปสู่น้ำพระทัยและลิขิตของพระเจ้าได้  จึงจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดคือ  น้ำพระทัยของพระเจ้าในเรื่องความเชื่อและหากนิสัยไปด้วยกันไม่ได้จริงๆไม่ส่งเสริมกันก็หันกลับมาเป็นพี่น้องในพระกายแต่ยังคบและคุยกันได้ยาวนาน  ดีกว่ามาทะเลาะรายวันหรืองอนง้อทำให้เสียโอกาสรับใช้พระเจ้าและการนมัสการส่วนตัวหรือเสียความสมดุลย์ในชีวิตที่มีความสุขไปได้  เพราะอย่าลืมว่าคนทั้งสองคบกันเพื่อชีวิตที่มีความสุขและส่งเสริมกัน  ไม่ใช่เพื่อมาส่งภาระหนักให้แก่กันและกันครับ  ดังนั้นการตัดสินใจยุติความสัมพันธ์แบบนี้ก็เพื่อแต่ละคนไปหาจุดที่ดีที่สุดแต่ไม่แน่เมื่อวันหนึ่งทั้งสองฝ่ายโตขึ้นด้านจิตใจและวิญญาณ  เราอาจจะเป็นคนรักที่ดีในอนาคตได้แต่หากวันนี้ เราอธิษฐานและใคร่ครวญแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ก็ควร ให้เกียรติเปิดช่องว่างให้อีกฝ่ายได้ค้นหาตัวเองและเสาะแสวงหาพระเจ้าได้นั่นคือ  ความรักที่แท้จริงครับเพราะความรักย่อมทำทุกสิ่งให้สมบูรณ์ครับ

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

ทำอย่างไรเมื่อคนที่เรารู้สึก “รัก” จากไป?

เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะรู้สึกเหมือนหัวใจตกวูบลงมาที่เท้า  กำลังวังชามันหายไปหมด  แก้วน้ำหรือหนังสือที่ถืออยู่มันแทบจะหลุดหล่นจากมือลงไปกองที่พื้นโดยเราไม่รู้ตัว  เมื่อเราคิดถึงคนที่จากเราไปในรูปแบบที่ดีและไม่ดี  บวกหรือลบเพราะในตอนนั้นเหตุผลที่จะคิด เรื่องถูกผิด  น้ำพระทัยพระเจ้าหรือไม่ใช่น้ำพระทัย  จะเสียหายหรือไม่เสียหายเราไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น  เราคิดอย่างเดียวคือ  เราสูญเสีย  อันนี้ ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู  ประสบการณ์ของความเข้มแข็งและการเป็นคนคิดเป็น การเป็นผู้ใหญ่และระดับอารมณ์  การหล่อหลอมเท่านั้นที่จะทำให้ คนๆนั้นลุกขึ้นมาได้เร็ว  คิดได้เร็วและหาเหตุผลมาลบล้างได้เร็วเพื่อกอบกู้เอกราชในใจของตนเองให้ลุกขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่งจะเร็วจะช้าก็ไม่เท่ากัน  จึงอยากหนุนใจน้องๆหนุ่มสาวที่กำลังอยู่ในวัยแห่งความรักและการแสวงหา  จำไว้ว่าหากท่านต้องสูญเสียคนที่รักไปไม่ว่าเพราะความผิดพลาดของท่านหรือความผิดของเขา  อย่าเสียใจโดยใช่เหตุ  ผมบอกว่าเสียใจได้แต่อย่าเสียใจโดยปล่อยให้มันทำลายเราเพราะมีเหตุผลต่อไปนี้

1.  เราต้องเชื่อว่ามีเบื้องบนรับรู้ทุกอย่าง  เป็นผู้กำหนดและทรงทราบว่าหากเราคบและรู้จักกับคนๆนี้ต่อไป  เขาหรือเธออาจทำให้เราหลุดหลงทางและสูญเสียมากยิ่งไปกว่าวันนี้

2.  เพราะเราดีและจริงใจมากจนเขาไม่สามารถปรับตัวเข้ากับความดี  ความจริงใจของเราได้และเขาอาจจะอยู่ในโลกแห่งความโลเล  ไม่กล้า ปรับตัวให้เข้ากับความดีของเราแต่เขากลับหาเรื่องที่จะแก้ตัวโดยหาคำพูดหรือหาเหตุผลตามประสามนุษย์  สุดท้ายหาเรื่องจากเราไปหรือตัวเขาเองกลับผิดพลาดทำตัวสะดุดตัวเขาเอง  คนแบบนี้อย่าคบต่อไปจะทำให้เราปวดหัวบ่อยๆแทนที่คบแล้วจะอบอุ่นมีความสุขแต่กลับต้องมาเคลียร์ต้องมารอการปรับทุกข์กันตลอด

3.  เป็นโอกาสที่เราจะได้พบกับคนที่พระเจ้าจะให้  คนที่เหมาะกับเราที่สุด  จำไว้นะครับคนที่เราชอบต่างกับคนที่เหมาะสมและส่งเสริมเรา  บางครั้งเราลืมคิดไปว่าคนที่เรารักแต่วันหนึ่งนานเข้า  เขาไม่ส่งเสริมในสิ่งที่เราเชื่อ  เราชอบ  เขาจะกลายเป็นมารที่เรารู้สึกอยากเอาออกจากชีวิต  ดังนั้นคิดไปไกลกว่านี้อีกนิด

4.  ช่วงนี้เพื่อนรอบข้าง น้องๆ พี่ๆที่รักเราอย่าห่างจากพวกเขา  คุณจะเห็นคุณค่าพี่ชายน้องสาวในโบสถ์ก็ตอนนี้แหละครับ

5.  ความสำเร็จและการแก้แค้นเป็นของพระเจ้าแต่การแก้ตัวเป็นของเรา  ตั้งใจเรียนให้เก่ง  ทำงานให้สำเร็จจนวันหนึ่งเขาหรือเธอจะต้องเสียใจ ที่ทิ้งฉันไปเพราะเขาหรือเธอหารู้ไม่ว่าได้สูญเสียคนพิเศษแบบฉัน  คนที่ประสบความสำเร็จ  คนที่เธอจะไม่ได้รับความรักและคนที่รักพระเจ้าแบบฉันมาก่อน  ฝันไว้วันนั้นฉันจะยืนผงาดขี้นและมีการงานที่ดี  มีเงินใช้  ประสบความสำเร็จและเป็นคนที่ใช้การได้  อีกทั้งมีคนที่ทรงจัดเตรียมให้ที่ดีและที่มากกว่าการทูลขอหรือคิดเสียอีก

6.  เข้าร่วมกิจกรรมของโบสถ์  ช่วงนี้จะเป็นพลังมากเพราะเป็นช่วงที่ไม่มีอะไรมาถ่วงเราอีกแล้ว  ฮาเลลูยา

7.  สำหรับผม  หากท่านยังรู้สึกโหยหา  ทรมานและขาดพลังเพราะได้เห็นวัสดุหรืออุปกรณ์ที่เคยให้  เคยใช้ร่วมกันหรือคิดถึงอดีตอันหวานชื่น แต่กลับยิ่งเศร้าโศก  ขอแนะนำให้อดอาหารอธิษฐานและขอให้มันจบ  ลบเบอร์โทรศัพท์  วัตถุอุปกรณ์ ภาพ  ทิ้งราบคาบไม่ให้มีเหลืออีกต่อไป เพราะชีวิตที่สองไม่มีอดีต  โอกาสที่สองของเธอหมดไปแล้วเพราะฉันเกิดมาเพื่อก้าวไปข้างหน้า  ไขว่คว้าสิ่งที่พระเจ้าประทานเท่านั้นและเผาสะพานที่จะกลับมาสู่ถนนแห่งวังวนเสียใจกับเขาหรือเธออีกต่อไปเพราะเชื่อว่าหากเขาหรือเธอเป็นคนที่พระเจ้าประทานจะไปอยู่ขั้วโลกไหน  พระองค์ก็จะมีวิธีการให้มาพบจนได้แต่มันไม่ใช่เก็บทุกอย่างไว้เทิดทูนและอาลัยก็ยิ่งเจ็บปวดเปล่าๆ

8.  เป็นตัวของตัวเองอย่าเป็นเหมือนหนูที่ติดบ่วงแล้วพยายามโทร  เคลียร์หรือรอแมสเสจ  อีเมลล์  จำไว้ว่าหากเขาเชื่อใจในเรา  รักเราจริง  เราไม่ต้องเคลียร์เขาก็จะเชื่อในเราและเห็นถึงคุณค่าของเรา  ติดต่อเราสม่ำเสมอแต่หากเขาไม่ให้คุณค่าแก่เรา  ไม่เข้าใจเรา  แม้ท่านจะพยายามเคลียร์หรือทำทุกอย่างก็จะยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าท่านเป็นอย่างที่เขาคิดและพยายามแก้ตัว  เขายิ่งรำคาญและไม่เห็นคุณค่าท่านและดูถูกท่าน  อย่าดูถูกพระองค์ผู้ทำกิจในท่านสิครับ  นิ่งและอธิษฐานและดำเนินชีวิตอย่างปกติต่อไป

ขอจบด้วย “จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้าและอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง  จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้าและพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น”  อย่าคิดว่าตนฉลาดแต่จงยำเกรงพระเจ้า (สุภาษิต 3:5-8)เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะรู้สึกเหมือนหัวใจตกวูบลงมาที่เท้า  กำลังวังชามันหายไปหมด  แก้วน้ำหรือหนังสือที่ถืออยู่มันแทบจะหลุดหล่นจากมือลงไปกองที่พื้นโดยเราไม่รู้ตัว  เมื่อเราคิดถึงคนที่จากเราไปในรูปแบบที่ดีและไม่ดี  บวกหรือลบเพราะในตอนนั้นเหตุผลที่จะคิด เรื่องถูกผิด  น้ำพระทัยพระเจ้าหรือไม่ใช่น้ำพระทัย  จะเสียหายหรือไม่เสียหายเราไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น  เราคิดอย่างเดียวคือ  เราสูญเสีย  อันนี้ ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู  ประสบการณ์ของความเข้มแข็งและการเป็นคนคิดเป็น การเป็นผู้ใหญ่และระดับอารมณ์  การหล่อหลอมเท่านั้นที่จะทำให้ คนๆนั้นลุกขึ้นมาได้เร็ว  คิดได้เร็วและหาเหตุผลมาลบล้างได้เร็วเพื่อกอบกู้เอกราชในใจของตนเองให้ลุกขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่งจะเร็วจะช้าก็ไม่เท่ากัน  จึงอยากหนุนใจน้องๆหนุ่มสาวที่กำลังอยู่ในวัยแห่งความรักและการแสวงหา  จำไว้ว่าหากท่านต้องสูญเสียคนที่รักไปไม่ว่าเพราะความผิดพลาดของท่านหรือความผิดของเขา  อย่าเสียใจโดยใช่เหตุ  ผมบอกว่าเสียใจได้แต่อย่าเสียใจโดยปล่อยให้มันทำลายเราเพราะมีเหตุผลต่อไปนี้

1.  เราต้องเชื่อว่ามีเบื้องบนรับรู้ทุกอย่าง  เป็นผู้กำหนดและทรงทราบว่าหากเราคบและรู้จักกับคนๆนี้ต่อไป  เขาหรือเธออาจทำให้เราหลุดหลงทางและสูญเสียมากยิ่งไปกว่าวันนี้

2.  เพราะเราดีและจริงใจมากจนเขาไม่สามารถปรับตัวเข้ากับความดี  ความจริงใจของเราได้และเขาอาจจะอยู่ในโลกแห่งความโลเล  ไม่กล้า ปรับตัวให้เข้ากับความดีของเราแต่เขากลับหาเรื่องที่จะแก้ตัวโดยหาคำพูดหรือหาเหตุผลตามประสามนุษย์  สุดท้ายหาเรื่องจากเราไปหรือตัวเขาเองกลับผิดพลาดทำตัวสะดุดตัวเขาเอง  คนแบบนี้อย่าคบต่อไปจะทำให้เราปวดหัวบ่อยๆแทนที่คบแล้วจะอบอุ่นมีความสุขแต่กลับต้องมาเคลียร์ต้องมารอการปรับทุกข์กันตลอด

3.  เป็นโอกาสที่เราจะได้พบกับคนที่พระเจ้าจะให้  คนที่เหมาะกับเราที่สุด  จำไว้นะครับคนที่เราชอบต่างกับคนที่เหมาะสมและส่งเสริมเรา  บางครั้งเราลืมคิดไปว่าคนที่เรารักแต่วันหนึ่งนานเข้า  เขาไม่ส่งเสริมในสิ่งที่เราเชื่อ  เราชอบ  เขาจะกลายเป็นมารที่เรารู้สึกอยากเอาออกจากชีวิต  ดังนั้นคิดไปไกลกว่านี้อีกนิด

4.  ช่วงนี้เพื่อนรอบข้าง น้องๆ พี่ๆที่รักเราอย่าห่างจากพวกเขา  คุณจะเห็นคุณค่าพี่ชายน้องสาวในโบสถ์ก็ตอนนี้แหละครับ

5.  ความสำเร็จและการแก้แค้นเป็นของพระเจ้าแต่การแก้ตัวเป็นของเรา  ตั้งใจเรียนให้เก่ง  ทำงานให้สำเร็จจนวันหนึ่งเขาหรือเธอจะต้องเสียใจ ที่ทิ้งฉันไปเพราะเขาหรือเธอหารู้ไม่ว่าได้สูญเสียคนพิเศษแบบฉัน  คนที่ประสบความสำเร็จ  คนที่เธอจะไม่ได้รับความรักและคนที่รักพระเจ้าแบบฉันมาก่อน  ฝันไว้วันนั้นฉันจะยืนผงาดขี้นและมีการงานที่ดี  มีเงินใช้  ประสบความสำเร็จและเป็นคนที่ใช้การได้  อีกทั้งมีคนที่ทรงจัดเตรียมให้ที่ดีและที่มากกว่าการทูลขอหรือคิดเสียอีก

6.  เข้าร่วมกิจกรรมของโบสถ์  ช่วงนี้จะเป็นพลังมากเพราะเป็นช่วงที่ไม่มีอะไรมาถ่วงเราอีกแล้ว  ฮาเลลูยา

7.  สำหรับผม  หากท่านยังรู้สึกโหยหา  ทรมานและขาดพลังเพราะได้เห็นวัสดุหรืออุปกรณ์ที่เคยให้  เคยใช้ร่วมกันหรือคิดถึงอดีตอันหวานชื่น แต่กลับยิ่งเศร้าโศก  ขอแนะนำให้อดอาหารอธิษฐานและขอให้มันจบ  ลบเบอร์โทรศัพท์  วัตถุอุปกรณ์ ภาพ  ทิ้งราบคาบไม่ให้มีเหลืออีกต่อไป เพราะชีวิตที่สองไม่มีอดีต  โอกาสที่สองของเธอหมดไปแล้วเพราะฉันเกิดมาเพื่อก้าวไปข้างหน้า  ไขว่คว้าสิ่งที่พระเจ้าประทานเท่านั้นและเผาสะพานที่จะกลับมาสู่ถนนแห่งวังวนเสียใจกับเขาหรือเธออีกต่อไปเพราะเชื่อว่าหากเขาหรือเธอเป็นคนที่พระเจ้าประทานจะไปอยู่ขั้วโลกไหน  พระองค์ก็จะมีวิธีการให้มาพบจนได้แต่มันไม่ใช่เก็บทุกอย่างไว้เทิดทูนและอาลัยก็ยิ่งเจ็บปวดเปล่าๆ

8.  เป็นตัวของตัวเองอย่าเป็นเหมือนหนูที่ติดบ่วงแล้วพยายามโทร  เคลียร์หรือรอแมสเสจ  อีเมลล์  จำไว้ว่าหากเขาเชื่อใจในเรา  รักเราจริง  เราไม่ต้องเคลียร์เขาก็จะเชื่อในเราและเห็นถึงคุณค่าของเรา  ติดต่อเราสม่ำเสมอแต่หากเขาไม่ให้คุณค่าแก่เรา  ไม่เข้าใจเรา  แม้ท่านจะพยายามเคลียร์หรือทำทุกอย่างก็จะยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าท่านเป็นอย่างที่เขาคิดและพยายามแก้ตัว  เขายิ่งรำคาญและไม่เห็นคุณค่าท่านและดูถูกท่าน  อย่าดูถูกพระองค์ผู้ทำกิจในท่านสิครับ  นิ่งและอธิษฐานและดำเนินชีวิตอย่างปกติต่อไป

ขอจบด้วย “จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้าและอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง  จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้าและพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น”  อย่าคิดว่าตนฉลาดแต่จงยำเกรงพระเจ้า (สุภาษิต 3:5-8)

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

วิธีกำจัดความเหงา

  1. ทำสิ่งที่บันเทิงใจ

เรามักจะมีงานอดิเรกไม่เหมือนกันโดยเฉพาะตัวผม  ทุกเช้าประมาณ 7 โมงเช้าผมจะตื่นขึ่นมาพร้อมกับชงกาแฟร้อนๆแก้วนึง  แล้ว จะนั่งจิบไปดูปลาหางนกยูงหลากสีที่เลี้ยงอยู่ในอ่างกระเบื้อง ผมซื้อมา 3-4 คู่  ปัจจุบันมันออกลูกหลานประมาณ 50 ตัว  จากนั้นกาแฟเริ่มหมดแก้วผมก็เริ่มเอาสายยางฉีดน้ำต้นไม้  ผมเห็นความเจริญเติบโตของมันจากเมื่อก่อนต้นเล็กๆวันนี้มันโตขึ้นและผมก็ให้อาหารปลา เสร็จสรรพเรียบร้อย  ผมก็อาบน้ำและไปส่งภรรยาต่อรถไฟฟ้าไปทำงานแล้วกลับมาอ่านหนังสือและเฝ้าเดี่ยว
2.   สร้างความตื่นเต้นดีใจแก่ตนเอง

ผมจะตื่นเต้นดีใจเมื่อใกล้ค่ำเพราะรู้ว่าเวลาพักผ่อนและเวลานอนมาถึงแล้วเพราะการนอนพระเจ้าเป็นผู้ประทานให้และคาดหวังว่าพระองค์จะตรัสกับผมทางความฝัน  ผมชอบเขียนบทความที่เป็นการกลั่นกรองประสบการณ์การรับใช้ที่ยาวนาน  อยากจะเขียนแบ่งปันให้รุ่นน้องๆได้อ่าน  ผมจึงจะตื่นเต้นเมื่อลืมตาขึ้นมายามเช้าเพราะผมจะได้สร้างสรรค์กับงานใหม่ๆ  ผมชอบที่จะรับใช้เพราะมันเป็นความอัศจรรย์ที่เกินความคาดคิดที่พระองค์ทรงทำ  ผมมักชอบทำสิ่งใหม่ๆเพราะมันลับสมองและท้าทายความเพียรพยายามและเห็นจนกว่าความสำเร็จมาถึง  ผมชอบอะไรที่เป็นสิ่งไหม่ๆที่ท้าทายที่จะทำและสนุกกับมันเพราะมันทำให้ผมกระตือรือล้นเพราะมีอะไรใหม่ๆให้ท้าทายได้ตลอดและกำจัดความเหงาไปได้ดี
3.   ทำอย่างเต็มที่

ทำไมเราจึงเหงา?  ก็เพราะเราไม่ทำงานของเราเต็มที่  เราไม่เห็นถึงความสำเร็จ  เราไม่เชื่อว่าสิ่งที่เรากำลังทำนั้นมีค่าแต่อย่าลืมว่า ทุกอย่างในชีวิตมันมีผลต่ออนาคตหมดเลยครับ  เหมือนคนก่อปราสาทราชวังมันต้องเริ่มจากอิฐก้อนที่หนึ่งก้อนเดียวเพราะหากคนสร้างปราสาทเขาไม่ท้อตั้งแต่การก่ออิฐก้อนแรกเพราะเขารู้ว่าเขากำลังจะสร้างปราสาทราชวังแต่หากเขาไม่รู้ก่อทำไมแค่กำแพงก็ไม่สำเร็จครับ

4.   ดูแลและรักตัวเอง

หากท่านไม่อยากเหงา  จงหางานอดิเรกที่ตัวเองชอบหรืออาจสะสมบางสิ่งเช่น ปลาหรือต้นไม้ราคาถูก  ผมชอบสะสมหูฟังครับ  มีมากมาย  ค่อยๆเก็บเงินซื้อ  ก็ใจรักแต่ก็ซื้อในราคาที่ตัวเองสู้ไหว

5.   ทักทายเพื่อนๆน้องๆรอบข้างที่ดีกับเรา

คิดถึงเขาก่อนแล้วพวกเขาจะคิดถึงท่าน  อย่าเป็นคนที่รอให้คนอื่นต้องทักต้องโทรเข้าหาท่านก่อนแบบนี้แหละ  ท่านก็จะพบความเหงาได้ง่ายเพราะท่านจะได้รับอย่างที่ท่านได้หว่านออกไปครับ

  1. ทำสิ่งที่บันเทิงใจ

เรามักจะมีงานอดิเรกไม่เหมือนกันโดยเฉพาะตัวผม  ทุกเช้าประมาณ 7 โมงเช้าผมจะตื่นขึ่นมาพร้อมกับชงกาแฟร้อนๆแก้วนึง  แล้ว จะนั่งจิบไปดูปลาหางนกยูงหลากสีที่เลี้ยงอยู่ในอ่างกระเบื้อง ผมซื้อมา 3-4 คู่  ปัจจุบันมันออกลูกหลานประมาณ 50 ตัว  จากนั้นกาแฟเริ่มหมดแก้วผมก็เริ่มเอาสายยางฉีดน้ำต้นไม้  ผมเห็นความเจริญเติบโตของมันจากเมื่อก่อนต้นเล็กๆวันนี้มันโตขึ้นและผมก็ให้อาหารปลา เสร็จสรรพเรียบร้อย  ผมก็อาบน้ำและไปส่งภรรยาต่อรถไฟฟ้าไปทำงานแล้วกลับมาอ่านหนังสือและเฝ้าเดี่ยว
2.   สร้างความตื่นเต้นดีใจแก่ตนเอง

ผมจะตื่นเต้นดีใจเมื่อใกล้ค่ำเพราะรู้ว่าเวลาพักผ่อนและเวลานอนมาถึงแล้วเพราะการนอนพระเจ้าเป็นผู้ประทานให้และคาดหวังว่าพระองค์จะตรัสกับผมทางความฝัน  ผมชอบเขียนบทความที่เป็นการกลั่นกรองประสบการณ์การรับใช้ที่ยาวนาน  อยากจะเขียนแบ่งปันให้รุ่นน้องๆได้อ่าน  ผมจึงจะตื่นเต้นเมื่อลืมตาขึ้นมายามเช้าเพราะผมจะได้สร้างสรรค์กับงานใหม่ๆ  ผมชอบที่จะรับใช้เพราะมันเป็นความอัศจรรย์ที่เกินความคาดคิดที่พระองค์ทรงทำ  ผมมักชอบทำสิ่งใหม่ๆเพราะมันลับสมองและท้าทายความเพียรพยายามและเห็นจนกว่าความสำเร็จมาถึง  ผมชอบอะไรที่เป็นสิ่งไหม่ๆที่ท้าทายที่จะทำและสนุกกับมันเพราะมันทำให้ผมกระตือรือล้นเพราะมีอะไรใหม่ๆให้ท้าทายได้ตลอดและกำจัดความเหงาไปได้ดี
3.   ทำอย่างเต็มที่

ทำไมเราจึงเหงา?  ก็เพราะเราไม่ทำงานของเราเต็มที่  เราไม่เห็นถึงความสำเร็จ  เราไม่เชื่อว่าสิ่งที่เรากำลังทำนั้นมีค่าแต่อย่าลืมว่า ทุกอย่างในชีวิตมันมีผลต่ออนาคตหมดเลยครับ  เหมือนคนก่อปราสาทราชวังมันต้องเริ่มจากอิฐก้อนที่หนึ่งก้อนเดียวเพราะหากคนสร้างปราสาทเขาไม่ท้อตั้งแต่การก่ออิฐก้อนแรกเพราะเขารู้ว่าเขากำลังจะสร้างปราสาทราชวังแต่หากเขาไม่รู้ก่อทำไมแค่กำแพงก็ไม่สำเร็จครับ

4.   ดูแลและรักตัวเอง

หากท่านไม่อยากเหงา  จงหางานอดิเรกที่ตัวเองชอบหรืออาจสะสมบางสิ่งเช่น ปลาหรือต้นไม้ราคาถูก  ผมชอบสะสมหูฟังครับ  มีมากมาย  ค่อยๆเก็บเงินซื้อ  ก็ใจรักแต่ก็ซื้อในราคาที่ตัวเองสู้ไหว

5.   ทักทายเพื่อนๆน้องๆรอบข้างที่ดีกับเรา

คิดถึงเขาก่อนแล้วพวกเขาจะคิดถึงท่าน  อย่าเป็นคนที่รอให้คนอื่นต้องทักต้องโทรเข้าหาท่านก่อนแบบนี้แหละ  ท่านก็จะพบความเหงาได้ง่ายเพราะท่านจะได้รับอย่างที่ท่านได้หว่านออกไปครับ

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

สิ่งที่ชายควรปฏิบัติต่อสตรีในการเป็นแฟน

การให้เกียรติแก่ผู้หญิง
เกรงใจนึกถึงหัวอกผู้หญิง  อย่าทำลายโอกาสผู้หญิงที่จะมีชีวิตน่านับถือในอนาคตต่อไป
แค่เรื่องการวางตัวและระวังความสัมพันธ์
ปรับปรุงการประพฤติและยับยั้งสติ  การกระทำด้วยเกียรติภูมิ  สงบสุขเพื่อทำให้ผู้หญิงรัก
รู้สึกว่าเธอสำคัญในตัวเองและต้องการคุณ  ความสุภาพจะเป็นเสน่ห์ยิ่ง
ระวังอย่าควงแขนคนรักไปในที่สาธารณะหรือที่ลับตาคนโดยเฉพาะกลางคืนจะทำให้ขาดความน่าเคารพ  ระวังเรื่องกฏประเพณี ศีลธรรม
ควรพบปะครอบครัวของเธอด้วยความภาคภูมิ
อย่าพูดเสียงดังเอะอะโวยวาย ทำให้เธอรู้สึกวุ่นวายใจ อย่าพูดหยาบคาย สบถสาบาน หยาบคายลามก 2 แง่ 3 ง่าม
อย่าพูดเรื่องเพศกับเธอ
แสดงความนับถือและให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
รับรู้เมื่อคุณไม่เป็นต้องการของเธอ
อย่าทำเจ้าชู้กับผู้หญิงอื่น ทั้งที่คุณมากับเธอแต่ไม่สนใจเธอ
แต่งกายสะอาดเรียบร้อย
มีงานทำเป็นหลักแหล่ง
คบกับคนทุกอย่างเปิดเผย อย่าทำหลบๆซ่อนๆ
ผู้หญิงมีสายตาแหลมคม สามารถเข้าใจผู้ชายได้ในวันเดียว ในขณะที่ชายต้องใช้เวลา 3 วันที่จะเข้าใจผู้หญิง
ผู้หญิงมักชอบผู้ชายเต็มตัว เอาอกเอาใจเธอพอประมาณ หรือรักเธอดังพ่อรักลูก
หากคุณชวนให้เธอฝ่าฝืนความดีงาม ความนับถือในตัวคุณจะลดลง
ผู้หญิงมักจะคิดเรื่องความรักเป็นเรื่องโรแมนติก อาจหมายถึงการอยู่ใกล้ชิดคุยกันใต้แสงจันทร์
อย่าจัดความสำเร็จของการเกี้ยวพาราสีด้วยเสรีภาพต่างๆ จงจำว่าสตรีที่เป็นอิสระเสรี ยอมง่ายๆ
ในระยะเกี้ยวพาราสี อาจไม่ซื่อสัตย์ต่อคุณหลังแต่งงานก็ได้

ภาพจาก http://www.ladysquare.com/forum_posts.asp?TID=84338&PN=5&title=43การให้เกียรติแก่ผู้หญิง
เกรงใจนึกถึงหัวอกผู้หญิง  อย่าทำลายโอกาสผู้หญิงที่จะมีชีวิตน่านับถือในอนาคตต่อไป
แค่เรื่องการวางตัวและระวังความสัมพันธ์
ปรับปรุงการประพฤติและยับยั้งสติ  การกระทำด้วยเกียรติภูมิ  สงบสุขเพื่อทำให้ผู้หญิงรัก
รู้สึกว่าเธอสำคัญในตัวเองและต้องการคุณ  ความสุภาพจะเป็นเสน่ห์ยิ่ง
ระวังอย่าควงแขนคนรักไปในที่สาธารณะหรือที่ลับตาคนโดยเฉพาะกลางคืนจะทำให้ขาดความน่าเคารพ  ระวังเรื่องกฏประเพณี ศีลธรรม
ควรพบปะครอบครัวของเธอด้วยความภาคภูมิ
อย่าพูดเสียงดังเอะอะโวยวาย ทำให้เธอรู้สึกวุ่นวายใจ อย่าพูดหยาบคาย สบถสาบาน หยาบคายลามก 2 แง่ 3 ง่าม
อย่าพูดเรื่องเพศกับเธอ
แสดงความนับถือและให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
รับรู้เมื่อคุณไม่เป็นต้องการของเธอ
อย่าทำเจ้าชู้กับผู้หญิงอื่น ทั้งที่คุณมากับเธอแต่ไม่สนใจเธอ
แต่งกายสะอาดเรียบร้อย
มีงานทำเป็นหลักแหล่ง
คบกับคนทุกอย่างเปิดเผย อย่าทำหลบๆซ่อนๆ
ผู้หญิงมีสายตาแหลมคม สามารถเข้าใจผู้ชายได้ในวันเดียว ในขณะที่ชายต้องใช้เวลา 3 วันที่จะเข้าใจผู้หญิง
ผู้หญิงมักชอบผู้ชายเต็มตัว เอาอกเอาใจเธอพอประมาณ หรือรักเธอดังพ่อรักลูก
หากคุณชวนให้เธอฝ่าฝืนความดีงาม ความนับถือในตัวคุณจะลดลง
ผู้หญิงมักจะคิดเรื่องความรักเป็นเรื่องโรแมนติก อาจหมายถึงการอยู่ใกล้ชิดคุยกันใต้แสงจันทร์
อย่าจัดความสำเร็จของการเกี้ยวพาราสีด้วยเสรีภาพต่างๆ จงจำว่าสตรีที่เป็นอิสระเสรี ยอมง่ายๆ
ในระยะเกี้ยวพาราสี อาจไม่ซื่อสัตย์ต่อคุณหลังแต่งงานก็ได้

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

ภาพจาก http://www.ladysquare.com/forum_posts.asp?TID=84338&PN=5&title=43

ความคิดแตกต่างเรื่องความรักของหญิงและชาย

หนุ่มสาวที่มักไปไหนมาไหนด้วยกันและสนิทสนมกับคนเพียงคนเดียวมักไม่ประสบความสำเร็จในด้านชีวิตแต่งงานเท่ากับหนุ่มสาวที่คบเพื่อนหลายๆคนและดูกันไปอย่างธรรมชาติ  เพราะเขาหรือเธอมีโอกาสที่อยู่ในการทดลองมากเพราะมักจะอยู่กันเพียงสองต่อสองเท่านั้น และการนัดเพื่อนตรงกันข้าม 2 ต่อ 2 ตามลำพังนำไปสู่การทดลองได้  อีกอย่างหนึ่งคือ  ทั้งสองคนเมื่อเริ่มคบกันไหม่ๆ  ไม่มีโอกาสเปรียบเทียบชาย / หญิง อื่นหลายๆคน ดูทัศนคติ, เป้าหมาย, นิสัยต่างๆว่าใครที่มีเป้าหมายใกล้เคียงกับเรา ซึ่งแทนที่จะรู้จักคนอื่นในรสนิยม, พื้นเพ, ประสบการณ์กับเพื่อนคนอื่นๆบ้างแต่ต้องมาจมปลักกับคนๆเดียวและส่วนใหญ่มักเสัยใจภายหลังว่ายังมีคนที่เหมาะสมกับเราและไม่น่ารีบสรุปตัดสินใจในการเร่งรีบแต่งงาน  สรุปว่าเธอหรือเขาคนนี้ดีที่สุดในโลก  หากเราจะคิดอย่างรอบคอบก็คือ  ทั้งสองคนจะยิ่งเสียมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนคนอื่น, กิจกรรม, งานเพราะเอาเวลาไปกับเพื่อนหญิงหรือชายคนเดียวหมด  ลืมคิดไปว่าในโลกนี้มีผู้หญิงและชายที่ดีอีกมากมาย  ยิ่งหากเป็นนักศึกษาอยู่ก็จะเสียการเรียนเพราะใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดเวลา

ในตอนนี้ผมอยากจะเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างความรักโดยธรรมชาติของหญิงกับชายที่ควรระวัง  โดยธรรมชาติแล้วผู้หญิงรักด้วยวิญญาณและส่วนใหญ่ชายมักรักด้วยร่างกาย  ห่วงความสวยงามเป็นอันดับแรกและผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ห่วงความมั่นคงในอนาคตแต่ผู้ชายห่วงความมั่นคงในความสวยงาม  ผู้หญิงให้คุณค่ารักสูงเกินไป  ดังคำที่ว่าโดยชายยอมเสียความรักเพื่อความพอใจทางเพศหญิงเสียความพอใจทางเพศเพื่อให้มีรัก  ส่วนสตรีตกเป็นวัตถุทางเพศ )Sexual Object) ในสายตาชายเสมอ  หนุ่มสาวมักจะมองเรื่องความงามพิสูจน์ความรักที่การมีหน้าตาดี  มีการศึกษาดีเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีแต่ไม่ใช่สิ่งยั่งยืนที่จะทำให้ชีวิตการแต่งงานราบรื่นเสมอไป  สิ่งสำคัญที่สุดคือสุขภาพที่ดี  ความสนใจ  เป้าหมายตรงกัน  อุปนิสัย  มีจิตวิญญาณที่ถวายให้กับพระเจ้า  ยอมจำนนอย่างแท้จริงและดำเนินชีวิตตามพระวจนะพระเจ้า เพราะหากจะคิดหาคนรักที่มีจิตวิญญาณต่างกันจะมีปัญหาแน่  นอกจากจะให้เขา (เธอ) ยอมจำนนถวายตัวแด่องค์พระเยซูคริสต์เจ้าจริงๆ ดังนั้น ควรใช้เวลาพิจารณาดูนานๆ

ภาพจาก http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&directory=1782&contents=46868หนุ่มสาวที่มักไปไหนมาไหนด้วยกันและสนิทสนมกับคนเพียงคนเดียวมักไม่ประสบความสำเร็จในด้านชีวิตแต่งงานเท่ากับหนุ่มสาวที่คบเพื่อนหลายๆคนและดูกันไปอย่างธรรมชาติ  เพราะเขาหรือเธอมีโอกาสที่อยู่ในการทดลองมากเพราะมักจะอยู่กันเพียงสองต่อสองเท่านั้น และการนัดเพื่อนตรงกันข้าม 2 ต่อ 2 ตามลำพังนำไปสู่การทดลองได้  อีกอย่างหนึ่งคือ  ทั้งสองคนเมื่อเริ่มคบกันไหม่ๆ  ไม่มีโอกาสเปรียบเทียบชาย / หญิง อื่นหลายๆคน ดูทัศนคติ, เป้าหมาย, นิสัยต่างๆว่าใครที่มีเป้าหมายใกล้เคียงกับเรา ซึ่งแทนที่จะรู้จักคนอื่นในรสนิยม, พื้นเพ, ประสบการณ์กับเพื่อนคนอื่นๆบ้างแต่ต้องมาจมปลักกับคนๆเดียวและส่วนใหญ่มักเสัยใจภายหลังว่ายังมีคนที่เหมาะสมกับเราและไม่น่ารีบสรุปตัดสินใจในการเร่งรีบแต่งงาน  สรุปว่าเธอหรือเขาคนนี้ดีที่สุดในโลก  หากเราจะคิดอย่างรอบคอบก็คือ  ทั้งสองคนจะยิ่งเสียมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนคนอื่น, กิจกรรม, งานเพราะเอาเวลาไปกับเพื่อนหญิงหรือชายคนเดียวหมด  ลืมคิดไปว่าในโลกนี้มีผู้หญิงและชายที่ดีอีกมากมาย  ยิ่งหากเป็นนักศึกษาอยู่ก็จะเสียการเรียนเพราะใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดเวลา

ในตอนนี้ผมอยากจะเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างความรักโดยธรรมชาติของหญิงกับชายที่ควรระวัง  โดยธรรมชาติแล้วผู้หญิงรักด้วยวิญญาณและส่วนใหญ่ชายมักรักด้วยร่างกาย  ห่วงความสวยงามเป็นอันดับแรกและผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ห่วงความมั่นคงในอนาคตแต่ผู้ชายห่วงความมั่นคงในความสวยงาม  ผู้หญิงให้คุณค่ารักสูงเกินไป  ดังคำที่ว่าโดยชายยอมเสียความรักเพื่อความพอใจทางเพศหญิงเสียความพอใจทางเพศเพื่อให้มีรัก  ส่วนสตรีตกเป็นวัตถุทางเพศ )Sexual Object) ในสายตาชายเสมอ  หนุ่มสาวมักจะมองเรื่องความงามพิสูจน์ความรักที่การมีหน้าตาดี  มีการศึกษาดีเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีแต่ไม่ใช่สิ่งยั่งยืนที่จะทำให้ชีวิตการแต่งงานราบรื่นเสมอไป  สิ่งสำคัญที่สุดคือสุขภาพที่ดี  ความสนใจ  เป้าหมายตรงกัน  อุปนิสัย  มีจิตวิญญาณที่ถวายให้กับพระเจ้า  ยอมจำนนอย่างแท้จริงและดำเนินชีวิตตามพระวจนะพระเจ้า เพราะหากจะคิดหาคนรักที่มีจิตวิญญาณต่างกันจะมีปัญหาแน่  นอกจากจะให้เขา (เธอ) ยอมจำนนถวายตัวแด่องค์พระเยซูคริสต์เจ้าจริงๆ ดังนั้น ควรใช้เวลาพิจารณาดูนานๆ

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

ภาพจาก http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&directory=1782&contents=46868

ผลร้ายของการรักและแต่งงานกับผู้ไม่เชื่อพระเจ้า

การเข้าเทียมแอก
1. คำสอนในพระวจนะของพระเจ้าเรื่องไม่ควรเข้าเทียมแอกกับคนที่ไม่เชื่อ
1.1 เราเป็นชนชาติพิเศษของพระเจ้าที่พระเจ้าเรียกออกมาจากต่างชาติ )2คร.6:17-18)
1.2 เราเป็นปุโรหิตที่ต้องถวายเครื่องบูชาแก่พระเจ้า )1ปต.2:9)
1.3 ข้อคิดจากพระธรรม (2คร.6:14-17) พระเจ้าตรัสสั่ง (2คร.6:14) “อย่า” (คำสั่งต้องปฏิบัติ) ความชอบธรรมจะมีส่วนในความอธรรมไม่ได้ (2คร.6:14)
ความสว่างจะมีส่วนในความมืดไม่ได้ (2คร.6:14)
พระคริสต์จะมีส่วนในพระบาอัลไม่ได้ (2คร.6:15)
ผู้เชื่อไม่มีส่วนในผู้อยู่ต่างศาสนา (2คร.6:15)
วิหารของพระเจ้าจะมีส่วนในรูปเคารพไม่ได้ (1คร.3:16, 2คร.6:16)
พระเจ้าซื้อเราไว้แล้ว เราไม่ได้เป็นเจ้าของตัวเราเอง เราเป็นของพระเจ้าที่ต้องรักษาความบริสุทธิ์และวิหารของพระองค์ (1คร.6:20)
คริสเตียนได้รับการชำระให้บริสุทธิ์แล้ว คนที่ไม่เชื่อจะไม่มีส่วนในแผ่นดินสวรรค์ของพระเจ้า (1คร.6:9-11)
พระเจ้าให้เรามีสิทธิเสรีภาพแต่อย่าให้สิทธิเสรีภาพบำรุงเนื้อหนังที่จะตามใจตนในการดำเนินชีวิต (กท.5:1,13)
หากเรายอมรับฟังผู้ใด  เราก็เป็นทาสของผู้นั้น  เราควรจะเชื่อฟังพระเจ้า  ยอมจำนนต่อพระเจ้า  เชื่อฟังพระองค์โดยไม่ให้ร่างกายของเราเกี่ยวข้องกับคนที่ไม่เชื่อ  เป็นการดีที่จะอยู่เป็นโสดดีกว่าเพื่อรักษาจิต-วิญญาณของเราให้ดี (รม.6:11)
สองฝ่ายต้องเป็นกายเดียวกันแต่คนที่ไม่เชื่อจะเป็นกายเดียวกันกับพระคริสต์ไม่ได้ (อฟ.5:28,31)
ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะเป็นทุกข์เพราะฝ่ายคนที่ไม่เชื่อพระเจ้าปฏิบัติต่ออีกฝ่ายหนึ่งตามควรไม่ได้  จะเป็นการสองฝักสองฝ่ายเพราะต้องปรนนิบัติพระเจ้าและแฟนที่ยังไม่เชื่อพร้อมกัน  พระคัมภีร์สอนไว้ว่าอย่าเข้าเทียมแอกกับคนที่ไม่เชื่อเพราะจะทำให้เกิดผลเสียด้านความเชื่อ
(2คร.6:14)

ในตอนนี้ผมอยากจะเล่าตัวอย่างของกษัตริย์ซาโลมอน  เขามีภรรยามากเป็นต่างชาติและภรรยาที่ไม่เชื่อพระเจ้าได้หันเหจิตใจของท่านจากการเป็นผู้ที่ได้รับพร  ผู้ที่รักพระเจ้ามากที่สุดแต่สุดท้ายกลับสร้างรูปเคารพขึ้นเองและหันไปจากพระเจ้า  ทำให้ลูกหลานต้องพบกับปัญหา แตกแยกเป็นสองอาณาจักร (เหนือ-ใต้) (1พกษ.11:1-13) อีกเรื่องที่อยากเล่า คือ เมื่อพระเจ้าห้ามอิสราเอลไม่ให้แต่งงานกับคนต่างชาติแต่เขาก็ไม่ยอมเชื่อฟังพระเจ้า  ทำให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง (ฉธบ.7:3-4) มาดูอีกเรื่องแม้ว่าคนติดตามพระเจ้าแต่มีรูปเคารพอย่างภรรยาของเพราะตอนที่ยาโคบได้นำนางราเชลออกจากบ้านลาบันพร้อมรูปเคารพหนีออกจากบ้านก่อให้เกิดปัญหา  ยาโคบเชื่อพระเจ้าแต่ครอบครัวของภรรยา (ลาบัน) ไม่เชื่อ จึงทำให้ทะเลาะกัน (ปฐก.31:21-42) ตัวอย่างนี้ยิ่งชัดเจน  อีกตัวอย่างหนึ่งแซมสันไปหลงรักหญิงชาวฟิลิสเตียเป็นเหตุให้ต้องตาบอดเพราะถูกตัดผมจนอ่อนกำลัง (วนฉ.13:1-16) ตัวอย่างสุดท้าย คือ อิสราเอลไปแต่งงานกับชาวอัสซีเรียกลายเป็นพวกสะมาเรีย ผลสุดท้ายเป็นศัตรูกับยูดาห์มาตลอด
2. ผลในการปฏิบัติในการไม่เข้าเทียมแอก
เพราะครอบครัวคริสเตียนพระเจ้าได้ให้ครอบครองมรดกร่วมกัน (1ปต.3:7)
ลูกจะได้บริสุทธิ์ไร้มลทิน
ช่วยส่งเสริมงานของพระเจ้าให้เจริญ
ทำให้ผูกพันกับพระเจ้า และแสวงหพระองค์ได้ดีกว่า (1คร.7:5)

ภาพจาก http://www.biblediscuss.com/board/viewtopic.php?f=5&t=5063&start=40การเข้าเทียมแอก
1. คำสอนในพระวจนะของพระเจ้าเรื่องไม่ควรเข้าเทียมแอกกับคนที่ไม่เชื่อ
1.1 เราเป็นชนชาติพิเศษของพระเจ้าที่พระเจ้าเรียกออกมาจากต่างชาติ )2คร.6:17-18)
1.2 เราเป็นปุโรหิตที่ต้องถวายเครื่องบูชาแก่พระเจ้า )1ปต.2:9)
1.3 ข้อคิดจากพระธรรม (2คร.6:14-17) พระเจ้าตรัสสั่ง (2คร.6:14) “อย่า” (คำสั่งต้องปฏิบัติ) ความชอบธรรมจะมีส่วนในความอธรรมไม่ได้ (2คร.6:14)
ความสว่างจะมีส่วนในความมืดไม่ได้ (2คร.6:14)
พระคริสต์จะมีส่วนในพระบาอัลไม่ได้ (2คร.6:15)
ผู้เชื่อไม่มีส่วนในผู้อยู่ต่างศาสนา (2คร.6:15)
วิหารของพระเจ้าจะมีส่วนในรูปเคารพไม่ได้ (1คร.3:16, 2คร.6:16)
พระเจ้าซื้อเราไว้แล้ว เราไม่ได้เป็นเจ้าของตัวเราเอง เราเป็นของพระเจ้าที่ต้องรักษาความบริสุทธิ์และวิหารของพระองค์ (1คร.6:20)
คริสเตียนได้รับการชำระให้บริสุทธิ์แล้ว คนที่ไม่เชื่อจะไม่มีส่วนในแผ่นดินสวรรค์ของพระเจ้า (1คร.6:9-11)
พระเจ้าให้เรามีสิทธิเสรีภาพแต่อย่าให้สิทธิเสรีภาพบำรุงเนื้อหนังที่จะตามใจตนในการดำเนินชีวิต (กท.5:1,13)
หากเรายอมรับฟังผู้ใด  เราก็เป็นทาสของผู้นั้น  เราควรจะเชื่อฟังพระเจ้า  ยอมจำนนต่อพระเจ้า  เชื่อฟังพระองค์โดยไม่ให้ร่างกายของเราเกี่ยวข้องกับคนที่ไม่เชื่อ  เป็นการดีที่จะอยู่เป็นโสดดีกว่าเพื่อรักษาจิต-วิญญาณของเราให้ดี (รม.6:11)
สองฝ่ายต้องเป็นกายเดียวกันแต่คนที่ไม่เชื่อจะเป็นกายเดียวกันกับพระคริสต์ไม่ได้ (อฟ.5:28,31)
ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะเป็นทุกข์เพราะฝ่ายคนที่ไม่เชื่อพระเจ้าปฏิบัติต่ออีกฝ่ายหนึ่งตามควรไม่ได้  จะเป็นการสองฝักสองฝ่ายเพราะต้องปรนนิบัติพระเจ้าและแฟนที่ยังไม่เชื่อพร้อมกัน  พระคัมภีร์สอนไว้ว่าอย่าเข้าเทียมแอกกับคนที่ไม่เชื่อเพราะจะทำให้เกิดผลเสียด้านความเชื่อ
(2คร.6:14)

ในตอนนี้ผมอยากจะเล่าตัวอย่างของกษัตริย์ซาโลมอน  เขามีภรรยามากเป็นต่างชาติและภรรยาที่ไม่เชื่อพระเจ้าได้หันเหจิตใจของท่านจากการเป็นผู้ที่ได้รับพร  ผู้ที่รักพระเจ้ามากที่สุดแต่สุดท้ายกลับสร้างรูปเคารพขึ้นเองและหันไปจากพระเจ้า  ทำให้ลูกหลานต้องพบกับปัญหา แตกแยกเป็นสองอาณาจักร (เหนือ-ใต้) (1พกษ.11:1-13) อีกเรื่องที่อยากเล่า คือ เมื่อพระเจ้าห้ามอิสราเอลไม่ให้แต่งงานกับคนต่างชาติแต่เขาก็ไม่ยอมเชื่อฟังพระเจ้า  ทำให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง (ฉธบ.7:3-4) มาดูอีกเรื่องแม้ว่าคนติดตามพระเจ้าแต่มีรูปเคารพอย่างภรรยาของเพราะตอนที่ยาโคบได้นำนางราเชลออกจากบ้านลาบันพร้อมรูปเคารพหนีออกจากบ้านก่อให้เกิดปัญหา  ยาโคบเชื่อพระเจ้าแต่ครอบครัวของภรรยา (ลาบัน) ไม่เชื่อ จึงทำให้ทะเลาะกัน (ปฐก.31:21-42) ตัวอย่างนี้ยิ่งชัดเจน  อีกตัวอย่างหนึ่งแซมสันไปหลงรักหญิงชาวฟิลิสเตียเป็นเหตุให้ต้องตาบอดเพราะถูกตัดผมจนอ่อนกำลัง (วนฉ.13:1-16) ตัวอย่างสุดท้าย คือ อิสราเอลไปแต่งงานกับชาวอัสซีเรียกลายเป็นพวกสะมาเรีย ผลสุดท้ายเป็นศัตรูกับยูดาห์มาตลอด
2. ผลในการปฏิบัติในการไม่เข้าเทียมแอก
เพราะครอบครัวคริสเตียนพระเจ้าได้ให้ครอบครองมรดกร่วมกัน (1ปต.3:7)
ลูกจะได้บริสุทธิ์ไร้มลทิน
ช่วยส่งเสริมงานของพระเจ้าให้เจริญ
ทำให้ผูกพันกับพระเจ้า และแสวงหพระองค์ได้ดีกว่า (1คร.7:5)

เขียนโดย อ.เจริญ ยธิกุล

ภาพจาก http://www.biblediscuss.com/board/viewtopic.php?f=5&t=5063&start=40

Powered by www.477internet.com